ต้องบอกว่าตอนนี้อาการหนักแล้วจริงๆ สำหรับผลงานของทัพ ‘ปีศาจแดง’ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ภายใต้การทำทีมของกุนซือคนปัจจุบัน ไมเคิล คาร์ริค หลังจากที่เมื่อคืนนี้บุกไปโดน โคโม่ ทีมของ เชส ฟาเบรกัส อัดชุดใหญ่จนหมดรูป 4-1 เข้าสู่อาการ ‘โคม่า’ ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก
โดยในตอนนี้พวกเขาไม่ชนะใครติดต่อกันมา 7 นัดเข้าไปแล้ว แถมเป็นการพ่ายแพ้ไปถึง 4 นัด โดยจุดเริ่มต้นคือการแพ้ ‘เรือใบสีฟ้า’ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่เหลือ 10 คน ในเกมลีกไปแบบคาบ้าน 1-0 หลังจากนั้นผลงานก็รูดยาว แล้วถ้านับผลการแข่งขันแบบเป็นทางการนับตั้งแต่เปิดฤดูกาลใหม่มาซึ่งลงเล่นไปทั้งหมด 11 นัด คาร์ริค พาทีมเก็บชัยชนะไปได้แค่ 2 นัดเท่านั้น แถมเป็นการชนะทีมที่ห่างชั้นพอสมควรอย่าง อิปสวิช ในพรีเมียร์ลีก และ ซาบาห์ ในบอลยุโรป ที่เหลือคือแพ้ไป 5 นัด และเสมอ 4 นัด
จากสถานะการเป็น ‘ฮีโร่’ ของคาร์ริคตอนที่เข้ามาคุมทีมแบบขัดตาทัพเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมาแล้วทำผลงานได้ดี จบซีซันด้วยอันดับที่ 3 ได้กลับมาเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก พอได้สัญญาถาวรปุ๊บตอนนี้เขากลายเป็น ‘ฮีรั่ว’ ไปแล้วเรียบร้อย ทุกอย่างที่สร้างและทำมากำลังพังทลายลงภายในเวลาไม่กี่เดือน
สำหรับเหตุผลว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้? อย่างแรกเลย็คงต้องบอกว่าเป็นเรื่องของ ‘ความกดดัน’ เพราะในตอนที่อดีตตำนานกองกลางรายนี้เข้ามาคุมแบบขัดตาทัพเป้าหมายของเขาไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไรมากมาย ขอเพียงแค่ให้ทีมทำผลงานได้ดี ไม่แย่หรือตกต่ำลงไปกว่าเดิมก็พอ แต่พอได้สัญญาถาวรแน่นอนว่าต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจนกว่าเดิม ซึ่งก็เพิ่ม ‘ความกดดัน’ มหาศาลให้เขา ทำให้สุดท้ายแล้วมากระทบกับผลงานแบบที่แฟนๆ เห็นกัน
พอต้องรับมือกับความกดดันขนาดหนักหลายๆ อย่างที่คาร์ริคเคยทำแบบธรรมชาติก็เริ่มผิดเพี้ยนไปเรื่อยๆ เริ่มตั้งแต่เรื่องของการจัดไลน์อัพ 11 ตัวจริงในแต่ละนัด แม้ว่าหนึ่งในปัญหาของซีซันนี้จะเป็นเรื่องของการเสริมตัวในตลาดซื้อขายที่ไม่ค่อยเข้าเป้าเหมือนทีมอื่นๆ บวกกับอาการบาดเจ็บที่เล่นงานนักเตะค่อนข้างเยอะ แต่สุดท้ายก็เป็นตัวคาร์ริคเองที่จัดตัวแบบสร้างเครื่องหมายคำถามให้แฟนบอลยูไนเต็ดกันอยู่แทบทุกเกม
อย่างในเกมเมื่อคืน 11 ตัวจริงที่เข้าใส่เข้ามาก็ดูงงๆ เช่น มี คาร์ลอส บาเลบา ที่เป็นกองกลางตัวรับธรรมชาติแต่กลับเลือก เมสัน เมาท์ ที่ไม่ได้ถนัดตำแหน่งนี้ลงเล่นแทน ในขณะที่กองกลางตัวรุกเลือก ยูรี ตีเลอมันส์ ไปเล่น แล้วเอา บรูโน่ เฟร์นันดส์ ไปยืนเป็น False 9 ส่วน ติอาโก้ คุนย่า ไปยืนปีกซ้าย ทั้งที่ในม้านั่งสำรองมีปีกและกองหน้าธรรมชาติ อาหมัด ดิยาลโล่ กับ โจชัวร์ เซิร์กซี อยู่แท้ๆ การจัดวางตำแหน่งตัวผู้เล่นของเขาในแต่ละเกมมันดูเละเทะไปหมดแล้ว
ปัญหาต่อมาในตอนนี้ก็คือทีมแทบจะไม่มีทั้งแท็คติกที่ชัดเจน รวมไปถึงฟิตเนสของนักเตะก็แทบไม่เหลือให้เห็น อย่างการให้สัมภาษณ์หลังเกมเมื่อคืน บรูโน่ ก็ออกมาวิจารณ์แท็คติกของคาร์ริค ส่วนคาร์ริคก็บอกว่าต่อให้มีแท็คติกขนาดไหนถ้าผู้เล่นไม่วิ่งมันก็เท่านั้น กลายเป็นการโทษกันไปโทษกันมาจากเรื่องเดิมๆ แต่ปัญหาก็ไม่ได้เห็นว่ามีการแก้ไขใดๆ เกิดขึ้น สุดท้ายคือเรื่องของการ ‘กระตุ้น’ จากข้างสนามที่แทบไม่เห็นในตัวคาร์ริคแล้ว แน่นอนว่าพอเฮดโค้ชไม่แอคทีฟผู้เล่นในสนามก็เล่นไปเรื่อยๆ แบบที่เห็น
จากปัญหาทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับ ‘ปีศาจแดง’ ในเวลานี้คงต้องมารอดูว่า คาร์ริค จะแก้ไขปัญหาได้ไหมและมีเวลาพอให้แก้หรือเปล่า เพราะก็ไม่รู้เลยว่าตอนนี้เขาจะได้โอกาสพิสูจน์ตัวเองกับทีมต่อไปอีกนานแค่ไหน





