เปิดกฎหมายอาญามาตรา 115 ของจอร์เจียที่ใช้กับเคสของ ‘ฮลุน โซโล่’

30 ก.ค. 2569 - 11:17

  •  สื่อจอร์เจียรายงาน ตำรวจเริ่มการสอบสวนการเสียชีวิตของ ฮลุน โซโล่ ภายใต้มาตรา 115 ของประมวลกฎหมายอาญา

  • มาตรา 115 มักถูกนำมาใช้เปิดการสอบสวนเมื่อพบศพบุคคลเสียชีวิตภายใต้สถานการณ์ที่ไม่ชัดเจน เพื่อมอบอำนาจให้มีการสอบสวนทางนิติเวช

  • การเปิดการสอบสวนภายใต้กฎหมายอาญามาตรา 115 ของจอร์เจียไม่ได้หมายความว่า เจ้าหน้าที่ได้สรุปแล้วว่ามีการก่ออาชญากรรมหรือการยุยงปลุกปั่นเกิดขึ้นจริง

เปิดกฎหมายอาญามาตรา 115 ของจอร์เจียที่ใช้กับเคสของ ‘ฮลุน โซโล่’

สำนักข่าว Civil Georgia ของจอร์เจียรานงานว่า ตำรวจแจ้งกับ Civil.ge เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคมว่า ฮลุน โซโล่ นักท่องเที่ยวชาวไทยที่หายตัวไปนานกว่าสองสัปดาห์หลังจากเดินทางไปจอร์เจียคนเดียว ถูกพบเสียชีวิตในห้องพักโรงแรมแห่งหนึ่งในกรุงทบิลิซี และเริ่มการสอบสวนภายใต้มาตรา 115 ของประมวลกฎหมายอาญาของจอร์เจีย

สำหรับมาตรา 115 แห่งประมวลกฎหมายอาญาจอร์เจีย (Criminal Code of Georgia) ตามราชกิจจานุเบกษาจอร์เจีย (Legislative Herald of Georgia) ระบุว่า เป็นความผิดฐานทำให้ผู้อื่นฆ่าตัวตายหรือพยายามฆ่าตัวตายจากการข่มขู่ ทารุณ หรือดูหมิ่นศักดิ์ศรี (Incitement to Suicide)

บทบัญญัติดังกล่าวกำหนดว่า “ผู้ใดกระทำการด้วยการ ข่มขู่ ปฏิบัติอย่างโหดร้ายหรือทารุณต่อผู้เสียหาย หรือดูหมิ่นเกียรติและศักดิ์ศรีของผู้เสียหาย จนเป็นเหตุให้บุคคลนั้นฆ่าตัวตาย หรือพยายามฆ่าตัวตาย จะมีโทษจำคุก 2-4 ปี และศาลอาจสั่งเพิกถอนหรือจำกัดสิทธิที่เกี่ยวข้องกับการครอบครองหรือใช้อาวุธเพิ่มเติมได้

หากการกระทำดังกล่าวเกิดจากการไม่ยอมรับความเท่าเทียมระหว่างหญิงและชาย หรือเป็นการกระทำซ้ำ ผู้กระทำผิดจะได้รับโทษหนักขึ้น คือจำคุก 3-6 ปี พร้อมอาจถูกสั่งจำกัดสิทธิที่เกี่ยวข้องกับอาวุธเช่นเดียวกัน”

อย่างไรก็ตาม การที่ทางการจอร์เจียนำประมวลกฎหมายอาญามาตรา 115 มาใช้กับกรณีของ ฮลุน โซโล่ ไม่ได้หมายความว่า คดีนี้เป็นการฆ่าตัวตายเสมอไป มาตรา 115 มักถูกนำมาใช้เปิดการสอบสวนเมื่อพบศพบุคคลเสียชีวิตภายใต้สถานการณ์ที่ไม่ชัดเจน เพื่อมอบอำนาจให้มีการสอบสวนทางนิติเวชและตามสถานการณ์โดยสมบูรณ์ พูดง่ายๆ ก็คือ เป็นขั้นตอนมาตรฐานในการเริ่มสอบสวนคดีในลักษณะนี้

การเปิดการสอบสวนภายใต้กฎหมายอาญามาตรา 115 ของจอร์เจียไม่ได้หมายความว่า เจ้าหน้าที่ได้สรุปแล้วว่ามีการก่ออาชญากรรมหรือการยุยงปลุกปั่นเกิดขึ้นจริง แต่เป็นการเปิดทางให้เจ้าหน้าที่สืบสวนอย่างถูกกฎหมายว่ามีแรงกดดันจากภายนอกใดบ้างที่ส่งผลต่อการเสียชีวิต ทั้งยังให้อำนาจแก่เจ้าหน้าที่ในการตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ ยึดโทรศัพท์และบันทึกดิจิทัล ตรวจสอบกล้องวงจรปิด และสั่งการชันสูตรพลิกศพทางนิติเวชเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิต

 Photo by Facebook/ฮลุน โซโล่

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์