ไม่มีใครยอมใคร! ดราม่า ‘พรี่โด้’ กับทีมชาติ เมื่อมีทั้งคนผิดคำพูดและน้อยใจ ทีมชาติโปรตุเกสจะหาทางลงอย่างไร

11 ต.ค. 2569 - 15:00

  • หนึ่งในดราม่าใหญ่ของช่วงสัปดาห์พักเบรกฟุตบอลทีมชาติที่ผ่านมาคือ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ แข้งซูเปอร์สตาร์ของทีมชาติโปรตุเกส เดินทางออกจากแคมป์เก็บตัวกลับบ้านไปแบบดื้อๆ

ไม่มีใครยอมใคร! ดราม่า ‘พรี่โด้’ กับทีมชาติ เมื่อมีทั้งคนผิดคำพูดและน้อยใจ ทีมชาติโปรตุเกสจะหาทางลงอย่างไร

เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในดราม่าใหญ่ของช่วงสัปดาห์พักเบรกให้ฟุตบอลทีมชาติกันเลยทีเดียว หลังจากที่ทางด้าน ‘CR7’ หรือ ‘พรี่โด้’ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ แข้งซูเปอร์สตาร์ของทัพ ‘ฝอยทอง’ ทีมชาติโปรตุเกส เดินทางออกจากแคมป์เก็บตัวกลับบ้านไปแบบดื้อๆ เล่นเอาแฟนบอลงงกันไปเลยในตอนแรก ก่อนที่ภายหลังจะมีแถลงการณ์ออกมาจากทั้งสองฝ่าย 

จุดเริ่มต้นของเรื่องนี้เกิดขึ้นในเกม ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก ที่ทีมชาติโปรตุเกส มีคิวบุกไปเยือน ทีมชาตินอร์เวย์ ซึ่งก่อนเกม ฮอร์เก้ เชซุส กุนซือคนปัจจุบันของโปรตุเกสบอกว่าจะมีการวางแผนเพื่อบริหารเรื่องสภาพร่างกายของนักเตะ โดยโรนัลโด้ออกมาบอกในภายหลังว่าตัวเองได้รับแจ้งว่าจะได้ลงเล่นประมาณ 30 นาทีในเกมนั้น สุดท้ายแม้จะถูกส่งไปวอร์ม แต่เขาก็ไม่ได้ลงสนาม ทางโรนัลโด้จึงมองว่านี่คือการ ‘ผิดคำพูด’ ครั้งแรก 

นอกจากนั้นก่อนถึงเกมต่อมากับ ทีมชาติเดนมาร์ก เชซุสก็บอกโรนัลโด้ว่าเขาจะไม่ได้ลงเล่นเป็นตัวจริง หลังจากนั้นทั้งคู่พูดคุยกันและตกลงกันว่า เชซุสจะออกมาอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นต่อสาธารณะให้ชัดเจน แต่พอถึงการแถลงข่าวจริงๆ โรนัลโด้มองว่าคำพูดที่ออกมานั้น ‘ไม่ตรงกับที่คุยกันไว้’ เขาเลยตัดสินใจเดินทางออกจากแคมป์ทีมชาติทันที 

โดยเมื่อวันที่ 6 ตุลาคมที่ผ่านมา โรนัลโด้ได้ออกแถลงการณ์ร่ายยาวเปิดเผยถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในมุมของเขา แล้วก็ทำให้คราวนี้กลายเป็นประเด็นขึ้นมาทันที ซึ่งใจความสำคัญมีอยู่ 4 ประเด็น ประเด็นแรกเจ้าตัวยอมรับว่า ‘ตัวเองผิด’ ที่ออกจากแคมป์มาก่อน พร้อมขอโทษเพื่อนร่วมทีม และบอกว่าการกระทำของตัวเอง ‘สมควรถูกลงโทษ’ ประเด็นต่อมาคือ โรนัลโด้ยืนยันว่าเชซุสเป็นฝ่ายผิดคำพูดกับเขาถึงสองครั้ง ครั้งแรกคือเรื่องเวลาลงเล่นกับนอร์เวย์ ครั้งที่สองคือการอธิบายสถานการณ์ต่อสื่อ 

ประเด็นที่สามคือ โรนัลโด้ไม่ได้ประกาศเลิกเล่นทีมชาติ เขายืนยันว่ายังต้องการลงเล่นให้โปรตุเกส และบอกว่าจะกลับมาหลังจากได้รับโทษแบนหรือบทลงโทษจากสมาคมฯ ส่วนประเด็นสุดท้ายคือเขาไม่ได้อยากให้ช่วงสุดท้ายของตัวเองเป็นแค่เกมอำลา โดยโรนัลโด้มองว่าตัวเองยังต้องการแข่งขันและคว้าชัยชนะร่วมกับทีมเพื่อเป็นการปิดฉากกับทีมชาติโปรตุเกส 

ในขณะที่ทางด้าน ฮอร์เก้ เชซุส ก็ออกมาสัมภาษณ์ถึงเรื่องนี้ในภายหลังเหมือนกัน โดยมีใจความสำคัญว่า เขาไม่ได้ตัดโรนัลโด้ออกจากทีมชาติแต่อย่างใด ‘ประตูของทีมชาติ’ ยังเปิดพร้อมสำหรับโรนัลโด้อยู่เสมอ ซึ่งเขาบอกว่าถ้าถึงการเรียกตัวครั้งถัดไป ก็ยังจะคงเรียกโรนัลโด้กับมาติดทีมชาติอีกอยู่ดี แต่หนึ่งในเรื่องที่เขาไม่ได้พูดออกมาก็คือ เขาไม่ได้ยอมรับคำกล่าวหาที่บอกว่าตัวเขาผิดคำพูด 

อีกประเด็นที่น่าสนใจของเรื่องนี้ก็คือ แม้ว่าในสามเกมที่มีปัญหาในเรื่องนี้ ทีมไม่มี โรนัลโด้ ลงสนามแม้แต่เกมเดียว แต่ทัพฝอยทองก็เอาชนะคู่แข่งได้ทั้งสามนัด ตอนนี้ผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายไปแล้วเรียบร้อย แถมรูปเกมที่เกิดขึ้นในสนามก็เห็นได้ชัดเจนว่า ‘ทีมเวิร์กดีขึ้น’ ดังนั้นคำถามที่เกิดขึ้นก็คือ โปรตุเกสยัง ‘ต้องการ’ โรนัลโด้ อยู่อีกหรือเปล่า เพราะดูแล้วพวกเขายังเดินหน้าต่อไปได้โดยที่ไม่มีสุดยอดนักเตะรายนี้ 

สุดท้ายคือเรื่องของ ‘ทางลง’ เรื่องนี้จะเป็นอย่างไร ก็คงต้องบอกว่าทั้งสองฝ่ายต้องเลิกหา ‘คนผิด’ กันก่อนเป็นอย่างแรก โดยตัวกลางที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้เรื่องนี้จบคือ สมาคมฟุตบอลโปรตุเกส ที่ควรจะนัดคุยแบบปิดกับทั้งคู่เพื่อ ‘เคลียร์ใจ’ ให้เรียบร้อย จากนั้นโรนัลโด้ก็รับโทษที่ออกจากแคมป์ เพื่อรักษาวินัยของทีม พร้อมกับการหยุดโจมตีและยอมรับอำนาจในเรื่องแท็คติกของเชซุส ในขณะที่เชซุส ก็ต้องให้เกียรติโรนัลโด้ด้วยเช่นกัน พูดคุยให้ชัดเจนว่าสถานะหลังจากนี้ของโรนัลโด้กับทีมจะเป็นอย่างไร และถ้าเขาพูดหรือตกลงอะไรก็ควรจะทำ ถ้าคิดว่าไม่ชัวร์ก็ไม่ควรไปตกลงรับปาก และสุดท้ายก็โฟกัสที่ผลงานของทีมชาติเป็นหลักเหนือเรื่องอื่นๆ 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์