“ยันต์เจ้าคุณธงชัยยังช่วยเลสเตอร์ได้ไหม?”
แม้จะเป็นเพียงประโยคที่แฟนบอลไทยพูดหยอกกันในช่วงหลายปีที่ผ่านมาแต่ก็สะท้อนภาพจำของสโมสรแห่งนี้ได้เป็นอย่างดี
ครั้งหนึ่งภาพนักเตะและทีมงานเลสเตอร์ ซิตี้ เข้าแถวรับผ้ายันต์จากเจ้าคุณธงชัยก่อนเปิดฤดูกาลกลายเป็นธรรมเนียมที่แฟนบอลรอชมทุกปี หลายคนมองว่านี่คือเคล็ดแห่งความเป็นสิริมงคล ขณะที่อีกหลายคนก็เชื่อว่าเป็นสัญลักษณ์ของยุคที่ทุกอย่างกำลังเข้าที่เข้าทาง
แน่นอนว่าไม่มีใครพิสูจน์ได้ว่าผ้ายันต์พาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกหรือแชมป์เอฟเอ คัพ
แต่สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือในช่วงเวลานั้น “ทุกอย่าง” ของเลสเตอร์ดูเหมือนจะเป็นใจไปเสียหมด
พวกเขาคือแชมป์พรีเมียร์ลีก และ แชมป์เอฟเอ คัพ อย่างเหนือความคาดหมายพร้อมกับสร้างกลุ่มแฟนคลับในประเทศไทยจนเกิดกระแส ‘จิ้งจอกสยาม’ ทีมที่คนไทยพร้อมใจส่งแรงเชียร์
ทว่าวันนี้ภาพที่แฟนบอลทั่วโลกกำลังพูดถึงกลับไม่ใช่การลุ้นแชมป์หรือการสร้างปาฏิหาริย์ใดๆ อีกต่อไป แต่กลับเป็นข่าวที่ Sky Sports และ Financial Times รายงานตรงกันว่า King Power ได้ว่าจ้าง Citigroup เพื่อสำรวจความเป็นไปได้ในการขายสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ หลังมีนักลงทุนหลายกลุ่มให้ความสนใจ
แม้จะยังไม่ใช่การประกาศขายอย่างเป็นทางการแต่ก็ถือเป็นสัญญาณสำคัญว่า หนึ่งในยุคสมัยที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของสโมสรอาจกำลังเดินมาถึงบทสุดท้าย
หากย้อนกลับไปในปี 2010 วันที่ King Power เข้ามาเทกโอเวอร์ เลสเตอร์ยังเป็นเพียงทีมในเดอะ แชมเปียนชิพ
ภายในเวลาไม่ถึงสิบปีพวกเขาพาทีมเลื่อนชั้น สร้างปาฏิหาริย์คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2015/16 ทั้งที่มีอัตราต่อรองถึง 5,000 ต่อ 1 ก่อนจะคว้าแชมป์เอฟเอ คัพในปี 2021 และกลายเป็นสโมสรที่ถูกยกย่องว่าบริหารงานดีที่สุดแห่งหนึ่งของอังกฤษ
โมเดลของเลสเตอร์ในเวลานั้นเรียบง่ายแต่ทรงประสิทธิภาพ
พวกเขาค้นหานักเตะราคาถูก ปลุกปั้นให้กลายเป็นดาวดังก่อนขายต่อในราคามหาศาล ไม่ว่าจะเป็น เอ็นโกโล ก็องเต้, ริยาด มาห์เรซ, แฮร์รี แม็กไกวร์, เบน ชิลเวลล์, เวสลีย์ โฟฟานา หรือ เจมส์ แมดดิสัน
เงินที่ได้ถูกนำกลับมาลงทุนอย่างต่อเนื่องจนเลสเตอร์กลายเป็นทีมที่สามารถท้าชน “บิ๊กซิกซ์” ได้อย่างไม่เกรงกลัว
แต่ฟุตบอลไม่เคยหยุดนิ่ง
หลังการจากไปของคุณวิชัย ศรีวัฒนประภา หรือเจ้าสัววิชัย ในปี 2018 สโมสรยังคงรักษามาตรฐานได้อีกระยะหนึ่ง ก่อนที่ปัญหาหลายด้านจะเริ่มสะสมหลังจากที่พวกเขาเริ่มลงทุนกับการสร้างสนามซ้อมราคาแพงเพื่อเพิ่มมาตรฐานให้กับสโมสร ทำให้จุดนี้เป็นจุดเริ่มต้นของความล้มเหลวของสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้
การเสริมทัพที่ไม่คุ้มค่า การหาตัวแทนผู้เล่นแกนหลักที่ทำได้ไม่ดี ผลงานในสนามที่ตกต่ำลง รวมถึงการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้น เหล่านี้ทำให้โมเดลที่เคยประสบความสำเร็จเริ่มใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไป
เมื่อผลงานในสนามแย่ลงรายได้ก็ลดลงตาม
การตกชั้นจากพรีเมียร์ลีกทำให้เม็ดเงินจากค่าลิขสิทธิ์หายไปมหาศาล สโมสรยังต้องเผชิญกับข้อจำกัดด้านกฎการเงิน (PSR) ขณะที่ธุรกิจดิวตี้ฟรีของ King Power ก็ได้รับผลกระทบจากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวหลังโควิด ส่งผลให้การลงทุนในทีมไม่คล่องตัวเหมือนในอดีต
เมื่อทุกอย่างมาบรรจบกันข่าวการมองหาผู้ลงทุนรายใหม่จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจนัก สิ่งที่น่าสนใจคือการสำรวจขายสโมสรครั้งนี้ไม่ได้สะท้อนว่า King Power ล้มเหลว ในทางกลับกันพวกเขาคือเจ้าของที่สร้างช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของเลสเตอร์
แต่บางครั้งฟุตบอลก็เดินมาถึงจุดที่การเปลี่ยนมืออาจเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับทุกฝ่าย
สุดท้ายแล้วไม่ว่าดีลนี้จะเกิดขึ้นหรือไม่
สิ่งที่ King Power ฝากไว้กับเลสเตอร์จะไม่มีวันถูกลบเลือน
เพราะหากไม่มีการเข้ามาของกลุ่มทุนไทยโลกฟุตบอลก็คงไม่มีวันได้เห็นทีมที่มีโอกาสเป็นแชมป์ด้วยโอกาสที่แทบเป็นไปไม่ได้ 5,000 ต่อ 1 กลายเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกจริงๆ
ส่วน “ยันต์เจ้าคุณธงชัย” ก็อาจไม่เคยเป็นสิ่งที่ทำให้เลสเตอร์ชนะฟุตบอล
แต่มันจะถูกจดจำตลอดไปในฐานะหนึ่งในภาพจำของยุคทองที่ครั้งหนึ่งเคยทำให้แฟนบอลไทยรู้สึกว่าสโมสรแห่งนี้เป็นทีมของคนไทยจริงๆ




