ฐานทัพอากาศเอ็ดเวิร์ดส์ ทางตะวันออกเฉียงเหนือของลอสแอนเจลิส แถลงว่า “ลูกเรือ 8 นายเสียชีวิตจากอุบัติเหตุเครื่องบินทิ้งระเบิด B-52 ตกหลังจากขึ้นบินจากฐานทัพอากาศเอ็ดเวิร์ดส์ได้ไม่นาน ในเช้าวันจันทร์ (15 มิ.ย.)”
นี่เป็นอุบัติเหตุที่ร้ายแรงที่สุดของเครื่องบินทิ้งระเบิด B-52 นับตั้งแต่ปี 1982 ซึ่งในครั้งนั้น มีลูกเรือเสียชีวิต 9 นาย ระหว่างการฝึกซ้อมทดสอบบินที่ฐานทัพอากาศมาเธอร์ ใกล้กับเมืองซาคราเมนโต รัฐแคลิฟอร์เนีย
เจ้าหน้าที่กล่าวว่า “เครื่องบิน B-52 สตราโตฟอร์เทรสที่ประสบอุบัติเหตุในวันจันทร์ (15 มิ.ย.) นั้น กำลังปฏิบัติภารกิจทดสอบบินตามปกติ โดยขึ้นบินเวลา 11:20 น. ตามเวลาท้องถิ่นจากฐานทัพอากาศที่ห่างไกลแห่งนี้ ซึ่งในเวลานี้ เจ้าหน้าที่พิจารณาแล้วว่าการดำเนินงานได้เปลี่ยนเข้าสู่ขั้นตอนการเก็บกู้ร่างผู้เสียชีวิตและซากเครื่องบินแล้ว”
“มันเป็นเรื่องที่น่าสลดใจมาก และไม่มีผู้ใดรอดชีวิต” พันเอกเจมส์ เฮย์ส กล่าวระหว่างการแถลงข่าว ขณะที่ทางฐานทัพเปิดเผยว่า “ทีมกู้ภัยฉุกเฉินได้เข้าไปช่วยเหลือยังจุดเกิดเหตุทันทีหลังจากเครื่องบินทิ้งระเบิดตก ซึ่งอุบัติเหตุครั้งนี้ได้ทิ้งกลุ่มควันสีดำขนาดใหญ่พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า”
จ่าสิบเอกอาวุโส โจชัว ที. สการ์โลเคน กล่าวว่า “ทีมงานกำลังดำเนินการแจ้งให้ครอบครัวของผู้เสียชีวิตทราบภายในไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้...ลูกเรือกลุ่มดังกล่าวมีทั้งเจ้าหน้าที่ทหาร ข้าราชการพลเรือน และผู้รับเหมาของรัฐบาล”
บริษัท โบอิ้ง ซึ่งเป็นผู้ผลิตเครื่องบินลำดังกล่าว เปิดเผยว่า “มีพนักงานของบริษัท 2 คนอยู่บนเที่ยวบินที่ประสบอุบัติเหตุเมื่อวันจันทร์ (15 มิ.ย.) เรากำลังติดต่อกับครอบครัวของพวกเขาและพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่”
ทรอย อี. เมงก์ รัฐมนตรีว่าการทบวงทหารอากาศสหรัฐฯ และ ไมค์ จอห์นสัน ประธานสภาผู้แทนราษฎร ต่างร่วมแสดงความเสียใจต่อความสูญเสียในครั้งนี้ผ่านทางโซเชียลมีเดีย ขณะที่ เกวิน นิวซัม ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย ก็ร่วมแสดงความเสียใจไปยังชุมชนฐานทัพอากาศเอ็ดเวิร์ดส์ทั้งหมด พร้อมทั้งกล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่กู้ภัยและหน่วยปฏิบัติการฉุกเฉินทุกนาย
เจ้าหน้าที่กองทัพอากาศเปิดเผยว่า “เครื่องบินทิ้งระเบิด B-52 ลำดังกล่าว อยู่ระหว่างการทดสอบบินเพื่อสนับสนุนโครงการปรับปรุงระบบเรดาร์ให้ทันสมัย”
วิดีโอจากสำนักข่าว KCAL ซึ่งเป็นเครือข่ายของ CNN แสดงให้เห็นว่า “รันเวย์ของฐานทัพอากาศแห่งนี้ทิ้งร่องรอยความเสียหายเป็นรอยไหม้สีดำขนาดใหญ่บนพื้นทราย รวมถึงยังมีกลุ่มควันหลงเหลืออยู่ประปราย แต่เป็นการยากที่จะระบุชิ้นส่วนที่แน่ชัดจากซากปรักหักพังดังกล่าว”
“ขณะนี้ฐานทัพอากาศได้เปิดใช้งานอีกครั้งแล้ว แม้เจ้าหน้าที่ยังคงระงับการปฏิบัติภารกิจต่าง ๆ ไปจนถึงวันอังคารนี้ก็ตาม (16 มิ.ย.) แต่รายละเอียดที่แน่ชัดจะยังไม่สามารถเปิดเผยต่อสาธารณชนได้จนกว่าจะผ่านไปประมาณ 6 เดือน”
— พันเอกเฮย์ส กล่าว
(Photo by ROBERT ATANASOVSKI / AFP)



.jpg&w=3840&q=75)

