โดนโคโม่จน 'โคม่า'! จากฮีโร่สู่ฮีรั่ว ทำไมพอได้สัญญาถาวร คาร์ริค ถึงกำลังพา 'ปีศาจแดง' ลงเหว

22 ต.ค. 2569 - 18:00

  • ต้องบอกว่าตอนนี้อาการหนักแล้วจริงๆ สำหรับผลงานของทัพ ‘ปีศาจแดง’ แมนฯ ยูไนเต็ด หลังเมื่อวานโดน โคโม่ อัดจนอาการ ‘โคม่า’ ไปแล้วเรียบร้อย

โดนโคโม่จน 'โคม่า'! จากฮีโร่สู่ฮีรั่ว ทำไมพอได้สัญญาถาวร คาร์ริค ถึงกำลังพา 'ปีศาจแดง' ลงเหว

ต้องบอกว่าตอนนี้อาการหนักแล้วจริงๆ สำหรับผลงานของทัพ ‘ปีศาจแดง’ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ภายใต้การทำทีมของกุนซือคนปัจจุบัน ไมเคิล คาร์ริค หลังจากที่เมื่อคืนนี้บุกไปโดน โคโม่ ทีมของ เชส ฟาเบรกัส อัดชุดใหญ่จนหมดรูป 4-1 เข้าสู่อาการ ‘โคม่า’ ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 

โดยในตอนนี้พวกเขาไม่ชนะใครติดต่อกันมา 7 นัดเข้าไปแล้ว แถมเป็นการพ่ายแพ้ไปถึง 4 นัด โดยจุดเริ่มต้นคือการแพ้ ‘เรือใบสีฟ้า’ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่เหลือ 10 คน ในเกมลีกไปแบบคาบ้าน 1-0 หลังจากนั้นผลงานก็รูดยาว แล้วถ้านับผลการแข่งขันแบบเป็นทางการนับตั้งแต่เปิดฤดูกาลใหม่มาซึ่งลงเล่นไปทั้งหมด 11 นัด คาร์ริค พาทีมเก็บชัยชนะไปได้แค่ 2 นัดเท่านั้น แถมเป็นการชนะทีมที่ห่างชั้นพอสมควรอย่าง อิปสวิช ในพรีเมียร์ลีก และ ซาบาห์ ในบอลยุโรป ที่เหลือคือแพ้ไป 5 นัด และเสมอ 4 นัด  

จากสถานะการเป็น ‘ฮีโร่’ ของคาร์ริคตอนที่เข้ามาคุมทีมแบบขัดตาทัพเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมาแล้วทำผลงานได้ดี จบซีซันด้วยอันดับที่ 3 ได้กลับมาเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก พอได้สัญญาถาวรปุ๊บตอนนี้เขากลายเป็น ‘ฮีรั่ว’ ไปแล้วเรียบร้อย ทุกอย่างที่สร้างและทำมากำลังพังทลายลงภายในเวลาไม่กี่เดือน 

สำหรับเหตุผลว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้? อย่างแรกเลย็คงต้องบอกว่าเป็นเรื่องของ ‘ความกดดัน’ เพราะในตอนที่อดีตตำนานกองกลางรายนี้เข้ามาคุมแบบขัดตาทัพเป้าหมายของเขาไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไรมากมาย ขอเพียงแค่ให้ทีมทำผลงานได้ดี ไม่แย่หรือตกต่ำลงไปกว่าเดิมก็พอ แต่พอได้สัญญาถาวรแน่นอนว่าต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจนกว่าเดิม ซึ่งก็เพิ่ม ‘ความกดดัน’ มหาศาลให้เขา ทำให้สุดท้ายแล้วมากระทบกับผลงานแบบที่แฟนๆ เห็นกัน 

พอต้องรับมือกับความกดดันขนาดหนักหลายๆ อย่างที่คาร์ริคเคยทำแบบธรรมชาติก็เริ่มผิดเพี้ยนไปเรื่อยๆ เริ่มตั้งแต่เรื่องของการจัดไลน์อัพ 11 ตัวจริงในแต่ละนัด แม้ว่าหนึ่งในปัญหาของซีซันนี้จะเป็นเรื่องของการเสริมตัวในตลาดซื้อขายที่ไม่ค่อยเข้าเป้าเหมือนทีมอื่นๆ บวกกับอาการบาดเจ็บที่เล่นงานนักเตะค่อนข้างเยอะ แต่สุดท้ายก็เป็นตัวคาร์ริคเองที่จัดตัวแบบสร้างเครื่องหมายคำถามให้แฟนบอลยูไนเต็ดกันอยู่แทบทุกเกม  

อย่างในเกมเมื่อคืน 11 ตัวจริงที่เข้าใส่เข้ามาก็ดูงงๆ เช่น มี คาร์ลอส บาเลบา ที่เป็นกองกลางตัวรับธรรมชาติแต่กลับเลือก เมสัน เมาท์ ที่ไม่ได้ถนัดตำแหน่งนี้ลงเล่นแทน ในขณะที่กองกลางตัวรุกเลือก ยูรี ตีเลอมันส์ ไปเล่น แล้วเอา บรูโน่ เฟร์นันดส์ ไปยืนเป็น False 9 ส่วน ติอาโก้ คุนย่า ไปยืนปีกซ้าย ทั้งที่ในม้านั่งสำรองมีปีกและกองหน้าธรรมชาติ อาหมัด ดิยาลโล่ กับ โจชัวร์ เซิร์กซี อยู่แท้ๆ การจัดวางตำแหน่งตัวผู้เล่นของเขาในแต่ละเกมมันดูเละเทะไปหมดแล้ว 

ปัญหาต่อมาในตอนนี้ก็คือทีมแทบจะไม่มีทั้งแท็คติกที่ชัดเจน รวมไปถึงฟิตเนสของนักเตะก็แทบไม่เหลือให้เห็น อย่างการให้สัมภาษณ์หลังเกมเมื่อคืน บรูโน่ ก็ออกมาวิจารณ์แท็คติกของคาร์ริค ส่วนคาร์ริคก็บอกว่าต่อให้มีแท็คติกขนาดไหนถ้าผู้เล่นไม่วิ่งมันก็เท่านั้น กลายเป็นการโทษกันไปโทษกันมาจากเรื่องเดิมๆ แต่ปัญหาก็ไม่ได้เห็นว่ามีการแก้ไขใดๆ เกิดขึ้น สุดท้ายคือเรื่องของการ ‘กระตุ้น’ จากข้างสนามที่แทบไม่เห็นในตัวคาร์ริคแล้ว แน่นอนว่าพอเฮดโค้ชไม่แอคทีฟผู้เล่นในสนามก็เล่นไปเรื่อยๆ แบบที่เห็น 

จากปัญหาทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับ ‘ปีศาจแดง’ ในเวลานี้คงต้องมารอดูว่า คาร์ริค จะแก้ไขปัญหาได้ไหมและมีเวลาพอให้แก้หรือเปล่า เพราะก็ไม่รู้เลยว่าตอนนี้เขาจะได้โอกาสพิสูจน์ตัวเองกับทีมต่อไปอีกนานแค่ไหน

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์