การเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกสำหรับกาตาร์ นั้นไม่ใช่แค่การประกาศศักยภาพของประเทศเล็กๆ ในดินแดนตะวันออกกลางว่า สามารถเนรมิตสเตเดี้ยมกลางทะเลทรายให้มีชีวิตและติดแอร์ในทุกสนามการแข่งขันเท่านั้น แต่การเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก 2022 ของกาตาร์ คือการทำให้ประเทศซึ่งในอดีตมีภาพจำว่าเป็นผู้ส่งออกก๊าซธรรมชาติในอันดับต้นๆของโลก กลายเป็นประเทศที่ได้รับการโฟกัส จากผู้คนทั่วโลกเป็นประเทศแรกหลังจากวิกฤติการระบาดของโควิด 19 กำลังจะผ่านพ้น
เรื่องราวของกาตาร์ในการเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก ความทันสมัยของการแข่งขันที่ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยจัดการรวมไปถึงระบบคมนาคม และ สาธารณสุขที่ทันสมัย เรื่องราวทั้งหมดนี้ถูกถ่ายทอดผ่านสื่อสารมวลชนทั่วโลก ยิ่งในยุคที่โซเชียลมีเดีย กลายเป็นพลังของการบอกต่อชื่อกาตาร์ และกรุงโดฮา กำลังจะถูกจดจำในอีกหนึ่งภาพลักษณ์ใหม่ ซึ่งแน่นอนว่าทั้งหมดนี้ไม่พ้นสายตานักลงทุนที่กำลังหาเป้าหมายใหม่นอกเหนือแผ่นดินในยุโรป และอเมริกาที่กำลังโรยรา
เรื่องราวของกาตาร์ในการเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก ความทันสมัยของการแข่งขันที่ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยจัดการรวมไปถึงระบบคมนาคม และ สาธารณสุขที่ทันสมัย เรื่องราวทั้งหมดนี้ถูกถ่ายทอดผ่านสื่อสารมวลชนทั่วโลก ยิ่งในยุคที่โซเชียลมีเดีย กลายเป็นพลังของการบอกต่อชื่อกาตาร์ และกรุงโดฮา กำลังจะถูกจดจำในอีกหนึ่งภาพลักษณ์ใหม่ ซึ่งแน่นอนว่าทั้งหมดนี้ไม่พ้นสายตานักลงทุนที่กำลังหาเป้าหมายใหม่นอกเหนือแผ่นดินในยุโรป และอเมริกาที่กำลังโรยรา

การเติบโตทางเศรษฐกิจแบบก้าวกระโดด
นับตั้งแต่กาตาร์ ได้รับเลือกจากฟีฟ่า ให้เป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก 2022 เมื่อ 12 ปีที่แล้วตะปูเข็มแรกก็ถูกตอกลงบนระบบเศรษฐกิจของ กาตาร์ จวบจนถึงวันนี้นั้นมีรายงานว่าเศรษฐกิจของ กาตาร์ ขยายตัวถึง 5.2 เปอร์เซ็นต์ ในปี 2022 ซึ่งเติบโตมากกว่าปี 2021 ซึ่งอยู่ที่ 1.5 เปอร์เซ็นต์การเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกของกาตาร์ในครั้งนี้ฝ่ายจัดการแข่งขัน และ รัฐบาลของกาตาร์ นั้นคาดหมายว่าจะเป็นการ บูสเศรษฐกิจของกาตาร์สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ ขณะเดียวกันทางฟีฟ่าได้รายงานว่านี่คือฟุตบอลโลกที่มีการลงทุนมหาศาลที่สุดตั้งแต่มีการจัดแข่งขันเป็นต้นมา
รายงานจาก Fitch Solutions อันเป็นบริษัทที่ปรึกษาทางด้านธุรกิจในระดับโลกนั้นระบุว่า กาตาร์ จะได้แรงบวกทางเศรษฐกิจเป็นอย่างมากในการเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกในครั้งนี้ ทั้งการเตรียมการก่อนจะถึงการแข่งขัน และ เมื่อถึงการแข่งขัน ล้วนแล้วแต่เป็นช่วงเวลาที่ทำให้เศรษฐกิจของกาตาร์ มีแรงบวกส่งผลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจที่พุ่งสูงขึ้น

การบูสจากเกมระดับโลกส่งผลต่อเศรษฐกิจกาตาร์และประเทศใกล้เคียง
Fitch Solutions ยังระบุด้วยว่าในช่วงของการแข่งขันฟุตบอลโลกนั้น กาตาร์ จะมีแฟนบอลและนักท่องเที่ยวไปเยือนถึง 2.2 ล้านรายซึ่งนับว่าเป็นตัวเลขที่สูงกว่าปี 2019 ที่มีนักท่องเที่ยวไปเยือนประมาณ 1.2 ล้านรายเกือบเท่าตัว ขณะเดียวกันมีการคาดการณ์ว่า นักท่องเที่ยวต่างชาตินั้นจะมีปริมาณเท่ากับ 40 เปอร์เซ็นต์ ของประชากรในกาตาร์ ซึ่งหากเปรียบเทียบกับการแข่งขันฟุตบอลโลกที่ผ่านมาที่ รัสเซีย และ บราซิล นั้นจำนวนของนักท่องเที่ยวจะมีจำนวนเทียบเท่ากับประชากรของทั้งสองประเทศอยู่ที่ 2.5 เปอร์เซ็นต์ และ 0.7 เปอร์เซ็นต์ (ตามลำดับ)นอกจากนี้การใช้จ่ายในฟุตบอลโลกทั้งจากนักท่องเที่ยว และผู้ที่อยู่อาศัยในประเทศเจ้าภาพอย่างกาตาร์ ทั้งในภาคการท่องเที่ยว ที่อยู่อาศัย ร้านอาหาร รวมไปถึง ร้านขายของต่างๆภายในประเทศ จะมีการจับจ่ายใช้สอยมากกว่าเดิม ขณะเดียวกันภาครัฐ อันเป็นฝ่ายจัดการแข่งขันของกาตาร์ เอง ก็จะใช้เงินไปกับการรักษาความปลอดภัย และ การดูแลเรื่องสาธารณสุข ของประชากร และ นักท่องเที่ยว เป็นอย่างมาก
ซึ่งการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจนั้น นั้นไม่ได้จำกัดอยู่แค่ภายในกาตาร์หากกระแสความแรงของฟุตบอลโลกยังพัดพาไปยังประเทศเพื่อนบ้านกาตาร์อีกด้วยเพราะเพียงแค่กาตาร์โดยลำพังไม่สามารถรองรับนักท่องเที่ยวหลักล้านที่เดินทางมาในช่วงฟุตบอลโลกได้ และเป็นที่มาให้ สายการบิน กาตาร์ แอร์เวยส์ มีข้อตกลงร่วมกันกับประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียงกับกาตาร์ กับการรองรับนักท่องเที่ยวในส่วนของที่พัก และ ให้บริการในการเดินทางมายังโดฮา ในช่วงที่มีการแข่งขัน

เงินเฟ้อชั่วคราวและการส่งออกก๊าซธรรมชาติลด
แม้ว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยฟุตบอลโลก จะทำให้เกิดการแรงจับจ่ายใช้สอยไปทั่วกาตาร์ หากแต่ก็มีผลข้างเคียงด้วยเช่นกัน เพราะ ฟิตช์ ได้คาดการณ์ว่าในช่วงไตรมาสที่สี่อันเป็นช่วงของการแข่งขันฟุตบอลโลกในกาตาร์นั้น จะเกิดสภาวะเงินเฟ้อชั่วคราว ค่าครองชีพในกรุงโดฮาจะสูงขึ้นกว่าปกติ จวบจนกระทั่งจบการแข่งขันฟุตบอลโลกไปแล้ว สภาวะเงินเฟ้อชั่วคราว และ ค่าครองชีพในกรุงโดฮา จะค่อยๆกลับมาเป็นปกติอีกครั้งขณะเดียวกันการจัดมหกรรมกีฬาในระดับโลกนั้นจะมีการใช้พลังงาน มากกว่าปกติไม่ว่าจะเป็นโรงแรม ร้านอาหาร หรือสนามการแข่งขัน รวมไปถึงระบบขนส่งและคมนาคม ซึ่งทำให้มีการใช้พลังงานมากขึ้นกว่าปกติ ทำให้ ฟิตช์ คาดการณ์ว่ากาตาร์ จะส่งออกก๊าซธรรมชาติลดลงกว่าปกติ เนื่องจากมีความต้องการใช้ในประเทศมากขึ้นกว่าเดิม เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2021
ทั้งนี้รายงานของ ฟิตช์ นั้นระบุว่าทั้งเงินเฟ้อชั่วคราว และ การลดการส่งออกก๊าซธรรมชาติ นั้นไม่ใช่ผลเสียต่อกาตาร์ หากแต่เป็นสัญญานที่แสดงให้เห็นว่า การเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกนั้นไม่เพียงแต่ทำให้คนทั่วโลกได้รู้จักกับกาตาร์ แต่ยังทำให้ระบบเศรษฐกิจภายในประเทศขับเคลื่อนได้เร็วกว่าเดิม

เรตติ้งจาก Standard & Poor’s ยกให้กาตาร์มีศักยภาพสูงและน่าลงทุน
Standard & Poor’s Rating ได้ประมาณการณ์ว่า การแข่งขันฟุตบอลโลกจะบูส เศรษฐกิจของกาตาร์ และ ประเทศใกล้เคียง ขณะเดียวกันยังประเมินว่าเศรษฐกิจของประเทศในอ่าวเปอร์เซีย จะมีนักลงทุนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก ส่วนหนึ่งมาจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น และศักยภาพของกาตาร์ ที่พิสูจน์ให้เห็นจากการเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกในครั้งนี้เพราะไม่เพียงการเตรียมตัวในฐานะเจ้าภาพที่ทำได้อย่างไม่มีที่ติ ทางกาตาร์ ยังได้แสดงศักยภาพ ว่ามีความมั่นคงทางเศรษฐกิจและการเมือง ขณะเดียวกันยังมีเทคโนโลยี ภายในประเทศที่มีมาตรฐานสูงเทียบเท่ากับในยุโรปหรือ สหรัฐอเมริกา
โดยกาตาร์ได้ก่อตั้ง ก่อตั้ง Gulf Organization for Research and Development (GORD) ในปี 2009 ตั้งอยู่ภายใน Qatar Science and Technology Park โดยสถาบันดังกล่าวทำการพัฒนา Global Sustainability Assessment System อันเป็นมาตรฐานใหม่ของการสร้างสิ่งปลูกสร้าง และสนามการแข่งขัน แบบประหยัดพลังงาน โดยในฟุตบอลโลก 2022 ระบบดังกล่าวทำให้กาตาร์ สร้างสนามในมาตรฐานใหม่ซึ่งประหยัดพลังงานได้ถึง 45 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับสิ่งอำนวยความสะดวกที่มีอยู่ภายในสนาม และนับเป็นการตั้งมาตรฐานใหม่ในการใช้พลังงานอย่างประหยัดในภูมิภาคเอเชียกลางอีกด้วย
ทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นว่า การเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกของกาตาร์ นั้นไม่ได้หวังผลแค่ระยะเวลา 4 สัปดาห์ของการแข่งขันฟุตบอลโลก หากแต่ฝ่ายจัดการแข่งขัน และรัฐบาลกาตาร์ ตั้งเป้าว่าฟุตบอลโลกจะเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นในการทำให้คนทั้งโลกเห็นความสามารถของกาตาร์ ในฐานะฮับทางเศรษฐกิจของภูมิภาคตะวันออกลาง ซึ่งก่อนหน้านี้ผู้คนอาจคิดถึงแต่ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่มีดูไบ เป็นศูนย์กลาง หรือ ซาอุดิอาระเบีย มาวันนี้ กาตาร์ ในฐานะน้องเล็กสุด กำลังจะเป็นดาวรุ่งที่น่าจะมาแรงแซงรุ่นพี่ทั้งสองประเทศเสียแล้ว



