อาเซียนกังวลหนัก! หวั่นพิษสงครามอิหร่านระลอกใหม่ทำน้ำมันขาดแคลน-ทุบเศรษฐกิจภูมิภาค

22 ก.ค. 2569 - 11:24

  • กลุ่มประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แสดงความ ‘กังวลอย่างยิ่ง’ ต่อผลกระทบจากการปิดกั้นเส้นทางการค้าทางทะเลที่สำคัญในตะวันออกกลาง

  • สงครามครั้งนี้ได้ทำให้ราคาน้ำมันและก๊าซในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้พุ่งสูงขึ้น ทั้งยังทำให้ภาคการผลิตและการส่งออกต้องชะงักงัน ส่งผลให้กลุ่มประเทศในภูมิภาคนี้ต้องเร่งหาคู่ค้าใหม่

อาเซียนกังวลหนัก! หวั่นพิษสงครามอิหร่านระลอกใหม่ทำน้ำมันขาดแคลน-ทุบเศรษฐกิจภูมิภาค

กลุ่มประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แสดงความ ‘กังวลอย่างยิ่ง’ ต่อผลกระทบจากการปิดกั้นเส้นทางการค้าทางทะเลที่สำคัญในตะวันออกกลาง 

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน และประเทศคู่เจรจาสำคัญ ได้ร่วมประชุมกันที่ประเทศฟิลิปปินส์เมื่อวันอังคาร (21 ก.ค.) ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่สงบ ซึ่งเป็นผลมาจากผลกระทบระดับโลกที่มีต่อการค้าและแหล่งพลังงาน อันเนื่องมาจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่าน และการปิดช่องแคบฮอร์มุซ 

กลุ่มประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งมีผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) รวมกันอยู่ที่ 3.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 128.35 ล้านล้านบาท) กำลังเผชิญกับความเสี่ยงสูงจากข้อจำกัดด้านอุปทานอันเนื่องมาจากการปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซ เนื่องจากภูมิภาคนี้ต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากกลุ่มประเทศอ่าวเปอร์เซียเป็นอย่างมาก 

ในการประชุมสุดยอดอาเซียน ณ กรุงมะนิลา บรรดาประมุขแห่งรัฐและนักการทูตระดับสูงจากภูมิภาค พยายามบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับกลไกการแบ่งปันน้ำมัน เพื่อบรรเทาผลกระทบจากสงครามอิหร่าน 

กลุ่มฮูตีในเยเมนซึ่งเป็นพันธมิตรกับอิหร่าน ได้ประกาศปิดกั้นเส้นทางเดินเรือต่อซาอุดีอาระเบียเมื่อวันจันทร์ (20 ก.ค.) ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการเปิดแนวรบใหม่ที่อาจเกิดขึ้นในสงคราม และเสี่ยงที่จะทำให้ภัยคุกคามต่ออุปทานพลังงานและการค้าโลกทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นนอกเหนือจากบริเวณอ่าวเปอร์เซีย 

“พวกเรารู้สึกกังวลอย่างยิ่งว่า สถานการณ์เหล่านี้กำลังบั่นทอนความพยายามอย่างจริงจังของผู้ไกล่เกลี่ย และทำให้โอกาสที่จะจบปัญหาอย่างสันติด้วยการพูดคุยเจรจานั้นลดน้อยลงไปมาก”

 แถลงการณ์ระบุ 

ขณะเดียวกัน นักการทูตระดับสูงจากสหรัฐฯ รัสเซีย และจีน ก็เข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียนในครั้งนี้ด้วย ซึ่งเป็นสิ่งตอกย้ำให้เห็นว่า สงครามต่ออิหร่านกำลังส่งผลกระทบต่อโฉมหน้าการทูตระหว่างประเทศ และระบบการจัดหาพลังงานโลกอย่างไร 

บาร์นาบี โล ผู้สื่อข่าวของ Al Jazeera รายงานจากกรุงมะนิลาว่า “สงครามครั้งนี้ได้ทำให้ราคาน้ำมันและก๊าซในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้พุ่งสูงขึ้น ทั้งยังทำให้ภาคการผลิตและการส่งออกต้องชะงักงัน ส่งผลให้กลุ่มประเทศในภูมิภาคนี้ต้องเร่งหาคู่ค้าใหม่” 

“แม้เอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะอยู่ห่างจากตะวันออกกลางเป็นระยะทางหลายพันกิโลเมตร แต่กลับเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งนี้รุนแรงที่สุด เนื่องจากประเทศสมาชิกหลายประเทศพึ่งพาน้ำมันจากตะวันออกกลางเป็นอย่างมาก” 

โล กล่าว 

“ยกตัวอย่างเช่น ฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นประเทศแรกในโลกที่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินด้านพลังงานแห่งชาติ และในปัจจุบันก็ยังคงอยู่ในสภาวะนี้ ทำให้ฟิลิปปินส์ต้องต่อสู้กับปัญหาในสองด้านพร้อมกัน ด้านแรกคือเรื่อง ‘การจัดหาพลังงาน’ และอีกด้านคือ ‘ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว’”  

โลกล่าวต่อว่า “สำหรับเรื่องของการจัดหาพลังงาน ฟิลิปปินส์ได้หันไปนำเข้าน้ำมันจากพันธมิตรกลุ่มใหม่อย่างรัสเซียและจีน แต่สำหรับปัญหาราคาที่พุ่งสูงขึ้นนั้น ทางรัฐบาลแทบจะทำอะไรไม่ได้เลย เพราะราคาในประเทศถูกขับเคลื่อนด้วยกลไกตลาด” 

(Photo by AARON FAVILA / POOL / AFP) 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์