หลังจากปล่อยตัวประกันออกมาแล้ว 4 คน ล่าสุดมีรายงานว่า ตัวประกันที่เหลือทั้งหมดในฉนวนกาซาจะได้รับการปล่อยตัวเพื่อแลกกับความช่วยเหลือที่มากขึ้น รวมถึงการผ่านเข้าออกฉนวนกาซาอย่างเสรีสำหรับผู้นำกลุ่มฮามาสและครอบครัวของพวกเขาด้วย
Jewish News รายงานว่า โมติ คาฮานา ผู้ประกอบการชาวอเมริกันเชื้อสายอิสราเอลกำลังดำเนินการใน ‘แผนพิเศษ’ ร่วมกับทำเนียบขาว ฝรั่งเศส นักเจรจาต่อรองชาวอเมริกันผู้มีชื่อเสียง และที่ปรึกษาชาวซีเรียของบริษัทคาฮานา เพื่อรักษาความปลอดภัยและต้องการให้กลุ่มฮามาสปล่อยตัวประกันชาวต่างชาติและคนสองสัญชาติในฉนวนกาซาทั้งหมด
แผนดังกล่าวหานั้นเกี่ยวข้องกับ
- การส่งเครื่องมือแพทย์ และผลิตภัณฑ์สุขอนามัยไปยังฉนวนกาซาเพื่ออำนวยความสะดวกแก่พลเรือน
- นอกจากนี้ยังอนุญาตให้ผู้นำฮามาสในฉนวนกาซา (แต่ไม่ใช่ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการสังหารชาวอิสราเอล) ออกจากฉนวนกาซาได้
ขณะที่ รัฐบาลอิสราเอลปฏิเสธถึงแผนดังกล่าว โดยบอกกับ Jewish News ว่า ‘ดูเหมือนโฆษณาชวนเชื่อของกลุ่มฮามาสจะเกิดจากแรงกดดันที่พวกเขาเผชิญอยู่’
ตามรายงานของ Jewish News บอกว่า รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับแผนดังกล่าวกำลังจะมีการหารือกันกับผู้นำกลุ่มฮามาสที่กาตาร์ แต่ไม่มีการเปิดเผยกรอบเวลาสำหรับการสนทนาเหล่านี้
ขณะเดียวกันคาฮานาก็อ้างว่าสิ่งของช่วยเหลือมูลค่า 16 ล้านปอนด์ในคลังสินค้าของอเมริกาจะถูกส่งไปยังอียิปต์ ทั้งยังกล่าวอีกว่าระยะของแผนการที่จะอนุญาตให้ผู้นำฮามาสออกจากฉนวนกาซานั้นไม่ใช้กับ ‘ใครก็ตามที่เกี่ยวข้องในวันที่ 7 ตุลาคม ใครก็ตามที่ข้ามพรมแดนเข้าสู่อิสราเอลและมีส่วนร่วมในการสังหารหมู่ รวมถึงคนที่มือเปื้อนเลือด’
อย่างไรก็ดี คาฮานาอ้างว่าทั้งอิสราเอลและสหรัฐฯ นั้นมีรายชื่อของผู้มีสิทธิ์ออกจากฉนวนกาซา โดยจะมีการควบคุมอย่างเข้มงวดเพื่อให้แน่ใจว่าผู้ก่อการร้ายที่เกี่ยวข้องกับการโจมตีหรือจับตัวประกันจะไม่สามารถออกไปได้
ทั้งนี้มีการคาดการณ์ว่าผู้นำกลุ่มฮามาสจะออกจากฉนวนกาซาผ่านทางอียิปต์หรือเดินทางเลียบชายฝั่งทางเรือ
อย่างไรก็ตาม ข่าวแผนดังกล่าวออกมาในขณะที่อิสราเอลให้คำมั่นอีกครั้งว่าจะทำลายกลุ่มฮามาส โดยปฏิเสธเสียงเรียกร้องจากผู้นำสหประชาชาติ ชาวปาเลสไตน์ และหลายประเทศในการประชุมระดับสูงของสหประชาชาติเพื่อขอหยุดยิง พร้อมประกาศว่าสงครามในฉนวนกาซาไม่เพียงแค่เป็น ‘สงคราม’ เท่านั้น แต่เป็น ‘สงครามแห่งโลกเสรี’
ขณะที่ เอลี โคเฮน รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศของอิสราเอลเองก็เพิกเฉยต่อข้อเรียกร้องดังกล่าว พร้อมกล่าวว่า “บอกผมที อะไรคือการตอบสนองต่อการฆ่าเด็กทารก การข่มขืนผู้หญิง และเผาพวกเธอ หรือการตัดหัวเด็กเหรอ?...คุณจะตกลงหยุดยิงกับคนที่สาบานว่าจะฆ่าและทำลายการดำรงอยู่ของคุณได้อย่างไร”
โคเฮนบอกกับคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเมื่อวันอังคาร (24 ต.ค.) ที่ผ่านมาว่า
“การตอบสนองต่อการสังหารหมู่เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ถือเป็น ‘การทำลายล้างกลุ่มฮามาสกลุ่มสุดท้าย’ หรือที่เรียกกลุ่มหัวรุนแรงนี้ว่า ‘นาซีใหม่’…ไม่ใช่แค่สิทธิของอิสราเอลที่จะทำลายกลุ่มฮามาสเท่านั้น มันเป็นหน้าที่ของเรา”
นอกจากนี้ โคเฮนยังเรียกการโจมตีของกลุ่มฮามาสว่าเป็น ‘การปลุกโลกเสรีทั้งโลก’ ให้ลุกขึ้นมาต่อต้านลัทธิหัวรุนแรง พร้อมเรียกร้องให้ประเทศที่เจริญแล้วยืนหยัดเป็นหนึ่งเดียวกันสนับสนุนอิสราเอลเพื่อเอาชนะกลุ่มฮามาส
“วันนี้เป็นอิสราเอลที่โดนโจมตี แต่พรุ่งนี้ กลุ่มฮามาสอาจจะอยู่ที่หน้าประตูบ้านของทุกคน โดยเริ่มจากชาติตะวันตก” โคเฮนกล่าวเตือน
Photo by AHMAD GHARABLI / AFP




