หลายรัฐในออสเตรเลียสั่งแบน ‘ChatGPT’ ลั่นส่งเสริมนักเรียนโกง!

27 ม.ค. 2566 - 16:01

  • รัฐควีนส์แลนด์ รัฐแทสเมเนีย และรัฐนิวเซาท์เวลส์กำลังห้ามการเข้าถึงแชทบอท ChatGPT ในโรงเรียนของรัฐเนื่องจากกังวลว่าอาจถูกนำไปใช้เพื่อโกงการบ้าน

  • ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาส่วนใหญ่ กล่าวว่า การห้ามใช้โปรแกรมเหล่านี้ก็เหมือนกับการห้ามใช้ Google หรือเทคโนโลยีอื่นๆ

Australian_states_block_Chat_GPT_in_schools_critics_say_ban_is_futile_SPACEBAR_Hero_d164fe071e.jpeg
สำนักข่าว The Straits Times รายงานว่า โรงเรียนและหน่วยงานด้านการศึกษาในออสเตรเลียมีความเห็นไม่ตรงกันเกี่ยวกับวิธีการจัดการกับคลื่นลูกใหม่ของโปรแกรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งถูกสั่งห้ามในหลายรัฐ ทั้งๆ ที่นักการศึกษาสนับสนุนว่าเป็นเครื่องมือการเรียนรู้ที่มีคุณค่า 

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐควีนส์แลนด์และรัฐแทสเมเนีย ร่วมด้วยรัฐนิวเซาท์เวลส์ที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดกำลังห้ามการเข้าถึงแชทบอท ChatGPT ในโรงเรียนของรัฐเนื่องจากพวกเขากังวลว่าอาจถูกนำไปใช้เพื่อโกงการประเมินหรือการบ้าน 

ChatGPT ซึ่งเปิดตัวในเดือนพฤศจิกายน 2022 เป็นแอปพลิเคชันที่ช่วยให้ผู้ใช้สร้างข้อความตามคำค้นหาและคำแนะนำ 

ทางการรัฐนิวเซาท์เวลส์ กล่าวว่า พวกเขาได้สั่งห้ามใช้แอปและซอฟต์แวร์อื่นๆ ที่คล้ายคลึงกัน จนกว่านักการศึกษาจะสามารถกำหนดทิศทางเพื่อให้แน่ใจว่านักเรียนสามารถใช้แอปเหล่านี้อย่างสร้างสรรค์ได้อย่างไร 

เมแกน เคลลี รักษาการรองเลขาธิการแผนกการศึกษาของรัฐนิวเซาท์เวลส์กล่าวว่า “สิ่งนี้ถูกห้าม ขณะเดียวกันเราก็ทบทวนวิธีการใช้เทคโนโลยีแจ้งเกิดใหม่ชนิดนี้อย่างปลอดภัยและเหมาะสมในห้องเรียน” 

ขณะที่ทางรัฐบาลแทสเมเนียก็กล่าวว่า พวกเขากำลังจำกัดการเข้าถึง ChatGPT เนื่องจากบริษัทที่อยู่เบื้องหลังแอปพลิเคชัน OpenAI กำหนดให้ผู้ใช้ต้องมีอายุอย่างน้อย 18 ปีขึ้นไป แต่รัฐอื่นๆ อย่างรัฐวิกตอเรียซึ่งเป็นรัฐที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 2 ยังไม่ได้ออกคำสั่งห้าม โดยระบุว่า พวกเขายังคงประเมินความเสี่ยงอยู่ 

นอกจากนี้ โรงเรียนเอกชนบางแห่งซึ่งไม่อยู่ภายใต้คำสั่งห้ามของรัฐก็ได้ออกมาคัดค้านการแบน ChatGPT โดยกล่าวว่า แอปนี้จะช่วยให้ครูสังเกตเห็นงานที่ลอกเลียนแบบ และกำหนดงานง่ายๆ ได้ เช่น แบบทดสอบและใบงาน 

ดร.จูเลีย แมคกอนิเกิล หัวหน้าโรงเรียน St Andrew’s Cathedral School ในซิดนีย์ บอกกับหนังสือพิมพ์ The Sun-Herald ว่า “ครูจะสังเกตเห็นความพยายามที่นักเรียนจะโกงในการมอบหมายงานกลับบ้าน…งานที่ต้องส่งนั้นถูกสร้างขึ้นครั้งแรกในห้องเรียนและส่งในรูปแบบร่างก่อนที่จะส่งในขั้นสุดท้าย หากการส่งขั้นสุดท้ายค่อนข้างแตกต่างไปจากฉบับร่างในชั้นเรียน ครูจะส่งสัญญาณเตือน” 

ขณะเดียวกันผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาส่วนใหญ่เรียกก็ร้องให้อนุญาตการใช้ ChatGPT และโปรแกรมอื่นๆ ดังกล่าวในโรงเรียน โดยกล่าวว่า การห้ามใช้โปรแกรมเหล่านี้ก็เหมือนกับการห้ามใช้ Google หรือเทคโนโลยีอื่นๆ พร้อมเสริมว่า ซอฟต์แวร์ AI สามารถช่วยให้นักเรียนเรียนรู้และคิดอย่างสร้างสรรค์อีกด้วย 

ดร.วิโตเมียร์ โควาโนวิช ผู้เชี่ยวชาญด้านการเรียนรู้ออนไลน์จากมหาวิทยาลัยเซาธ์ออสเตรเลีย กล่าวกับ ABC News ว่า “การแบนจะไม่ช่วยป้องกันนักเรียนจากการเข้าถึงแอปนอกโรงเรียน…นักการศึกษาควรมุ่งเน้นไปที่วิธีการบูรณาการเทคโนโลยีนี้และทำการประเมินในลักษณะที่เครื่องมือนี้สามารถใช้เป็นการสนับสนุนและช่วยเหลือนักเรียนได้”  

“พวกเขาจะใช้เครื่องมือเหล่านี้ในที่ทำงานอยู่ดี...หากคุณกำลังจะใช้เครื่องมือนี้ ให้ลองใช้มันเพื่อการเรียนรู้ ครูสามารถปรับวิธีการสอนและการมอบหมายงานในแบบที่จะทำให้เครื่องมือดังกล่าวไร้ประโยชน์อย่างมาก ตัวอย่างเช่น ครูอาจกำหนดให้นักเรียนสรุปการอภิปรายที่เกิดขึ้นในห้องเรียน” โควาโนวิช กล่าว 

อดัม โวยท์ อดีตครูใหญ่ กล่าวว่า “การตอบสนองต่อ ChatGPT นั้นเป็นคลื่นตื่นตระหนก แอปนี้ก่อให้เกิดภัยคุกคามต่อการประเมิน สิ่งนี้แสดงให้เห็นเพียงว่าครูควรหาวิธีใหม่ๆ ในการทดสอบและท้าทายนักเรียน…โรงเรียนของเราควรต่อต้านการแบน ChatGPT และยอมรับความเป็นไปอันยิ่งใหญ่แทน”

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์