กำลังจะกลับมาอีกครั้งสำหรับการแข่งขันฟิตเนสระดับโลก HYROX ที่พร้อมเดินหน้าขยายตลาดเอเชียอย่างต่อเนื่อง เตรียมจัดการแข่งขันครั้งสำคัญ ’BYD HYROX Bangkok’ ในวันที่ 13-16 สิงหาคม 2026 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) โดยคาดว่าจะดึงดูดผู้ร่วมงานได้กว่า 22,000 คนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติจากทั่วโลกซึ่งมากกว่าครั้งที่ผ่านมา นับเป็นการแข่งขัน HYROX ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชีย พร้อมผลักดันให้เป็น ‘รายการที่ต้องมาให้ได้’ บนปฏิทินการแข่งขันฟิตเนสระดับโลก
ที่น่าสนใจคือตัวเลขการลงทะเบียนล่าสุดสะท้อนกระแสความนิยมที่พุ่งแรงอย่างชัดเจน โดยยอดสมัครสำหรับศึกเดือนสิงหาคม เพิ่มขึ้นถึง 14% และทะลุ 20,000 คนไปแล้วก่อนวันปิดรับสมัคร ผลจากดีมานด์ที่ล้นหลามทำให้ผู้จัดต้องขยายระยะเวลาการแข่งขันจากเดิม 3 วัน เป็น 4 วันเป็นครั้งแรก
อีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญคือการที่ศึกกรุงเทพฯ ครั้งนี้จะถูกยกระดับให้เป็นสนามคัดเลือกอย่างเป็นทางการเพื่อชิงตั๋วสู่ศึกชิงแชมป์โลก PUMA HYROX World Championships ประจำปี 2027 ที่จะจัดขึ้นที่ฮ่องกง ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่รายการชิงแชมป์โลกระดับสูงสุดของ HYROX จะมาจัดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ตอกย้ำสถานะของกรุงเทพฯ ในฐานะหมุดหมายสำคัญของวงการฟิตเนสระดับโลก
ปัจจุบัน HYROX ดำเนินการแข่งขันอยู่ในกว่า 30 ประเทศทั่วโลก โดยจัดการแข่งขันรวมกว่า 100 รายการในฤดูกาล 2025/26 และมีผู้เข้าร่วมงานมากกว่า 1 ล้านคน ครอบคลุมทั้งหมด 5 ทวีป สะท้อนถึงการเติบโตในระดับนานาชาติอย่างก้าวกระโดด
ขณะที่ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกถือเป็นหนึ่งในตลาดที่เติบโตเร็วที่สุด โดยในปีนี้มีการจัดการแข่งขันรวม 17 รายการในหลายเมืองสำคัญทั่วภูมิภาค
Gary Wan กรรมการผู้จัดการ HYROX Asia Pacific กล่าวถึงความสำคัญของศึกครั้งนี้ว่าจะเป็นการแข่งขัน HYROX ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของเอเชียซึ่งมีนัยสำคัญไม่ใช่แค่สำหรับกรุงเทพฯ แต่รวมถึงภูมิภาคเอเชียทั้งหมด
การที่ HYROX ตัดสินใจกลับมาจัดการแข่งขันที่กรุงเทพฯ เป็นครั้งที่สองของปีนี้ หลังจากศึกเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมามีผู้เข้าร่วมเกือบ 17,500 คน สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตของ HYROX ในประเทศไทยได้อย่างชัดเจน และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สอดคล้องกับเทรนด์การออกกำลังกายของคนยุคใหม่ในช่วงเวลาที่ผู้คนหันมาดูแลสุขภาพและออกกำลังกายกันมากขึ้น
HYROX คืออะไร ทำไมทั่วโลกถึงฮิต?
HYROX เป็นการแข่งขันที่ผสมผสานระหว่างการวิ่งและ Functional Fitness โดยนักกีฬาทุกคนต้องผ่านการวิ่ง 1 กิโลเมตร จำนวน 8 รอบ สลับกับฐานออกกำลังกาย 8 สถานี รวมระยะวิ่ง 8 กิโลเมตร พร้อมภารกิจทดสอบความแข็งแรง ความอึด และความฟิตของร่างกาย
จุดเด่นคือสนามแข่งขันทั่วโลกใช้มาตรฐานเดียวกัน ทำให้สามารถเปรียบเทียบเวลาการแข่งขันของนักกีฬาทุกประเทศได้โดยตรง และมีการแข่งขันทั้งประเภทเดี่ยว คู่ ทีม รวมถึงประเภท Adaptive สำหรับผู้พิการ
ไม่ใช่แค่กีฬาแต่คือเศรษฐกิจใหม่ของเมือง HYROX ไม่ได้สร้างรายได้เฉพาะจากค่าสมัครแข่งขัน แต่ยังสร้างเม็ดเงินผ่านโรงแรม ร้านอาหาร สายการบิน ศูนย์ประชุม ร้านอุปกรณ์กีฬา ธุรกิจสุขภาพและฟิตเนส
ด้วยมีผู้ร่วมงานกว่า 22,000 คน และผู้ติดตามอีกจำนวนมาก กรุงเทพมหานครจึงได้รับอานิสงส์จากการเป็นเจ้าภาพอีเวนต์กีฬานานาชาติ ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้ม Sports Tourism ที่หลายประเทศใช้เป็นเครื่องมือกระตุ้นเศรษฐกิจเมือง
เทรนด์สุขภาพโลกกำลังเปลี่ยน ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเทรนด์การออกกำลังกายทั่วโลกเปลี่ยนจากการเข้ายิมเพียงอย่างเดียวไปสู่การแข่งขันที่ทุกคนเข้าร่วมได้ ไม่ว่าจะเป็น HYROX, Marathon,Trail Running, Obstacle Race
จุดร่วมคือการสร้าง ‘เป้าหมาย’ ให้การออกกำลังกาย ทำให้คนรุ่นใหม่ยอมลงทุนทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายเพื่อพัฒนาสมรรถภาพร่างกาย และสร้างประสบการณ์ร่วมกับชุมชนคนรักสุขภาพ
การเติบโตของ HYROX ในไทยจึงสะท้อนภาพที่ชัดเจนว่า ’เศรษฐกิจสุขภาพ’ และ ‘กีฬาเพื่อมวลชน’ กำลังกลายเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพสูงของประเทศ
ความคึกคักของศึกเดือนมีนาคมที่ผ่านมายังได้แรงหนุนจากบรรดาคนดัง ทั้งนักร้อง นักแสดง และอินฟลูเอนเซอร์ที่ร่วมลงแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็นแอน ทองประสม ที่ลงแข่งประเภท Mixed Doubles คู่กับเจมส์-จิรายุ ตั้งศรีสุข, ณเดชน์ คูกิมิยะ ที่ลงแข่งประเภททีมคู่กับหมาก-ปริญ สุภารัตน์ รวมถึงชมพู่-อารยา เอ ฮาร์เก็ต, ญาญ่า-อุรัสยา เสปอร์บันด์, คิมเบอร์ลี่ แอน โวลเทมัส, เกรท-วรินทร ปัญหกาญจน์, แป้ง-อรจิรา แหลมวิไล และเดี่ยว-สุริยนต์ อรุณวัฒนกูล เป็นต้น ซึ่งช่วยจุดกระแส HYROX ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้นในหมู่คนไทย
แต่สิ่งที่น่าสนใจไม่แพ้จำนวนผู้สมัคร คือ HYROX กำลังเปลี่ยนภาพของ ‘การแข่งขันกีฬา’ ให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์คนเมือง จากเดิมที่การลงแข่งขันอาจเป็นเรื่องของนักกีฬาอาชีพ วันนี้คนทำงาน นักแสดง อินฟลูเอนเซอร์ ไปจนถึงคนทั่วไป สามารถตั้งเป้าหมายว่าจะลง HYROX สักครั้งแล้วใช้เวลาหลายเดือนก่อนการแข่งขันเป็นแรงผลักดันให้ตัวเองเข้ายิม วิ่ง หรือฝึกความแข็งแรงอย่างจริงจัง
กระแสจากคนดังจึงอาจเป็นเพียงประตูบานแรกที่ทำให้คนไทยรู้จัก HYROX แต่ สิ่งที่ทำให้การแข่งขันเติบโตต่อเนื่องคือ ‘Community’ เพราะเมื่อคนหนึ่งตัดสินใจลงแข่ง สิ่งที่ตามมาไม่ใช่แค่ค่าสมัคร แต่ยังรวมถึงการหายิมและคลาสฝึกเฉพาะทาง การซื้อรองเท้าและอุปกรณ์ การปรับอาหาร รวมถึงการชวนเพื่อนหรือคนรักมาฝึกและลงแข่งด้วยกัน เกิดเป็นระบบนิเวศของธุรกิจสุขภาพที่ขยายออกไปไกลกว่าวันแข่งขันเพียงไม่กี่วัน
ปรากฏการณ์นี้สอดคล้องกับสิ่งที่เกิดขึ้นทั่วโลก เมื่อการออกกำลังกายกำลังขยับจากคำถามว่า ‘วันนี้เผาผลาญไปกี่แคลอรี’ ไปสู่ ‘เรากำลังซ้อมเพื่ออะไร’ ไม่ว่าจะเป็นการวิ่งมาราธอน เทรล หรือ HYROX การมีเส้นชัยและวันแข่งขันรออยู่ข้างหน้าทำให้การดูแลสุขภาพกลายเป็นเป้าหมายที่จับต้องได้ และยังสร้างความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนที่มีเป้าหมายเดียวกัน
นั่นจึงอาจเป็นเหตุผลว่าทำไม HYROX Bangkok ซึ่งเพิ่งมีผู้เข้าร่วมเกือบ 17,500 คนเมื่อเดือนมีนาคม สามารถกลับมาอีกครั้งในเวลาเพียงไม่กี่เดือนด้วย ยอดสมัครทะลุ 20,000 คน จนต้องเพิ่มการแข่งขันเป็น 4 วัน และเมื่อกรุงเทพฯ กำลังจะกลายเป็นหนึ่งในประตูสู่การแข่งขันชิงแชมป์โลกที่ฮ่องกงในปี 2027 สิ่งที่น่าจับตาต่อจากนี้อาจไม่ใช่เพียงว่า HYROX จะมีผู้สมัครเพิ่มขึ้นอีกเท่าไร แต่คือ ประเทศไทยจะสามารถต่อยอดกระแส ‘ออกกำลังกายเพื่อแข่งขัน’ ให้กลายเป็น Sports Tourism และเศรษฐกิจสุขภาพที่เติบโตอย่างยั่งยืนได้มากแค่ไหน




