ออสเตรเลียจะจำกัดการอนุมัติวีซ่าสำหรับนักเรียน-นักศึกษาต่างชาติตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปราบปรามการย้ายถิ่นฐานเพื่อสกัดผู้อพยพ
ภายใต้นโยบายดังกล่าว รัฐบาลจะจำกัดจำนวนนักเรียน-นักศึกษาต่างชาติใหม่ไว้ที่ 270,000 คนในปี 2025 แบ่งเป็น :
- นักศึกษาหลักสูตรการศึกษาระดับสูง 175,000 คน
- นักศึกษาฝึกทักษะ 95,000 คน
“โดยรวมแล้ว ในปี 2025 จะมีนักศึกษาเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยเพิ่มขึ้นประมาณ 15% และวิทยาลัยอาชีวศึกษาลดลง 20% รัฐบาลได้ส่งหนังสือถึงมหาวิทยาลัยแต่ละแห่งเพื่อแจ้งให้ทราบถึงขีดจำกัดในวันอังคาร (27 ส.ค.)” เจสัน แคลร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา
ขณะที่ เอนโช เรย์คอฟสกี นักวิเคราะห์จาก Evans & Partners Pty Ltd. กล่าวว่า “การจำกัดวีซ่าสำหรับการศึกษาระดับสูงลดลง 13% จากปีงบประมาณที่สิ้นสุดในเดือนมิถุนายน ซึ่งต่ำกว่าที่ ‘IDP Education Ltd.’ ผู้ให้บริการด้านบริการนักศึกษาคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ว่าจะลดลง 20-25%”
อย่างไรก็ตาม กลุ่มตัวแทนของมหาวิทยาลัยกลับคัดค้านข้อจำกัดดังกล่าว “ข้อจำกัดดังกล่าวจะปิดกั้นโอกาสในการศึกษาระดับอุดมศึกษา นักศึกษาต่างชาติมีส่วนขับเคลื่อนเศรษฐกิจออสเตรเลียมูลค่า 3.25 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 110 ล้านบาท) ในปี 2023 ทำให้ออสเตรเลียเป็นประเทศผู้ส่งออกบริการรายใหญ่ที่สุดของประเทศ” เดวิด ลอยด์ รองอธิการบดี และตัวแทนจากมหาวิทยาลัยออสเตรเลียกล่าวในแถลงการณ์
ลอยด์กล่าวเสริมว่า “...ข้อจำกัดดังกล่าวจะสร้างความเสียหายต่อศักยภาพด้านการวิจัยและพัฒนาของออสเตรเลีย”
ขณะที่ วิกกี ธอมสัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของกลุ่มมหาวิทยาลัยชั้นนำ 8 แห่ง (Go8) กล่าวว่า “ไม่มีการสร้างแบบจำลองทางเศรษฐกิจเกี่ยวกับผลกระทบของการตัดสินใจครั้งนี้ ตัวเลขที่อธิบายไม่ได้นี้ไม่ได้ทำให้เราสบายใจเลย”
นอกจากนี้ สมาคมการศึกษาอุดมศึกษาเอกชนออสเตรเลีย (Independent Tertiary Education Council Australia) ยังระบุในแถลงการณ์ด้วยว่า “มหาวิทยาลัยต่างๆ ยังไม่มีข้อมูลเพียงพอในการตัดสินใจ”
ทั้งนี้ ออสเตรเลียเป็นประเทศล่าสุดที่ดำเนินมาตรการกับนักศึกษาต่างชาติเกี่ยวกับปัญหาการย้ายถิ่นฐาน ขณะเดียวกัน แคนาดา เนเธอร์แลนด์ และสหราชอาณาจักรต่างดำเนินการหรือพิจารณาใช้มาตรการที่มุ่งเป้าไปที่ภาคส่วนมหาวิทยาลัย




