ครั้งแรกในอังกฤษ! ทารกที่เกิดจากเรา 3 คน

13 พ.ค. 2566 - 09:06

  • โรคไมโทคอนเดรียเป็นโรคที่รักษาไม่หายและอาจถึงแก่ชีวิตได้ภายในไม่กี่วันหรือหลายชั่วโมงหลังคลอด

  • บางครอบครัวสูญเสียลูกไปหลายคน ซึ่งเทคนิคนี้ถูกมองว่าเป็นทางเลือกเดียวสำหรับพวกเขาที่จะมีลูกที่แข็งแรง

  • DNA ส่วนใหญ่มาจากพ่อแม่ 2 คนและประมาณ 0.1% มาจากผู้หญิงที่บริจาคซึ่งเป็นบุคคนที่ 3

Baby_born_from_three_peoples_DNA_in_UK_first_SPACEBAR_Thumbnail_3e85444c91.jpeg
ครั้งแรกในสหราชอาณาจักรของทารกที่เกิดจากการใช้ DNA ของคน 3 คน ซึ่งได้รับการยืนยันจากหน่วยงานควบคุมภาวะเจริญพันธุ์แล้ว แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม 

DNA ส่วนใหญ่มาจากพ่อแม่ 2 คนและประมาณ 0.1% มาจากผู้หญิงที่บริจาคซึ่งเป็นบุคคนที่ 3 โดยเทคนิคที่บุกเบิกดังกล่าวเป็นความพยายามที่จะป้องกันไม่ให้เด็กเกิดมาพร้อมกับโรคไมโทคอนเดรีย (โรคที่ผิดปกติส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับระบบเผาผลาญพลังงานในเซลล์) 

โรคไมโทคอนเดรียเป็นโรคที่รักษาไม่หายและอาจถึงแก่ชีวิตได้ภายในไม่กี่วันหรือหลายชั่วโมงหลังคลอด บางครอบครัวสูญเสียลูกไปหลายคน ซึ่งเทคนิคนี้ถูกมองว่าเป็นทางเลือกเดียวสำหรับพวกเขาที่จะมีลูกที่แข็งแรง 

ไมโทคอนเดรียเป็นช่องเล็กๆ ในเกือบทุกเซลล์ของร่างกายที่เปลี่ยนอาหารให้เป็นพลังงานที่นำไปใช้ได้ แต่ไมโทคอนเดรียที่บกพร่องนั้นจะไม่สามารถเติมพลังงานให้กับร่างกายและนำไปสู่ความเสียหายของสมอง การสูญเสียกล้ามเนื้อ หัวใจล้มเหลว และตาบอดได้ 

ความผิดปกตินี้จะถูกส่งโดยตรงจากแม่เท่านั้น ดังนั้นการรักษาด้วยการบริจาคไมโทคอนเดรียจึงเป็นรูปแบบดัดแปลงของการทำเด็กหลอดแก้วที่ใช้ไมโทคอนเดรียจากไข่ผู้บริจาคที่แข็งแรง โดยมี 2 เทคนิคในการบริจาคไมโทคอนเดรียก็คือ ขั้นที่ 1 เกิดขึ้นหลังจากที่ไข่ของแม่ได้รับการปฏิสนธิโดยสเปิร์มของพ่อและขั้นที่ 2 เกิดขึ้นก่อนการปฏิสนธิ 

อย่างไรก็ตาม ไมโทคอนเดรียนั้นก็มีข้อมูลทางพันธุกรรมหรือ DNA ของตัวเอง นั่นหมายความว่าในทางเทคนิคแล้วเด็กที่เกิดจะสืบทอด DNA จากพ่อแม่และส่วนเล็กน้อยจากผู้บริจาคเช่นกัน ซึ่งนี่คือการเปลี่ยนแปลงอย่างถาวรที่จะส่งต่อไปยังรุ่นต่อรุ่น 

ทั้งนี้ DNA ของผู้บริจาคนี้จะเกี่ยวข้องกับการสร้างไมโทคอนเดรียที่มีประสิทธิภาพเท่านั้น โดยจะไม่ส่งผลต่อลักษณะอื่นๆ เช่น รูปร่างหน้าตา และไม่ถือเป็น ‘ผู้ปกครองคนที่สาม’ ด้วย 

เทคนิคนี้ริเริ่มขึ้นในเมืองนิวคาสเซิล อังกฤษ และกฎหมายอนุญาตให้มีการกำเนิดทารกด้วยเทคนิคดังกล่าวในสหราชอาณาจักรเมื่อปี 2015 ทว่าทารกคนแรกที่เกิดด้วยวิธีนี้ก็คือ ครอบครัวชาวจอร์แดนที่เข้ารับการรักษาในสหรัฐฯ เมื่อปี 2016 

อย่างไรก็ดี หน่วยงานอิสระที่กำกับดูแลเกี่ยวกับตัวอ่อนและการเจริญพันธุ์ของอังกฤษ (HFEA) ระบุว่า “ทารกเกิดน้อยกว่า 5 คน ณ วันที่ 20 เมษายน 2023 แต่ไม่มีการระบุตัวเลขที่แม่นยำเพื่อป้องกันการระบุครอบครัว” 

ซาราห์ นอร์ครอส ผู้อำนวยการของ Progress Educational Trust องค์กรให้ความรู้กับสังคมในด้านพันธุศาสตร์กล่าวว่า “ข่าวว่ามีทารกจำนวนน้อยที่มีไมโทคอนเดรียบริจาคได้ถือกำเนิดขึ้นในสหราชอาณาจักรแล้ว ถือเป็นขั้นตอนต่อไป ซึ่งอาจจะยังคงเป็นกระบวนการที่ช้าและต้องใช้ความระมัดระวังในการประเมินและปรับแต่งการบริจาคไมโทคอนเดรีย”  

แต่ทั้งนี้ยังไม่มีข่าวคราวจากทีมในนิวคาสเซิล ดังนั้นจึงยังไม่แน่ใจว่าเทคนิคดังกล่าวจะประสบความสำเร็จหรือไม่ 

ศ.โรบิน โลเวลล์-แบดจ์ จากสถาบันวิจัยฟรานซิส คริก กล่าวว่า “เป็นเรื่องน่าสนใจที่จะรู้ว่าเทคนิคการบำบัดทดแทนไมโทคอนเดรียทำงานได้ดีเพียงใดในระดับที่ใช้ได้จริง ไม่ว่าทารกจะปลอดจากโรคไมโทคอนเดรีย และมีความเสี่ยงใดๆ หรือไม่” 

แต่ถึงกระนั้นก็มีความเสี่ยงในทางเทคนิคที่ว่ามันอาจจะเกิดการย้อนกลับ ซึ่งไมโทคอนเดรียที่มีข้อบกพร่องใดๆ ที่ถูกนำออกไปอาจเพิ่มจำนวนขึ้นและยังคงส่งผลให้เกิดโรคได้ 

นอกจากนี้ ยังเคยมีการประเมินไว้ว่าในสหราชอาณาจักรอาจมีทารกเหล่านี้เกิดมามากถึง 150 คนในแต่ละปีด้วย

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์