Joanna Wietrzyk ขอโทษดราม่า HYROX Beijing ยอมรับควรหยุดแข่งตั้งแต่ร่างกายส่งสัญญาณ

18 ก.ย. 2569 - 14:55

  • Joanna Wietrzyk ยอมรับว่าการตัดสินใจแข่งขันต่อเป็นสิ่งที่เธอเสียใจ และควรถอนตัวตั้งแต่เกิดอาการผิดปกติ

  • ดราม่าลุกลามจากตัวนักกีฬาไปถึง HYROX หลังถูกตั้งคำถามเรื่องสุขอนามัยและการปล่อยให้การแข่งขันดำเนินต่อ

  • Joanna ถอนผลการแข่งขันย้อนหลังและสละคะแนน พร้อมบอกว่าเหตุการณ์นี้ทำให้เรียนรู้ว่าชีวิตมีอะไรมากกว่าการแข่งขัน

Joanna Wietrzyk ขอโทษดราม่า HYROX Beijing ยอมรับควรหยุดแข่งตั้งแต่ร่างกายส่งสัญญาณ

จากชัยชนะในสนามกลายเป็นดราม่าที่ส่งผลไกลกว่าตัวนักกีฬา หลัง Joanna Wietrzyk นักกีฬาออสเตรเลียเกิดอาการกลั้นอุจจาระไม่อยู่ระหว่างการแข่งขัน HYROX Beijing ที่ประเทศจีน เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2026 แต่ยังคงแข่งขันต่อจนจบและเข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 1 ท่ามกลางเสียงวิจารณ์เรื่องสุขอนามัย เพราะการแข่งขันมีทั้งพื้นที่และอุปกรณ์ที่นักกีฬาหลายคนต้องใช้ร่วมกัน

ล่าสุด Joanna Wietrzyk ออกมาขอโทษด้วยตัวเอง โดยบอกว่าก่อนลงแข่งขันเธอรู้สึกแข็งแรงและไม่มีเหตุผลให้คิดว่าจะเกิดอาการป่วย แต่เมื่อย้อนกลับไปมองเธอยอมรับว่า ควรเดินออกจากสนามตั้งแต่ตอนที่ร่างกายเริ่มมีปัญหา และเสียใจกับการตัดสินใจแข่งขันต่อ พร้อมขอโทษชาวจีน เพื่อนนักกีฬา ผู้ชม และผู้จัด HYROX สำหรับความไม่สบายใจและผลกระทบที่เกิดขึ้น

View post on Instagram
 

ก่อให้เกิดดราม่าถึง HYROX ในฐานะผู้จัดการแข่งขัน ที่ถูกตั้งคำถามว่าเหตุใดจึงไม่มีการหยุดนักกีฬาทันที ทั้งที่อาจกระทบต่อสุขอนามัยและนักกีฬาคนอื่นที่ต้องใช้อุปกรณ์ต่อจากเธอ ภายหลัง Moritz Fürste ผู้ร่วมก่อตั้ง HYROX ยอมรับว่าผู้จัดควรเข้าแทรกแซงทันที และประกาศปรับกฎรวมถึงขั้นตอนรับมือเหตุการณ์ลักษณะนี้ในอนาคต

ผลกระทบยังลามไปถึงภาพลักษณ์ทางการตลาดของตัว Joanna Wietrzyk เอง โดยมีรายงานว่า PUMA นำสินค้าในคอลเลกชันที่ใช้ชื่อ ‘Joanna Wietrzyk x PUMA’ ออกจากร้านค้าออนไลน์ ท่ามกลางกระแสวิจารณ์ที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม PUMA ยังไม่ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการระบุเหตุผลของการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจึงยังไม่ควรสรุปว่าเป็นการยุติความสัมพันธ์กับนักกีฬาโดยตรง

Joanna Wietrzyk ระบุว่าเธอเข้าใจแล้วว่าการตัดสินใจในวันนั้นส่งผลกระทบมากกว่าแค่ตัวเอง ก่อนประกาศ ถอนตัวจากการแข่งขันย้อนหลังและสละคะแนนที่ได้รับ พร้อมบอกว่าประสบการณ์นี้ทำให้เรียนรู้ว่า ‘ชีวิตมีอะไรมากกว่าการแข่งขัน’ และสิ่งสำคัญคือการตระหนักว่าเมื่อไรควรถอยออกมา

เรื่องนี้จึงอาจเป็นบทเรียนที่ใหญ่กว่าคำว่าแพ้หรือชนะ เพราะสำหรับนักกีฬาที่มีทั้งชื่อเสียง ผู้สนับสนุน ผู้จัดการแข่งขัน และเพื่อนร่วมสนามอยู่รอบตัว การตัดสินใจฝืนเพียงไม่กี่นาทีอาจไม่ได้ส่งผลกับตัวเองเพียงคนเดียว และบางครั้ง การรู้ว่าร่างกายกำลังส่งสัญญาณให้หยุดก็อาจเป็นความรับผิดชอบต่อทุกคนในสนามเช่นกัน

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์