คนรุ่นกัมพูชาที่กำลังจะถูกเกณฑ์ทหารไปรบที่แนวหน้าเร็วๆ นี้ต่างมีความรู้สึกวิตกกังวลอย่างเงียบๆ บางคนแสดงออกถึงความรักชาติอย่างภาคภูมิใจ
วึน ดารา คนขับตุ๊กตุ๊กวัย 25 ปีเผยกับสำนักข่าว AFP ในกรุงพนมเปญว่า “ครอบครัวผมยากจน ถ้าผมถูกเรียกไปเป็นทหาร ผมกังวลว่าครอบครัวจะมีปัญหาทางการเงิน มันเป็นเรื่องที่น่ากังวลสำหรับผม”
นายกรัฐมนตรี ฮุน มาเนต ประกาศว่า กัมพูชาจะบังคับใช้กฎหมายที่ไม่มีการบังคับใช้มานาน ซึ่งกำหนดให้พลเมืองที่มีอายุระหว่าง 18-30 ปีต้องเข้ารับราชการทหารในปีหน้า
ฮุน มาเนต เสนอให้ทหารเกณฑ์เข้ารับราชการเป็นเวลา 2 ปี เพื่อเพิ่มกำลังพลของประเทศที่มีอยู่ 200,000 นาย หลังจากข้อพิพาทเรื่องดินแดนลุกลามกลายเป็นการปะทะกันบริเวณชายแดน ซึ่งทำให้ทหารกัมพูชาเสียชีวิต 1 นายเมื่อปลายเดือนพฤษภาคม
พี่เขยของ เรย กิมฮัก นักเรียนกราฟฟิกดีไซน์ ซึ่งเป็นทหารอาสา ถูกส่งไปประจำการที่ชายแดนซึ่งมีความยาว 800 กิโลเมตรของกัมพูชา แต่ตัวเรย กิมฮัก วัย 21 ปีรายนี้บอกว่า เขายินดีที่จะไปหากถูกบังคับเกณฑ์ทหาร
เรย กิมฮัก เผยกับ AFP ว่า “เขาบอกว่ามันยากนิดหน่อยที่ต้องนอนในป่า และฝนตกเยอะมาก แต่ความยากลำบากนี้ไม่ได้ทำให้ผมท้อเลย เราพร้อมปกป้องดินแดนของเรา เพราะหากเสียไป เราไม่มีทางได้กลับคืนมา”
- ‘เราต้องเตรียมพร้อม’ -
กฎหมายเกณฑ์ทหารของกัมพูชามีขึ้นตั้งแต่ปี 2006 แต่ยังไม่เคยบังคับใช้ ฮุน มาเนต กล่าวว่า กฎหมายนี้จะถูกใช้เพื่อทดแทนทหารที่ปลดประจำการ แม้จะยังไม่ชัดเจนว่าจะมีการเรียกตัวพลเมืองจำนวนเท่าใด
กัมพูชาซึ่งมีประชากร 17 ล้านคนมีประวัติศาสตร์อันยาวนานและมืดมนของการบังคับเกณฑ์ทหาร
ระบอบคอมมิวนิสต์เขมรแดงของ พล พต ซึ่งปกครองตั้งแต่ปี 1975-1979 ได้เกณฑ์ชายวัยต่อสู้ และบางครั้งก็รวมถึงเด็ก เข้าร่วมในกองกำลังขณะที่ก่ออาชญากรรมฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่คร่าชีวิตผู้คนไปสองล้านคน
ชายวัย 64 ปีรายหนึ่งที่เคยถูกเขมรแดงเกณฑ์ปเป็นทหารตอนอายุ 17 ปีเผยกับ AFP ว่า เขาสนับสนุนการตัดสินใจของรัฐบาล แม้ว่าตัวเขาเองจะเคยยืนอยู่บนกับระเบิดสมัยที่เป็นทหาร
“ผมถูก พล พต บังคับให้เป็นทหาร” เขาเผยกับ AFP โดยไม่เปิดเผยชื่อจากเมืองวอมปึลลุนติดกับชายแดนไทย “เป็นทหารไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ผมสนับสนุนแผนการของรัฐบาลในการเกณฑ์ทหารเมื่อเผชิญกับข้อพิพาทชายแดนกับไทย เราต้องปกป้องดินแดนของเรา”
ภายใต้กฎหมายเกณฑ์ทหารที่ปัดฝุ่นขึ้นมานี้ คนที่ปฏิเสธการเป็นทหารในช่วงสงครามจะต้องเผชิญกับโทษจำคุก 3 ปี ในขณะที่ผู้ที่ปฏิเสธการเป็นทหารในช่วงสันติ จะต้องเผชิญกับโทษจำคุก 1 ปี
เอิง สิรยุทธ นักศึกษาไอทีวัย 18 ปีเผยขณะนั่งจิบชาเขียวในคาเฟ่ว่า เขาสนับสนุนการเกณฑ์ทหารของ ฮุน มาเนต เต็มที่
“เราควรเตรียมพร้อม เพราะความตึงเครียดกับประเทศเพื่อนบ้านกำลังทวีความรุนแรงขึ้น” เอิง สิรยุทธเผย แต่ส่วนตัวแล้ว เขาหวังว่าจะมีการเลื่อนออกไปจนกว่าจะเรียนจบ “ผมลังเลนิดหน่อย เพราะผมไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าจะต้องเข้ารับราชการทหาร ผมคิดว่าคนหนุ่มสาว 60% พร้อมเข้ารับราชการทหาร ดังนั้นคนกลุ่มนี้สามารถเข้ารับราชการทหารก่อน และคนที่ยังไม่พร้อมสามารถเข้ารับราชการภายหลัง”

ภายใต้กฎหมายเกณฑ์ทหารสมัยใหม่ ผู้หญิงจะได้รับอนุญาตให้ทำงานอาสาสมัครแทนการรับราชการทหาร
แต่ เลียกขณา ผู้ขายอินเทอร์เน็ตวัย 23 ปีบอกว่า เธอพร้อมรับใช้ชาติในแนวหน้า
เดือนที่แล้วครอบครัวของเธอส่งมอบสิ่งของบริจาคไปยังทหารกัมพูชาที่ลาดตระเวนตามแนวชายแดน ซึ่งความตึงเครียดกับไทยทวีขึ้นจากกรณีพิพาทเหนือพื้นที่สามเหลี่ยมมรกต
“เราต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อปกป้องชาติของเรา” เลียกขณาเผยโดยมีเงื่อนไขว่าจะเปิดเผยเฉพาะชื่อจริงของเธอเท่านั้น “ฉันภูมิใจในทหารของเรา พวกเขากล้าหาญมาก”
- 'ต้องสร้างความเชื่อใจ' –
จากตัวเลขของทางการ กัมพูชาจัดสรรงบประมาณด้านกลาโหมราว 739 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2025 ซึ่งเป็นสัดส่วนที่ใหญ่ที่สุดของงบประมาณประเทศ 9,320 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ฮุน มาเนต ให้คำมั่นว่า จะ “พิจารณาเพิ่ม” งบประมาณด้านกลาโหม โดยเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูปเพื่อยกระดับกองทัพ
แต่คนที่กำลังจะถูกเกณฑ์ทหารคนหนึ่งเตือนให้รัฐบาลเลื่อนแผนดังกล่าวออกไป เนื่องจากประเทศต้องฟื้นฟูการเงินจากการระบาดของโควิด-19
นักเรียนวิจิตรศิลป์วัย 20 ปีที่ขอไม่เปิดเผยชื่อเผยว่า “เศรษฐกิจของเรายังย่ำแย่ เรากำลังอยู่ในช่วงพัฒนาประเทศ ดังนั้นถ้าเราบังคับใช้กฎหมายในเร็วๆ นี้ เศรษฐกิจของเราอาจเผชิญกับปัญหาบางประการ”
อู วิรัก นักวิเคราะห์การเมืองเผยว่า กองทัพกัมพูชาเผชิญความท้าทายจากภายใน ขณะที่กำลังแสวงหาการยอมรับจากทหารเกณฑ์รุ่นใหม่
“การฝึกทหาร สายการบังคับบัญชา และวินัยทางทหารคือปัญหาที่ต้องแก้ไข” อู วิรัก เผยกับ AFP “เพื่อให้การเกณฑ์ทหารได้ผลและได้รับการยอมรับและการสนับสนุนจากประชาชน จำเป็นต้องสร้างความเชื่อใจ”
Photo by TANG CHHIN Sothy / AFP





