ลูกชายคาเมเนอีโผล่เป็นตัวเต็งผู้นำสูงสุดอิหร่านคนใหม่ ตอกย้ำระบอบเก่ายังกุมอำนาจอยู่

4 มี.ค. 2569 - 13:15

  • บรรดาผู้นำทางศาสนากำลังพิจารณาที่จะประกาศว่า ‘มุจตาบา คาเมเนอี’ จะเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งต่อจากบิดาในเช้าวันพุธ (4 มี.ค.)

  • แต่บางคนแสดงความกังวลใจ โดยเกรงว่าอาจทำให้มุจตาบาตกเป็นเป้าหมายของสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล

  • “บุตรชายของคาเมเนอีเป็นตัวเลือกที่ชวนประหลาดใจ และอาจบ่งบอกถึงทิศทางสำคัญ...หากเขาได้รับเลือก นั่นแสดงว่าฝ่ายกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติที่แข็งกร้าวกำลังควบคุมระบอบการปกครองอยู่ในขณะนี้” ผู้เชี่ยวชาญด้านอิหร่าน กล่าว

ลูกชายคาเมเนอีโผล่เป็นตัวเต็งผู้นำสูงสุดอิหร่านคนใหม่ ตอกย้ำระบอบเก่ายังกุมอำนาจอยู่

บรรดาผู้นำทางศาสนาอาวุโสที่รับผิดชอบการคัดเลือกผู้นำสูงสุดคนต่อไปของอิหร่านได้ประชุมกันเพื่อพิจารณาเลือกผู้นำคนใหม่ในวันอังคาร (3 มี.ค.) โดยบุตรชายของอดีตผู้นำ อยาตอลลาห์ อาลี คาเมเนอี ได้กลายเป็นตัวเต็งอันดับหนึ่ง 

เจ้าหน้าที่อิหร่านที่คุ้นเคยกับการพิจารณาเลือกผู้นำกล่าวว่า “บรรดาผู้นำทางศาสนากำลังพิจารณาที่จะประกาศว่า ‘มุจตาบา คาเมเนอี’ จะเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งต่อจากบิดาในเช้าวันพุธ (4 มี.ค.) แต่บางคนแสดงความกังวลใจ โดยเกรงว่าอาจทำให้มุจตาบาตกเป็นเป้าหมายของสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล” 

วาลิ นาสร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านอิหร่านและศาสนาอิสลามนิกายชีอะห์จากมหาวิทยาลัยจอห์นส์ ฮอปกินส์ กล่าวว่า บุตรชายของคาเมเนอีเป็นตัวเลือกที่ชวนประหลาดใจ และอาจบ่งบอกถึงทิศทางสำคัญ เขาถูกวางตัวให้เป็นผู้สืบทอดตำแหน่งมานานแล้ว แต่ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ดูเหมือนว่าเขาจะหายไปจากความสนใจ หากเขาได้รับเลือก นั่นแสดงว่าฝ่ายกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติที่แข็งกร้าวกำลังควบคุมระบอบการปกครองอยู่ในขณะนี้” 

มุจตาบา คาเมเนอี วัย 56 ปี เป็นบุคคลที่มีอิทธิพลแต่เก็บตัว ซึ่งทำงานอยู่เบื้องหลังอาณาจักรบิดาของเขา ผู้ซึ่งถูกสังหารเมื่อวันเสาร์ (28 ก.พ.) ที่ผ่านมา และเป็นที่รู้จักกันดีว่ามีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติ (IRGC) ซึ่งเจ้าหน้าที่อิหร่านระบุว่า กองกำลัง IRGC ผลักดันให้มีการแต่งตั้งเขา โดยให้เหตุผลว่า “มุจตาบามีคุณสมบัติที่เหมาะสมที่จะนำพาอิหร่านในช่วงวิกฤตนี้” 

“มุจตาบาเป็นตัวเลือกที่ชาญฉลาดที่สุดในตอนนี้ เพราะเขามีความคุ้นเคยอย่างใกล้ชิดกับการบริหารและประสานงานด้านความมั่นคงและกองทัพ เขาเคยรับผิดชอบเรื่องนี้มาก่อนแล้ว”

เมห์ดี ราห์มาตี นักวิเคราะห์ในเตหะรานกล่าว  

แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะพอใจ “ประชาชนบางส่วนจะแสดงปฏิกิริยาเชิงลบและรุนแรงต่อการตัดสินใจครั้งนี้ และจะเกิดผลกระทบในทางลบ” ราห์มาตี คาดการณ์ 

“ผู้สนับสนุนรัฐบาลจะมองว่ามุจตาบาเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งของผู้นำที่พวกเขามองว่าเสียสละชีวิต และจะให้การสนับสนุนเขาอย่างรวดเร็ว แต่ฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลก็อาจมองว่า เขาเป็นผู้สืบทอดระบอบการปกครองเดิม ซึ่งในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาได้สังหารผู้คนไปแล้วอย่างน้อย 7,000 คน” ราห์มาตี  กล่าว 

สำหรับผู้สมัครคนอื่นๆ ที่ผ่านการพิจารณารอบสุดท้าย ได้แก่ : 

  • อาลีเรซา อาราฟี นักบวชและนักกฎหมาย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสภาเปลี่ยนผ่าน 3 คน  
  • เซเยด ฮัสซัน โคมัยนี หลานชายของอยาตอลลาห์ รูฮอลลาห์ โคมัยนี บิดาผู้ก่อตั้งการปฏิวัติอิสลาม 

ทั้งอาราฟีและโคมัยนีถูกมองว่าเป็นสายกลาง แต่โคมัยนีจะมีความใกล้ชิดกับกลุ่มการเมืองปฏิรูปที่ถูกกีดกันในอิหร่าน 

“หากมุจตาบาสืบทอดตำแหน่งต่อจากบิดา เขาอาจกลายเป็นบุคคลในลักษณะเดียวกับ โมฮัมหมัด บิน ซัลมาน ผู้นำซาอุดีอาระเบีย เขาเป็นคนหัวก้าวหน้ามาก และจะเข้ามาลดบทบาทของพวกหัวแข็ง”  

อับดุลเรซา ดาวารี นักการเมืองที่ใกล้ชิดกับ มุจตาบา คาเมเนอี กล่าวในแถลงการณ์

สภาผู้เชี่ยวชาญประกอบด้วยนักบวชชีอะห์อาวุโส 88 คน ซึ่งได้รับการเลือกตั้งจากประชาชน และภายใต้รัฐธรรมนูญของอิหร่าน มีหน้าที่แต่งตั้ง กำกับดูแล และปลดผู้นำสูงสุด สำหรับครั้งนี้ถือเป็นการเลือกผู้นำสูงสุดคนที่ 2 ในประวัติศาสตร์ 47 ปีของอิหร่าน 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์