สำนักข่าว BBC รายงานว่า ดาวเคราะห์น้อยขนาดประมาณรถมินิบัสหรือที่เรียกว่า ‘2023 BU’ ได้พุ่งไปเหนือปลายสุดทางตอนใต้ของอเมริกาใต้เวลา 00.27 น. (เวลาไทยราว 07.27 น.) ด้วยระยะทางที่ใกล้ที่สุด 3,600 กม. ซึ่งเฉียดโลกของเราอย่างหวุดหวิด นอกจากนี้ยังพบว่ามีดาวเคราะห์น้อยขนาดใหญ่ที่ซุ่มซ่อนอยู่ใกล้โลกอีกด้วย
การสังเกตการณ์ติดตามผลทำให้เราได้รู้เกี่ยวกับขนาดของดาวเคราะห์น้อย 2023 BU และที่สำคัญคือ วงโคจรของมัน ซึ่งนักดาราศาสตร์มั่นใจอย่างมากว่ามันจะไม่ชนดาวเคราะห์ แม้ว่ามันจะเฉียดเข้ามาภายในส่วนโค้งในวงโคจรของดาวเทียมโทรคมนาคมของโลกที่อยู่เหนือเรา 36,000 กม. และโอกาสที่มันจะชนดาวเทียมนั้นก็มีน้อยมาก
ทั้งนี้ เวลาที่ระดับความสูงต่ำสุดได้รับการคำนวณอย่างถูกต้องคือ 00.27 น. (เวลาไทยราว 07.27 น.) ในวันศุกร์ที่ 27 มกราคม โดยขนาดของดาวเคราะห์น้อยวัดได้ประมาณ 3.5-8.5 เมตร ซึ่งอาจจะสลายตัวในชั้นบรรยากาศสูงๆ และสร้างลูกไฟที่น่าตื่นตาตื่นใจได้
นักดาราศาสตร์ได้ศึกษากรณีที่คล้ายกันนี้พร้อมทั้งนำมาเปรียบเทียบกับดาวตกเชเลียบินสค์อันโด่งดังที่เข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลกทางตอนใต้ของรัสเซียในปี 2013 ซึ่งเป็นวัตถุที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางเกือบ 20 เมตร ได้สร้างคลื่นกระแทกจนทำให้หน้าต่างบนพื้นโลกแตกเป็นเสี่ยงๆ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บกว่า 1,200 ราย
นักดาราศาสตร์จาก NASA กล่าวว่า วงโคจรของดาวเคราะห์น้อย 2023 BU รอบดวงอาทิตย์นั้นได้เปลี่ยนทิศทางมาเผชิญหน้ากับโลก โดยแรงโน้มถ่วงของโลกดึงมันและปรับเส้นทางผ่านอวกาศ
“ก่อนที่จะเผชิญหน้ากับโลก วงโคจรของดาวเคราะห์น้อยรอบดวงอาทิตย์มีลักษณะเป็นวงกลมโดยประมาณ ใกล้เคียงกับวงโคจรของโลก โดยใช้เวลา 359 วันในการโคจรรอบดวงอาทิตย์จนเสร็จสิ้น หลังจากการเผชิญหน้า วงโคจรของดาวเคราะห์น้อยจะยาวมากขึ้น และเคลื่อนออกไปประมาณกึ่งกลางระหว่างวงโคจรของโลกและดาวอังคาร ณ จุดที่ไกลที่สุดจากดวงอาทิตย์ จากนั้นดาวเคราะห์น้อยจะโคจรครบหนึ่งรอบทุกๆ 425 วัน” NASA ระบุในแถลงการณ์
นอกจากนี้ NASA ยังมีความพยายามอย่างมากในการค้นหาดาวเคราะห์น้อยที่ใหญ่กว่ามากซึ่งอาจสร้างความเสียหายได้หากพวกมันพุ่งชนโลก
สถิติระบุว่าอาจมีเพียงประมาณ 40% ของดาวเคราะห์น้อยเหล่านี้เท่านั้นที่ถูกพบเห็นและมีการประเมินเพื่อกำหนดระดับของภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้น โดยวัตถุดังกล่าวอาจสร้างความเสียหายในระดับเมืองถ้าหากพวกมันพุ่งชนโลก
ศาสตราจารย์ดอน พอลลัคโก จากมหาวิทยาลัยวอร์ริก สหราชอาณาจักร กล่าวกับ BBC ว่า “ยังมีดาวเคราะห์น้อยที่โคจรรอบโลกอีกจำนวนมากที่รอการค้นพบ…2023 BU เป็นวัตถุที่เพิ่งถูกค้นพบ ซึ่งคาดว่ามีขนาดพอๆ กับรถบัสขนาดเล็ก และต้องเคยผ่านโลกมาแล้วหลายพันครั้ง เพียงแต่ครั้งนี้มันผ่านโลกเพียง 2,200 ไมล์ (3,600 กม.) หรือเพียง 1% ของระยะห่างจากดวงจันทร์เท่านั้น”
“มีแนวโน้มว่าจะมีดาวเคราะห์น้อยจำนวนมากที่ยังไม่ถูกค้นพบที่อาจทะลุชั้นบรรยากาศและชนพื้นผิวโลกซึ่งอาจสร้างความเสียหายมาก”
การสังเกตการณ์ติดตามผลทำให้เราได้รู้เกี่ยวกับขนาดของดาวเคราะห์น้อย 2023 BU และที่สำคัญคือ วงโคจรของมัน ซึ่งนักดาราศาสตร์มั่นใจอย่างมากว่ามันจะไม่ชนดาวเคราะห์ แม้ว่ามันจะเฉียดเข้ามาภายในส่วนโค้งในวงโคจรของดาวเทียมโทรคมนาคมของโลกที่อยู่เหนือเรา 36,000 กม. และโอกาสที่มันจะชนดาวเทียมนั้นก็มีน้อยมาก
ทั้งนี้ เวลาที่ระดับความสูงต่ำสุดได้รับการคำนวณอย่างถูกต้องคือ 00.27 น. (เวลาไทยราว 07.27 น.) ในวันศุกร์ที่ 27 มกราคม โดยขนาดของดาวเคราะห์น้อยวัดได้ประมาณ 3.5-8.5 เมตร ซึ่งอาจจะสลายตัวในชั้นบรรยากาศสูงๆ และสร้างลูกไฟที่น่าตื่นตาตื่นใจได้
นักดาราศาสตร์ได้ศึกษากรณีที่คล้ายกันนี้พร้อมทั้งนำมาเปรียบเทียบกับดาวตกเชเลียบินสค์อันโด่งดังที่เข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลกทางตอนใต้ของรัสเซียในปี 2013 ซึ่งเป็นวัตถุที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางเกือบ 20 เมตร ได้สร้างคลื่นกระแทกจนทำให้หน้าต่างบนพื้นโลกแตกเป็นเสี่ยงๆ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บกว่า 1,200 ราย
นักดาราศาสตร์จาก NASA กล่าวว่า วงโคจรของดาวเคราะห์น้อย 2023 BU รอบดวงอาทิตย์นั้นได้เปลี่ยนทิศทางมาเผชิญหน้ากับโลก โดยแรงโน้มถ่วงของโลกดึงมันและปรับเส้นทางผ่านอวกาศ
“ก่อนที่จะเผชิญหน้ากับโลก วงโคจรของดาวเคราะห์น้อยรอบดวงอาทิตย์มีลักษณะเป็นวงกลมโดยประมาณ ใกล้เคียงกับวงโคจรของโลก โดยใช้เวลา 359 วันในการโคจรรอบดวงอาทิตย์จนเสร็จสิ้น หลังจากการเผชิญหน้า วงโคจรของดาวเคราะห์น้อยจะยาวมากขึ้น และเคลื่อนออกไปประมาณกึ่งกลางระหว่างวงโคจรของโลกและดาวอังคาร ณ จุดที่ไกลที่สุดจากดวงอาทิตย์ จากนั้นดาวเคราะห์น้อยจะโคจรครบหนึ่งรอบทุกๆ 425 วัน” NASA ระบุในแถลงการณ์
นอกจากนี้ NASA ยังมีความพยายามอย่างมากในการค้นหาดาวเคราะห์น้อยที่ใหญ่กว่ามากซึ่งอาจสร้างความเสียหายได้หากพวกมันพุ่งชนโลก
สถิติระบุว่าอาจมีเพียงประมาณ 40% ของดาวเคราะห์น้อยเหล่านี้เท่านั้นที่ถูกพบเห็นและมีการประเมินเพื่อกำหนดระดับของภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้น โดยวัตถุดังกล่าวอาจสร้างความเสียหายในระดับเมืองถ้าหากพวกมันพุ่งชนโลก
ศาสตราจารย์ดอน พอลลัคโก จากมหาวิทยาลัยวอร์ริก สหราชอาณาจักร กล่าวกับ BBC ว่า “ยังมีดาวเคราะห์น้อยที่โคจรรอบโลกอีกจำนวนมากที่รอการค้นพบ…2023 BU เป็นวัตถุที่เพิ่งถูกค้นพบ ซึ่งคาดว่ามีขนาดพอๆ กับรถบัสขนาดเล็ก และต้องเคยผ่านโลกมาแล้วหลายพันครั้ง เพียงแต่ครั้งนี้มันผ่านโลกเพียง 2,200 ไมล์ (3,600 กม.) หรือเพียง 1% ของระยะห่างจากดวงจันทร์เท่านั้น”
“มีแนวโน้มว่าจะมีดาวเคราะห์น้อยจำนวนมากที่ยังไม่ถูกค้นพบที่อาจทะลุชั้นบรรยากาศและชนพื้นผิวโลกซึ่งอาจสร้างความเสียหายมาก”




