จุดเปลี่ยนเมียนมาเมื่อกองทัพเสียท่าให้กลุ่มกบฏครั้งใหญ่

19 พ.ย. 2566 - 10:30

  • ก่อนหน้านี้มินต์ ส่วย ประธานาธิบดีเมียนมาเตือนว่า เมียนมาจะแตกเป็นเสี่ยงๆ ถ้ารัฐบาลคุมการต่อสู้กับกลุ่มกบฏในรัฐฉานไม่ได้

  • กลุ่มติดอาวุธที่ปฏิบัติการอยู่ในรัฐฉานร่วมมือกับแคมเปญโค่นล้มรัฐบาลทหาร

  • ครั้งนี้นับเป็นความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่ที่สุดของรัฐบาลทหารนับตั้งแต่เข้ายึดอำนาจเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2021

a_turning_point_in_myanmar_as_army_suffers_big_losses_SPACEBAR_Hero_fa58e2957d.jpg

การร่วมมือกันของกลุ่มกบฏติดอาวุธทำให้กองทัพเมียนมาพลาดท่าครั้งใหญ่ จน มินต์ ส่วย ประธานาธิบดีที่มาจากการแต่งตั้งของรัฐบาลทหารเมียนมาถึงกับเตือนว่า เมียนมาจะแตกเป็นเสี่ยงๆ ถ้ารัฐบาลคุมการต่อสู้กับกลุ่มกบฏในรัฐฉานไม่ได้ 

สำนักข่าว BBC ระบุว่า กลุ่มชนกลุ่มน้อยติดอาวุธ 3 กลุ่มในรัฐฉานซึ่งมีกลุ่มติดอาวุธอื่นที่ต่อต้านรัฐบาลทหารสนับสนุน บุกรุกที่ทำการของกองทัพหลายสิบแห่ง รวมทั้งยึดจุดข้ามแดนและถนนที่เป็นเส้นทางค้าขายสินค้าทางบกกับจีน 

ครั้งนี้นับเป็นความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่ที่สุดของรัฐบาลทหารนับตั้งแต่เข้ายึดอำนาจเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2021 หลังจากต้องสู้รบกับกลุ่มติดอาวุธที่ลุกฮือขึ้นหลังการทำรัฐประหารมากว่า 2 ปีครึ่งก็ดูเหมือนว่ากองทัพเมียนมาจะอ่อนแอและอาจถึงขั้นถูกโค่นล้มเอาได้ง่ายๆ 

ที่ผ่านมารัฐบาลเมียนมาตอบโต้ด้วยการโจมตีทางอากาศและกระหน่ำยิงกระสุนปืนใหญ่ ทำให้ประชาชนหลายพันหลายหมื่นคนต้องอพยพออกจากบ้าน แต่ก็ยังไม่สามารถนำกำลังเสริมเขาไปหรือยึดคืนพื้นที่ที่เสียไปกลับคืนมาได้ โดยในบรรดาทหารหลายร้อยคนที่เสียชีวิต เชื่อกันว่าหนึ่งในนั้นเป็นผู้บัญชาการกองกำลังของรัฐบาลทางตอนเหนือของรัฐฉาน พลจัตวา ออง จ่อ ลวิน ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่อาวุโสที่สุดที่ถูกสังหารในการสู้รบนับตั้งแต่รัฐประหาร

สิ่งที่ทำให้การโจมตีครั้งนี้สำคัญคือ เป็นครั้งแรกที่กลุ่มติดอาวุธที่ปฏิบัติการอยู่ในรัฐฉานร่วมมือกับแคมเปญโค่นล้มรัฐบาลทหาร

อย่างไรก็ดี ยังมีปัจจัยอื่นๆ ด้วย กลุ่มติดอาวุธ 3 กลุ่มนี้มีเป้าหมายอยู่แล้วว่าจะขยับขยายเขตพื้นที่ของตัวเอง และที่สำคัญคือ จีนซึ่งโดยปกติจะทำหน้าที่ควบคุมกลุ่มต่างๆ ตามแนวชายแดนติดกับเมียนมา ไม่ได้ขัดขวางปฏิบัติการนี้ ซึ่งอาจเป็นเพราะจีนผิดหวังกับการจัดการแก๊งสแกมเมอร์ที่มีอยู่ดาษดื่นในรัฐฉาน และพลเมืองจีนหลายพันคนก็ถูกหลอกลวงไปทำงานกับแก๊งสแกมเมอร์ที่นั่น 

ย้อนกลับไปในปี 2021 ตอนที่การประท้วงต่อต้านรัฐประหารอย่างสงบถูกทหารละตำรวจปราบปรามด้วยความรุนแรง ทำให้บรรดานักเคลื่อนไหวไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเรียกร้องให้ทั่วประเทศลุกขึ้นมาสู้กับรัฐบาลทหาร หลายคนหนีไปอยู่ในพื้นที่ที่ควบคุมโดยกลุ่มชนกลุ่มน้อยติดอาวุธตามแนวชายแดนเมียนมาที่ติดกับไทย จีน และอินเดีย ด้วยความหวังว่าจะได้รับการฝึกฝนและอาวุธที่พวกเขาต้องการ

a_turning_point_in_myanmar_as_army_suffers_big_losses_SPACEBAR_Photo01_8dbc3ce736.jpg
ทหารของกลุ่มกบฏกองทัพรัฐฉาน (SAA) กับเครื่องยิงจรวด เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2001 (Photo by PORNCHAI KITTIWONGSAKUL / AFP)

กองทัพชนกลุ่มน้อยบางกลุ่ม เช่น กะเหรี่ยง คะฉิ่น กะเหรี่ยงแดง และชิน ตัดสินใจเข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ (NUG) ซึ่งก่อตั้งโดยรัฐบาลที่ได้รับเลือกตั้งแต่ถูกทำรัฐประหาร แต่บางกลุ่มก็ไม่ได้เข้าร่วม โดยเฉพาะกลุ่มที่อยู่ในรัฐฉานที่มีพรมแดนติดกับไทยและจีนขึ้นชื่อเรื่องแหล่งผลิตยาเสพติดแหล่งใหญ่ที่สุดของโลก และเพิ่งพ่วงตำแหน่งแหล่งแก๊งสแกมเมอร์และคาสิโนเมื่อเร็วๆ นี้  

มีกลุ่มติดอาวุธ 2 กลุ่มที่อ้างตัวว่าเป็นตัวแทนของกลุ่มไทยใหญ่ในรัฐฉานซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยที่ใหญ่ที่สุด แต่ช่วงไม่กี่ปีมานี้ชนกลุ่มน้อยที่กลุ่มเล็กกว่า 4 กลุ่มได้สร้างกองกำลังที่ทรงพลังขึ้นมา 

กลุ่มที่แข็งแกร่งที่สุดคือกลุ่มว้า ที่มีอาวุธที่ทันสมัยและมีทหารกว่า 20,000 นาย นอกจากนี้ยังมีกลุ่มโกกั้ง กลุ่มปะหล่องหรือตะอางซึ่งเป็นคนที่อยู่ตามหมู่บ้านบนเนินเขาห่างไกล แต่กองทัพเติบโตอย่างรวดเร็วนับตั้งแต่ก่อตั้งเมื่อปี 2009 และกลุ่มยะไข่ที่มาจากรัฐยะไข่อีกฟากหนึ่งของเมียนมา  

กลุ่มว้าตกลงหยุดยิงกับกองทัพเมียนมาตั้งแต่ปี 1989 และหลีกเลี่ยงการปะทะด้วยอาวุธมาตลอด ว้าบอกว่าตัวเองเป็นกลางในความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลทหารกับฝ่ายต่อต้าน แต่ถูกมองว่าเป็นแหล่งอาวุธมากมายให้กับกลุ่มที่ต่อต้านรัฐบาลหทารทั่วประเทศ 

กลุ่มติดอาวุธอีก 3 กลุ่ม ได้แก่ กองทัพพันธมิตรประชาธิปไตยแห่งชาติเมียนมา (MNDAA) กองทัพปลดปล่อยแห่งชาติตะอาง (TNLA) และกองทัพอาระกัน (Arakan Army) ร่วมกันก่อตั้งกลุ่มพันธมิตรภราดรภาพ (Brotherhood Alliance) ทั้ง 3 กลุ่มนี้ปะทะกับกองทัพเมียนมาหลายครั้งนับตั้งแต่มีการรัฐประหาร แต่ส่วนใหญ่เป็นการสู้เพื่อดินแดนของตัวเอง ไม่ได้สนับสนุน NUG 

กลุ่มติดอาวุธทั้ง 3 กลุ่มนี้จัดหาที่หลบภัย การฝึกซ้อม และอาวุธบางอย่างให้กลุ่มที่ต่อต้านรัฐบาลทหารจากพื้นที่อื่นอย่างระมัดระวัง แต่ด้วยความที่ทั้ง 3 กลุ่มนี้อยู่ติดกับพรมแดนจีน ดังนั้นจะขยับอะไรก็ต้องคำนึงถึงความกังวลของจีนด้วย เพราะจีนต้องการให้พรมแดนสงบสุขให้การค้าขายลื่นไหล  

เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมากลุ่มพันธมิตรภราดรภาพตกลงเข้าร่วมเจรจาสันติภาพกับกองทัพเมียนมาภายใต้แรงกดดันจากจีนแต่ก็พังไม่เป็นท่าอย่างรวดเร็ว แต่ก็ดูเหมือนว่าทั้ง 3 กลุ่มนี้เลี่ยงสงครามในวงกว้าง

ทว่าปฏิบัติการ 1027 ที่เปิดตัวเมื่อวันที่ 27 ตุลาคมได้เปลี่ยนทุกอย่างไปแล้ว

กลุ่มติดอาวุธชนกลุ่มน้อยก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว กองพลของกองทัพเมียนมาทั้งกองพลยอมแพ้โดยไม่มีการต่อสู้ กลุ่มพันธมิตรภราดรภาพเผยว่าพวกเขายึดฐานทหารได้มากกว่า 100 แห่ง ยึดเมืองได้ 4 เมือง รวมทั้งเมืองชินส่วยฮอและแสนหวีซึ่งคร่อมถนนไปยังเมืองหมู่เจ้ซึ่งเป็นเส้นทางหลักสู่จีน 

กลุ่มติดอาวุธลงมือระเบิดสะพานเพื่อไม่ให้กองทัพเมียนมาส่งกำลังพลเข้าพื้นที่ รวมทั้งปิดล้อมและยึดเมืองเล่าก์ก่ายซึ่งเป็นที่ซ่องสุมของแก๊งสแกมเมอร์ และคาดว่ามีชาวต่างชาติติดอยู่ในเมืองนี้หลายพันคน ขณะที่ทางการจีนเตือนให้พลเมืองของตัวเองอพยพโดยใช้จุดผ่านแดนที่ใกล้ที่สุด 

กลุ่มพันธมิตรภราดรภาพเผยว่าเป้าหมายสูงสุดของพวกเขาคือการโค่มล้มรัฐบาลทหารซึ่งเป็นเป้าหมายเดียวกับ NUG ขณะที่กองกำลังปกป้องประชาชน (PDF) ซึ่งไม่ได้มีอาวุธพร้อมหรือมีประสบการณ์อย่างกลุ่มชนกลุ่มน้อยติดอาวุธในรัฐฉานลงมือปฏิบัติการของตัวเองในพื้นที่ใกล้ๆ กับรัฐฉานโดยอาศัยโอกาสที่หองทัพเมียนมากำลังเพลี่ยงพล้ำ และสามารถยึดเมืองหลวงในระดับเขตจากกองกำลังของรัฐบาลได้เป็นครั้งแรก

BBC ระบุว่า กลุ่มพันธมิตรภราดรภาพเลือกเวลาลงมืออย่างดี นั่นคือหลังจากเหตุการณ์ในเมืองเล่าก์ก่ายที่ทำให้จีนหมดความอดทนกับรัฐบาลทหารเมียนมา

หลายปีที่ผ่านมารัฐบาลจีนกดดันให้รัฐบาลทหารเมียนมามีบทบาทมากขึ้นในการปิดศูนย์สแกมเมอร์ซึ่งส่วนใหญ่ดำเนินการโดยแก๊งชาวจีน แรงกดดันจากจีนนี้ทำให้หลายกลุ่มในรัฐฉานอย่างกลุ่มว้าส่งตัวผู้ต้องสงสัยที่เกี่ยวข้องกับแก๊งสแกมเมอร์ให้ตำรวจจีน ระหว่างเดือนสิงหาคม-ตุลาคมมีผู้ต้องสงสัยถูกส่งตัวข้ามชายแดนมากกว่า 4,000 คน

a_turning_point_in_myanmar_as_army_suffers_big_losses_SPACEBAR_Photo02_d6332a945e.jpg
กลุ่มผู้ต้องสงสัยที่เกี่ยวข้องกับแก๊งสแกมเมอร์ถูกส่งตัวข้ามพรมแดนติดกับจีน

แหล่งข่าวในพื้นที่เผยกับ BBCว่า เมื่อวันที่ 20 ตุลาคมที่ผ่านมามีความพยายามช่วยเหลือกลุ่มคนจำนวนหนึ่งที่ถูกควบคุมตัวในเมืองเล่าก์ก่ายแต่เกิดความผิดพลาดขึ้น โดยพนักงานรักษาความปลอดภัยของศูนย์สแกมเมอร์สังหารคนที่พยายามหลบหนีจำนวนหนึ่ง ทำให้ทางการจีนส่งจดหมายมายังเมียนมาเรียกร้องให้นำตัวคนผิดมาลงโทษ 

กลุ่มพันธมิตรภราดรภาพสบโอกาสจึงลงมือโจมตี และรับปากว่าพวกเขาจะปิดศูนย์สแกมเพื่อให้จีนเบาใจ ส่วนจีนเรียกร้องให้มีการหยุดยิง แต่โฆษกของกลุ่มพันธมิตรภราดรภาพบอกว่ายังไม่ได้รับการร้องขอโดยตรงจากรัฐบาลจีนให้หยุดยิง 

เป้าหมายระยะยาวของกลุ่มพันธมิตรภราดรภาพคือ การครองพื้นที่ให้ได้มากที่สุดโดยคาดหวังว่าการทำเช่นนั้นจะทำให้รัฐบาลทหารล้มลง สิ่งนี้จะทำให้พวกเขาอยู่ในตำแหน่งที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้สำหรับการเจรจา บนโครงสร้างของรัฐบาลกลางใหม่สำหรับเมียนมา ตามสัญญาของ NUG หากรัฐบาลเผด็จการทหารถูกโค่นล้ม  

ส่วนกลุ่ม TNLA ต้องการขยายพื้นที่ที่ควบคุมมานานแล้ว นอกเหนือจากเขตปกครองตนเองตะอางเล็กๆ ที่ได้รับการจัดสรรให้ตามที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ ด้านกลุ่ม MNDAA ต้องการกลับมาควบคุมเมืองเล่าก์ก่ายและเมืองที่อยู่ติดกันซึ่งสูญเสียให้กับปฏิบัติการของกองทัพเมียนมาเมื่อปี 2009  

ขณะนี้ทุกคนกำลังจับตามองกลุ่มกองทัพอาระกัน ซึ่งจนถึงตอนนี้เพียงแค่สนับสนุนการต่อสู้เฉพาะในรัฐฉานเท่านั้น หากกองทัพอาระกันเลือกโจมตีกองทัพในรัฐยะไข่ที่ตัวเองมีกองทหารมากที่สุดและเข้าควบคุมหลายเมืองและหมู่บ้าน จะเป็นเรื่องเหลือบ่ากว่าแรงสำหรับกองทัพเมียนมาแน่นอน 

โฆษกกลุ่ม TNLA เผยกับ BBC ว่า กลุ่มของพวกเขาไม่เห็นประโยชน์ของการเจรจากับรัฐบาลทหารแล้ว เนื่องจากรัฐบาลทหารไม่มีความชอบธรรม ข้อตกลงใดๆ ที่ทำกับรัฐบาลทหารชุดนี้จะสิ้นผลในรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งในอนาคต ส่วนกลุ่มตะอาง โกกั้ง และว้า มีเป้าหมายเดียวกันคือ รัฐธรรมนูญยอมรับความเป็นรัฐของประชาชนของตัวเองภายใต้ระบบใหม่ 

การเข้าร่วมการต่อสู้กลุ่มชนกลุ่มน้อยติดอาวุธเหล่านี้อาจช่วยยุติการปกครองของทหารในเมียนมา แต่ความปรารถนาของพวกเขา ซึ่งมีสิทธิ์ขัดแย้งกับผลประโยชน์ของกลุ่มอื่นๆ ในรัฐฉาน เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของความท้าทายมากมายที่ผู้ที่พยายามกำหนดอนาคตประชาธิปไตยสำหรับเมียนมาจะเผชิญ 

Photo by LYNN BO BO / POOL / AFP

เมียนมาสั่งพลเรือน-ทหารเก่าเตรียมตัวออกรบ หลังกลุ่มติดอาวุธโจมตีหนักขึ้น

กลุ่มกบฏเมียนมารุกคืบไม่หยุดบุกยึดฐานทัพทหารที่เมืองลอยก่อได้อีกแห่ง

กลุ่มติดอาวุธกะเหรี่ยงจับ ‘ทหารเมียนมา’ เป็นตัวประกันหลังโจมตีดุเดือด

กบฏเมียนมารุกคืบบุกชายแดนติดอินเดียต่อหลังยึดฐานทัพทหารได้ 2 ฐาน

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์