แผนพิเศษ? ฮามาสตั้งข้อเสนอปล่อยตัวประกันทั้งหมดแลกผู้นำเข้าออกกาซาเสรี

26 ต.ค. 2566 - 13:56

  • มีรายงานว่าแผนการดังกล่าวเป็นความร่วมมือของ โมติ คาฮานา ผู้ประกอบการชาวอเมริกันเชื้อสายอิสราเอล และทำเนียบขาว รวมถึงนักเจรจาต่อรองที่มีชื่อเสียง 

  • เพื่อรักษาความปลอดภัยและต้องการให้กลุ่มฮามาสปล่อยตัวประกันชาวต่างชาติและคนสองสัญชาติในฉนวนกาซาทั้งหมด 

  • ขณะที่รัฐบาลอิสราเอลปฏิเสธถึงแผนดังกล่าว โดยบอกว่า ‘ดูเหมือนโฆษณาชวนเชื่อของกลุ่มฮามาสจะเกิดจากแรงกดดันที่พวกเขาเผชิญอยู่’ 

all_hostages_in_gaza_will_be_released_exchange_for_greater_aid_SPACEBAR_Hero_62f14dd550.jpg

หลังจากปล่อยตัวประกันออกมาแล้ว 4 คน ล่าสุดมีรายงานว่า ตัวประกันที่เหลือทั้งหมดในฉนวนกาซาจะได้รับการปล่อยตัวเพื่อแลกกับความช่วยเหลือที่มากขึ้น รวมถึงการผ่านเข้าออกฉนวนกาซาอย่างเสรีสำหรับผู้นำกลุ่มฮามาสและครอบครัวของพวกเขาด้วย  

 Jewish News รายงานว่า โมติ คาฮานา ผู้ประกอบการชาวอเมริกันเชื้อสายอิสราเอลกำลังดำเนินการใน ‘แผนพิเศษ’ ร่วมกับทำเนียบขาว ฝรั่งเศส นักเจรจาต่อรองชาวอเมริกันผู้มีชื่อเสียง และที่ปรึกษาชาวซีเรียของบริษัทคาฮานา เพื่อรักษาความปลอดภัยและต้องการให้กลุ่มฮามาสปล่อยตัวประกันชาวต่างชาติและคนสองสัญชาติในฉนวนกาซาทั้งหมด  

 แผนดังกล่าวหานั้นเกี่ยวข้องกับ  

  • การส่งเครื่องมือแพทย์ และผลิตภัณฑ์สุขอนามัยไปยังฉนวนกาซาเพื่ออำนวยความสะดวกแก่พลเรือน 
  • นอกจากนี้ยังอนุญาตให้ผู้นำฮามาสในฉนวนกาซา (แต่ไม่ใช่ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการสังหารชาวอิสราเอล) ออกจากฉนวนกาซาได้ 

ขณะที่ รัฐบาลอิสราเอลปฏิเสธถึงแผนดังกล่าว โดยบอกกับ Jewish News ว่า  ‘ดูเหมือนโฆษณาชวนเชื่อของกลุ่มฮามาสจะเกิดจากแรงกดดันที่พวกเขาเผชิญอยู่’  

ตามรายงานของ Jewish News บอกว่า รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับแผนดังกล่าวกำลังจะมีการหารือกันกับผู้นำกลุ่มฮามาสที่กาตาร์ แต่ไม่มีการเปิดเผยกรอบเวลาสำหรับการสนทนาเหล่านี้  

ขณะเดียวกันคาฮานาก็อ้างว่าสิ่งของช่วยเหลือมูลค่า 16 ล้านปอนด์ในคลังสินค้าของอเมริกาจะถูกส่งไปยังอียิปต์ ทั้งยังกล่าวอีกว่าระยะของแผนการที่จะอนุญาตให้ผู้นำฮามาสออกจากฉนวนกาซานั้นไม่ใช้กับ ‘ใครก็ตามที่เกี่ยวข้องในวันที่ 7 ตุลาคม ใครก็ตามที่ข้ามพรมแดนเข้าสู่อิสราเอลและมีส่วนร่วมในการสังหารหมู่ รวมถึงคนที่มือเปื้อนเลือด’

อย่างไรก็ดี คาฮานาอ้างว่าทั้งอิสราเอลและสหรัฐฯ นั้นมีรายชื่อของผู้มีสิทธิ์ออกจากฉนวนกาซา โดยจะมีการควบคุมอย่างเข้มงวดเพื่อให้แน่ใจว่าผู้ก่อการร้ายที่เกี่ยวข้องกับการโจมตีหรือจับตัวประกันจะไม่สามารถออกไปได้  

ทั้งนี้มีการคาดการณ์ว่าผู้นำกลุ่มฮามาสจะออกจากฉนวนกาซาผ่านทางอียิปต์หรือเดินทางเลียบชายฝั่งทางเรือ  

อย่างไรก็ตาม ข่าวแผนดังกล่าวออกมาในขณะที่อิสราเอลให้คำมั่นอีกครั้งว่าจะทำลายกลุ่มฮามาส โดยปฏิเสธเสียงเรียกร้องจากผู้นำสหประชาชาติ ชาวปาเลสไตน์ และหลายประเทศในการประชุมระดับสูงของสหประชาชาติเพื่อขอหยุดยิง พร้อมประกาศว่าสงครามในฉนวนกาซาไม่เพียงแค่เป็น ‘สงคราม’ เท่านั้น แต่เป็น ‘สงครามแห่งโลกเสรี’  

ขณะที่ เอลี โคเฮน รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศของอิสราเอลเองก็เพิกเฉยต่อข้อเรียกร้องดังกล่าว พร้อมกล่าวว่า “บอกผมที อะไรคือการตอบสนองต่อการฆ่าเด็กทารก การข่มขืนผู้หญิง และเผาพวกเธอ หรือการตัดหัวเด็กเหรอ?...คุณจะตกลงหยุดยิงกับคนที่สาบานว่าจะฆ่าและทำลายการดำรงอยู่ของคุณได้อย่างไร”  

โคเฮนบอกกับคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเมื่อวันอังคาร (24 ต.ค.) ที่ผ่านมาว่า

“การตอบสนองต่อการสังหารหมู่เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ถือเป็น ‘การทำลายล้างกลุ่มฮามาสกลุ่มสุดท้าย’ หรือที่เรียกกลุ่มหัวรุนแรงนี้ว่า ‘นาซีใหม่’…ไม่ใช่แค่สิทธิของอิสราเอลที่จะทำลายกลุ่มฮามาสเท่านั้น มันเป็นหน้าที่ของเรา”

นอกจากนี้ โคเฮนยังเรียกการโจมตีของกลุ่มฮามาสว่าเป็น ‘การปลุกโลกเสรีทั้งโลก’ ให้ลุกขึ้นมาต่อต้านลัทธิหัวรุนแรง พร้อมเรียกร้องให้ประเทศที่เจริญแล้วยืนหยัดเป็นหนึ่งเดียวกันสนับสนุนอิสราเอลเพื่อเอาชนะกลุ่มฮามาส  

“วันนี้เป็นอิสราเอลที่โดนโจมตี แต่พรุ่งนี้ กลุ่มฮามาสอาจจะอยู่ที่หน้าประตูบ้านของทุกคน โดยเริ่มจากชาติตะวันตก” โคเฮนกล่าวเตือน  

 Photo by AHMAD GHARABLI / AFP

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์