อันวาร์โต้ข้อกล่าวหาไม่เป็นกลางย้ำหยุดยิงไทย-กัมพูชาขึ้นอยู่กับ 2 ฝ่ายเท่านั้น

1 ม.ค. 2569 - 16:31

  •   อันวาร์ย้ำว่า บทบาทของตัวเองและรัฐบาลคือการทำหน้าที่ตัวกลางเพื่ออำนวยความสะดวกในการเจรจาหยุดยิง

  • ผู้นำมาเลเซียย้ำว่า รัฐบาลมาเลเซียดำเนินมาตรการอย่างระมัดระวังและรอบคอบ

  • อันวาร์ยังใช้โอกาสนี้แสดงความขอบคุณต่อพันธมิตรนานาชาติ โดยเฉพาะสหรัฐฯ และจีน ที่ช่วยไกล่เกลี่ย

อันวาร์โต้ข้อกล่าวหาไม่เป็นกลางย้ำหยุดยิงไทย-กัมพูชาขึ้นอยู่กับ 2 ฝ่ายเท่านั้น

นายกรัฐมนตรี อันวาร์ อิบราฮิม ของมาเลเซีย ตอบโต้ต่อข้อวิจารณ์ที่กล่าวหาว่า มาเลเซียมีอคติในการไกล่เกลี่ยข้อขัดแย้งไทย-กัมูชา โดยยืนยันว่าความเห็นดังกล่าวเป็นเพียงมุมมองของคนบางกลุ่มที่ขาดข้อมูลหรือไม่เข้าใจความจริงเท่านั้น

อันวาร์ย้ำว่า บทบาทของตัวเองและรัฐบาลคือการทำหน้าที่ตัวกลางเพื่ออำนวยความสะดวกในการเจรจาหยุดยิงและยุติความเป็นปฏิปักษ์ระหว่าง 2 ชาติเพื่อนบ้าน โดยการตัดสินใจทั้งหมดขึ้นอยู่กับไทยและกัมพูชาโดยตรง ไม่ใช่การกำหนดทิศทางจากมาเลเซีย

อันวาร์ยังชี้แจงถึงกระบวนการที่ผ่านมาโดยระบุว่า รัฐบาลมาเลเซียดำเนินมาตรการอย่างระมัดระวังและรอบคอบ รวมถึงการหารือโดยตรงกับนายกรัฐมนตรีของทั้งสองประเทศ เพื่อให้เกิดข้อตกลงที่ยั่งยืน ข้อกล่าวหาเรื่องลำเอียงที่เกิดขึ้น อันวาร์มองว่าเป็นผลจากความไม่ใส่ใจและอคติของผู้วิจารณ์ ซึ่งไม่ได้รับทราบข้อมูลที่ครบถ้วน

การตอบโต้ครั้งนี้ไม่เพียงช่วยยืนยันจุดยืนที่เป็นกลางของมาเลเซีย แต่ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการส่งเสริมสันติภาพในอาเซียน โดยเฉพาะตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา เมื่อมาเลเซียในฐานะประธานอาเซียนได้เข้ามาอำนวยความสะดวกให้ทั้งสองฝ่ายหันหน้าเข้าสู่โต๊ะเจรจา แทนการเผชิญหน้าทางการทหาร

นอกจากนี้ อันวาร์ยังใช้โอกาสนี้แสดงความขอบคุณต่อพันธมิตรนานาชาติ โดยเฉพาะจีนที่สนับสนุนอย่างแข็งขัน โดยกล่าวถึงความพยายามของ หวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการการทรวงการต่างประเทศของจีน ในการเป็นเจ้าภาพเปิดการเจรจาระหว่างไทยและกัมพูชา ซึ่งนำไปสู่การหารือมาตรการลดความเสี่ยงและสร้างความเชื่อมั่นระหว่างกัน

ขณะเดียวกัน มาเลเซียยังตระหนักถึงบทบาทสำคัญของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ที่ช่วยไกล่เกลี่ยจนบรรลุข้อตกลงสันติภาพกัวลาลัมเปอร์ ซึ่งวางรากฐานให้ทั้งสองฝ่ายถอยจากการเผชิญหน้า เกิดความยับยั้งชั่งใจ และเปิดพื้นที่ทางการเมืองที่มั่นคงยิ่งขึ้น

Photo by HOW HWEE YOUNG / POOL / AFP

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์