“เสียงเพลงของทีมชาติหนึ่งที่หลายๆ คนฝันถึงการไปบอลโลกสักครั้งในชีวิต
กำลังดังก้องอยู่ในการแข่งขันฟุตบอลโลกที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอีก 20 ปีต่อจากนี้”
กำลังดังก้องอยู่ในการแข่งขันฟุตบอลโลกที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอีก 20 ปีต่อจากนี้”

เกริ่นมาแบบนี้ คุณผู้อ่านทุกท่านอย่าเพิ่งตกใจกันไปนะครับว่าจะชวนมาเผลอฝันอะไรกัน แต่ลองพลิกและปรับมุมมองกันดูว่า หากภาพฝันเหล่านี้มันเกิดขึ้นจริงสักครั้งมันจะดีหรือไม่ ใช่ครับผมเชื่อว่า ทุกคนฝันและทุกคนคิดว่ามันจะเกิดขึ้นสักครั้งในชีวิตของเช่นกัน แม้ภาพความเป็นจริงอาจจะมองไม่เห็นว่าสิ่งนี้มันจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ แต่ภาพในความฝันสิ่งนี้เราสามารถจินตนาการได้
และวันนี้เราจะชวนทุกคนมาจินตนาการไปพร้อมๆ กันถึงเรื่องราวของการเปลี่ยนแปลงหัวเรือใหญ่ในวงการฟุตบอลประเทศหนึ่งกันเลยว่า ถ้าเกิดวันหนึ่งนักฟุตบอลกลายมาเป็นนายกสมาคมฟุตบอลจริงๆ มันจะเป็นอย่างไรและฝันที่อยากจะไปฟุตบอลโลกมันจะเกิดขึ้นได้หรือไม่ ลองมาจินตนาการไปพร้อมๆ กันครับ
และวันนี้เราจะชวนทุกคนมาจินตนาการไปพร้อมๆ กันถึงเรื่องราวของการเปลี่ยนแปลงหัวเรือใหญ่ในวงการฟุตบอลประเทศหนึ่งกันเลยว่า ถ้าเกิดวันหนึ่งนักฟุตบอลกลายมาเป็นนายกสมาคมฟุตบอลจริงๆ มันจะเป็นอย่างไรและฝันที่อยากจะไปฟุตบอลโลกมันจะเกิดขึ้นได้หรือไม่ ลองมาจินตนาการไปพร้อมๆ กันครับ

หากนักฟุตบอลเป็นนายกสมาคมฟุตบอลจริงๆ สิ่งแรกที่จะได้เปรียบกว่านายกสมาคมก่อนหน้านี้เลยก็คือเรื่องของคอนเนคชั่นและความนิยมที่มีทั้งแฟนฟุตบอลและหลายๆ คนรู้จัก ย่อมทำให้สามารถวางแผนให้สมาคมเดินไปข้างหน้าได้อย่างดีเยี่ยม เพราะการร่วมมือกันของทุกฝ่ายสำคัญมากๆ สำหรับวงการนี้ หากได้ทั้งภาครัฐและเอกชนมาดูแลในส่วนนี้การพัฒนาเชิงลึกต่างๆ ก็จะสามารถเกิดขึ้นได้จากชื่อเสียงของนักฟุตบอลที่มาลองเป็นนายกสมาคมในอนาคตอันใกล้นี้ เพราะชื่อเสียงที่เขาได้สะสมมาตลอดชีวิต

สิ่งที่สองที่ดีต่อวงการฟุตบอลก็คือ คนกีฬามักมีความรู้และความเข้าใจในการเป็นนักกีฬาที่ดี ต้องบอกว่า คนที่เข้าใจอาชีพต่างๆ ในโลกใบนี้ หากเคยลองทำหรือเคยได้อยู่ในวงการต่างๆ มาแล้ว แน่นอนความเข้าใจหัวอกของนักกีฬาย่อมทำให้นักกีฬาทุกคนหลงรักและพร้อมจะทุ่มเทสิ่งดีๆ ให้กับคุณ ข้อนี้จึงเป็นข้อดีมากๆ หากนักฟุตบอลจะมาเป็นนายกสมาคมฟุตบอลจริงๆ เพราะใครเล่าจะไปเข้าใจหัวอกนักฟุตบอลเท่านักฟุตบอลด้วยกันเอง เรื่องราวของหมาล่าเหยื่อที่เกิดขึ้น ความไม่ธรรมในสัญญาต่างๆ ที่มักเกิดขึ้น ใครจะไปรู้ดีที่นักฟุตบอลที่ลงไปเล่นละจริงไหม

สิ่งต่อมาอีกข้อที่น่าสนใจก็คือระบบการพัฒนาการจัดการองค์กรฟุตบอลที่ตรงนี้แม้ตัวนักฟุตบอลอาจจะไม่มีความรู้ในด้านนี้มาก หากแต่เพียงหากได้คนที่ค่อยไกด์และช่วยเหลือนักฟุตบอลที่เข้ามาทำงานตรงนี้ได้ ข้อนี้ก็จะไม่ใช่ปัญหาแต่มันจะกลับกลายเป็นแรงผลักดันครั้งสำคัญให้วงการฟุตบอลก้าวไปข้างหน้าก็เป็นได้ เพราะที่ผ่านมาคนในวงการฟุตบอลประเทศหนึ่งก็ไม่ได้เป็นคนที่อยู่ในวงการมาอย่างชัดเจนนัก ฉะนั้นแล้วข้อนี้ละจะเป็นจุดสำคัญที่หากเกิดขึ้นจริงได้ มันน่าจะทัชใจแฟนฟุตบอลไม่มากก็น้อยเลยล่ะ

อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว คำถามที่ยังอยู่ในใจแล้วเราจะไปฟุตบอลโลกได้อย่างไรกัน ? ซึ่งสิ่งนี้ที่ต้องทำความเข้าใจกันเลยก็คือหลังจากนี้ในอนาคตไม่กี่ปีข้างหน้าฟุตบอลโลกจะมีทีมเข้าแข่งขันมากขึ้นถึง 48 ทีมด้วยกัน และโควต้าของทีมจากทวีปในเอเชียจะถูกเพิ่มเป็น 8 ทีมครึ่งด้วยกัน นั้นหมายความว่าหากมีการเตรียมตัวที่ดีและมีโครงการที่จะมุ่งสู่การแข่งขันฟุตบอลโลกอย่างจริงจัง ฝันของการไปฟุตบอลโลกของประเทศหนึ่งที่อยากจะไปฟุตบอลโลกก็อาจจะสำเร็จได้ในไม่ช้า ที่สำคัญหากนายกสมาคมเป็นนักฟุตบอลจริงๆ และพาประเทศนั้นไปฟุตบอลโลกได้จริงเหมือนภาพฝันที่วาดเอาไว้ มันคงสวยงามไม่น้อยไปกว่าผู้มีอำนาจบางส่วนพาประเทศนั้นไปเล่นมหกรรมฟุตบอลครั้งนี้เสียอีก
และนี่ก็คือ What If ถ้าหากเรื่องราวนี้เกิดขึ้นจริงบนโลกใบนี้
ก็ได้แต่หวังว่ามันจะเกิดขึ้นกับวงการฟุตบอลประเทศนั้นในไม่ช้า ขอให้มันเกิดนะ
และนี่ก็คือ What If ถ้าหากเรื่องราวนี้เกิดขึ้นจริงบนโลกใบนี้
ก็ได้แต่หวังว่ามันจะเกิดขึ้นกับวงการฟุตบอลประเทศนั้นในไม่ช้า ขอให้มันเกิดนะ



