สิงคโปร์ลุยปราบสแกมเมอร์ ออกหมายจับแบบเปิดหน้า 27 พลเมืองเอี่ยวแก๊งสแกมเมอร์กัมพูชา

30 ต.ค. 2568 - 16:03

  •   สิงคโปร์กำลังทำงานร่วมกับหน่วยงานระหว่างประเทศเพื่อค้นหาและจับกุมตัวบุคคลเหล่านี้

  • ผู้ต้องสงสัยที่ถูกออกหมายจับสร้างความเสียหายต่อชาวสิงคโปร์อย่างน้อย 41 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์

  • ตำรวจสิงคโปร์กำลังทำงานร่วมกับอินเตอร์โพลเพื่อออกหมายแดงต่อผู้ต้องสงสัยเหล่านี้

สิงคโปร์ลุยปราบสแกมเมอร์ ออกหมายจับแบบเปิดหน้า 27 พลเมืองเอี่ยวแก๊งสแกมเมอร์กัมพูชา

ทางการสิงคโปร์ออกหมายจับชาวสิงคโปร์ 27 คน และชาวมาเลเซีย 7 คน ซึ่งต้องสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่ายหลอกลวงที่ปฏิบัติการในกัมพูชา

กองกำลังตำรวจสิงคโปร์ (SPF) ระบุในแถลงการณ์เมื่อวันที่ 29 ตุลาคมว่า ขณะนี้ผู้ต้องสงสัยทั้ง 34 คนได้เดินทางออกจากสิงคโปร์แล้ว พร้อมเสริมว่ากำลังทำงานร่วมกับหน่วยงานระหว่างประเทศเพื่อค้นหาและจับกุมตัวบุคคลเหล่านี้

The Straits Times รายงานว่า เชื่อว่าผู้ต้องสงสัยตามหมายจับเหล่านี้มีความเชื่อมโยงกับผู้ต้องหา 15 คนที่ถูกตั้งข้อหาเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมาเกี่ยวกับความเชื่อมโยงกับแก๊งหลอกลวง

เมื่อวันที่ 9 กันยายนที่ผ่านมา กองกำลังตำรวจสิงคโปร์บังคับใช้กฎหมายร่วมกับตำรวจกัมพูชา เพื่อปราบปรามกลุ่มอาชญากรที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการหลอกลวงโดยปลอมแปลงตัวเจ้าหน้าที่รัฐ โดยมีเป้าหมายเป็นเหยื่อชาวสิงคโปร์

เชื่อว่ากลุ่มนี้ดำเนินงานจากสถานที่หลอกลวงในกรุงพนมเปญ และถูกกล่าวหาว่ามีส่วนรับผิดชอบต่อคดีความ 438 คดี คิดเป็นมูลค่าความเสียหายอย่างน้อย 41 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์

หลังจากการบังคับใช้กฎหมายเบื้องต้นในกัมพูชา มีผู้ต้องสงสัย 15 คนถูกจับกุม ซึ่งประกอบด้วยชาวสิงคโปร์ 12 คน ชาวมาเลเซีย 2 คน และชาวฟิลิปปินส์ 1 คน คนกลุ่มนี้ถูกจับกุมในสิงคโปร์และถูกตั้งข้อหาเมื่อวันที่ 11 และ 12 กันยายน ในข้อหาเป็นสมาชิกของกลุ่มอาชญากรที่มีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกันในท้องถิ่น

จากการสืบสวนเพิ่มเติมและรวบรวมหลักฐานในกัมพูชา ตำรวจสามารถระบุตัวชาวสิงคโปร์อีก 27 คน และชาวมาเลเซียอีก 7 คน เป็นสมาชิกของกลุ่มอาชญากรก่ออาชญากรรมนี้ได้ โดยเชื่อว่าคนกลุ่มนี้ปฏิบัติการอยู่ในศูนย์หลอกลวงในกรุงพนมเปญ

ตำรวจสิงคโปร์กำลังทำงานร่วมกับอินเตอร์โพลเพื่อออกหมายแดงต่อผู้ต้องสงสัยเหล่านี้ และการสืบสวนกลุ่มนี้ยังคงดำเนินต่อไป

แถลงการณ์ของกองตำรวจสิงคโปณ์ระบุว่า “SPF จะพยายามอย่างเต็มที่ในการไล่ล่าอาชญากรที่ปฏิบัติการทั้งในและต่างประเทศ และมุ่งเป้าไปที่สิงคโปร์ เราจะทำงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายต่างประเทศเพื่อนำตัวพวกเขาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม”

Photo by JAM STA ROSA / AFP

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์