‘บ็อบ ไอเกอร์’ อัศวินม้าขาวผู้พลิกฟื้น ‘วอลท์ ดิสนีย์’

25 พ.ย. 2565 - 13:01

  • ดิสนีย์ปลด บ็อบ ชาเพ็ค พร้อมทั้งตั้ง บ็อบ ไอเกอร์ อดีตซีอีโอของบริษัทวัย 71 ปีอีกครั้ง

  • เป้าหมายเร่งด่วนในการแก้ปัญหาของดิสนีย์คือ ดิสนีย์พลัส (Disney+)

  • ลดการขาดทุนธุรกิจสตรีมมิ่งแนวกีฬา ESPN

bob_iger_returning_disney_ceo_2022_SPACEBAR_Thumbnail_25830fd17a.jpeg
บ็อบ ไอเกอร์ หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ซึ่งสร้างผลงานชิ้นโบแดงพลิกโฉมหน้าของดิสนีย์ให้กลายเป็นบริษัทบันเทิงที่ทรงอิทธิพลที่สุดของโลก กำลังเจอโจทย์ท้าทายในการกลับมารับตำแหน่งซีอีโออีกครั้งเพื่อกอบกู้องค์กร ปรับลดต้นทุน และฟื้นฟูผลกำไรให้บริษัท 

ดิสนีย์ ประกาศแผนปรับโครงสร้างทีมบริหารครั้งใหญ่ที่สร้างความประหลาดใจให้แก่บรรดาผู้ลงทุน ด้วยการปลด บ็อบ ชาเพ็ค พร้อมทั้งตั้ง บ็อบ ไอเกอร์ อดีตซีอีโอของบริษัทวัย 71 ปีอีกครั้ง ด้วยสัญญาว่าจ้าง 2 ปี พร้อมเป้าหมายพาดิสนีย์ให้กลับมาเติบโตอีกครั้ง 

การดึงตัวซีอีโอเก่ามากุมบังเหียนองค์กรระดับต้นๆ ของโลกครั้งนี้ สะท้อนภาพแนวทางการบริหารในอดีตที่ สตีฟ จ็อบส์ หวนคืนตำแหน่งซีอีโอแอปเปิล และ ฮาเวิร์ด ชูลท์ส ที่กลับมาเป็นซีอีโอให้สตาร์บัคส์ หลังจากขึ้นไปเป็นบอร์ดบริหารขององค์กร ในช่วงเวลาวิกฤตของบริษัท 

เปาโล เปสคาทอร์ นักวิเคราะห์จากพีพี ฟอร์ไซท์ ให้ความเห็นว่าการกลับมาของไอเกอร์คือก้าวย่างที่กล้าหาญ ที่อาจจะเป็นทิศทางที่ถูกต้อง แต่ธุรกิจกำลังอยู่ในเฟสของการเติบโตที่แตกต่างจากในอดีตอยู่มาก เพราะฉะนั้นแผนการระยะสั้นควรมีการลดบทบาทในบางส่วนขององค์กรลง 

เป้าหมายเร่งด่วนในการแก้ปัญหาของดิสนีย์คือ ดิสนีย์พลัส (Disney+) ผู้ให้บริการสตรีมมิ่งที่ไอเกอร์ช่วยผลักดันให้เปิดตัวเมื่อปี 2019 ซึ่งตอนนี้ขาดทุนมากกว่าเท่าตัวในไตรมาสล่าสุด และเป็นธุรกิจที่ดึงผลกำไรของดิสนีย์ เนื่องจากต้องผลิตเนื้อหาที่ดึงดูดสมาชิกรายเดือน และผู้ลงทุนไม่ปลื้มกับผลตอบแทนที่ได้รับเท่าที่ควร จนทำให้หุ้นดิสนีย์ร่วง 40% แล้วในปีนี้  

เช่นเดียวกับสตรีมมิ่งแนวกีฬา ESPN ที่เป็นอีกเป้าหมายในการลดต้นทุนขนานใหญ่ของดิสนีย์จากการแย่งชิงลิขสิทธิ์กีฬาและยอดสมาชิกที่หดหาย 

หลังจากดิสนีย์ประกาศแต่งตั้งไอเกอร์ ราคาหุ้นของบริษัทวอลท์ ดิสนีย์ก็พุ่งขึ้นกว่า 8% ในวันจันทร์ (21 พ.ย.) ขานรับการกลับมาดำรงตำแหน่งซีอีโอของเขาและสะท้อนความเชื่้อมั่นของบรรดานักลงทุนที่มีต่อตัวซีอีโอผู้นี้ได้อย่างดี
info_bob_iger_returning_disney_ceo_2022_49a1ee11dd.jpeg
ไอเกอร์ เคยสร้างรายได้ให้ดิสนีย์มากมายมหาศาล ด้วยการเข้าซื้อกิจการพิกซาร์, มาร์เวล,และ 21st Century Fox พร้อมทั้งเพิ่มมูลค่าตลาดแก่บริษัทมากถึง 5 เท่า ตลอดช่วงที่เป็นซีอีโอ ไอเกอร์ ส่งอีเมล์ถึงพนักงานดิสนีย์ทุกคน มีใจความตอนหนึ่งว่า “ผมรู้ว่าบริษัทขอร้องให้พวกคุณทำหลายอย่างมากมายในช่วงเวลา 3 ปีที่ผ่านมา และช่วงเวลานี้ ยังคงค่อนข้างท้าทาย แต่ถ้าคุณได้ยินในสิ่งที่ผมเคยบอก ผมเป็นคนมองโลกในแง่ดี และถ้าผมได้เรียนรู้สิ่งใดสิ่งหนึ่งจากการเป็นซีอีโอดิสนีย์ใน 2 ปีนี้ แม้ว่าต้องเผชิญความไม่แน่นอน พนักงานและนักแสดงของเราทุกคนอาจประสบความสำเร็จในสิ่งที่คาดไม่ถึงได้” 

“ผมขอขอบคุณการทำงานของพนักงานทุกคนอย่างสุดซึ้ง ดิสนีย์ได้ครองใจผู้คนทั่วโลกต้องขอบคุณพวกคุณจริงๆ และขอบคุณในความทุ่มเทของพวกคุณต่อบริษัทและภารกิจมอบความสนุกสนานให้กับผู้คน ผ่านการเล่าเรื่องราวต่างๆ เป็นแรงบันดาลใจให้กับผมในทุกๆ วัน” ไอเกอร์ กล่าว 

ด้าน รีด ฮาสต์ติง ผู้ร่วมก่อตั้งเน็ตฟลิกซ์ ทวีตข้อความผ่านทวิตเตอร์ว่า “ผมเคยหวังว่าไอเกอร์จะกลับมาเป็นซีอีโอดิสนีย์อีกครั้ง เขาเป็นคนที่ยอดเยี่ยมมาก” 

ด้านชาเพ็ค ก้าวเข้าสู่ตำแหน่งซีอีโอต่อจากไอเกอร์ในเดือนก.พ.ปี 2020 แต่ถูกวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการตัดสินใจหลายอย่างภายใต้การบริหารของเขา ขณะที่ราคาหุ้นร่วงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 20 ปี หลังการเปิดเผยผลประกอบการที่น่าผิดหวัง 
bob_iger_returning_disney_ceo_2022_SPACEBAR_Photo01_d4d159246c.jpeg
Photo: AFP
ส่วนผลประกอบการไตรมาสเดือนก.ค.-ก.ย.ของดิสนีย์ อยู่ที่ 20,150 ล้านดอลลาร์สหรัฐ น้อยกว่าที่นักวิเคราะห์จากเรฟินิทีฟคาดการณ์ไว้ที่ 21,240 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และรายได้ต่อหุ้นเหลือ 30 เซ็นต์/หุ้น น้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 50 เซ็นต์ รายได้ต่อหัวจากผู้บริโภคลดลง 10% เหลือที่ 6.1 ดอลลาร์สหรัฐ/หัว แม้ว่าธุรกิจสวนสนุกของดิสนีย์จะมีกำไรเพิ่มขึ้น  

 แต่ยังน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์เช่นกัน โดยดิสนีย์สูญเงินไปกว่า 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐในไตรมาสล่าสุด หรือขาดทุนมากกว่าสองเท่าของปีที่แล้ว เนื่องจากรายได้จากค่าสมัครสมาชิกลดลง แต่ชาเพ็คคาดว่า ดิสนีย์อาจมีกำไรในปี 2024 

นอกจากนี้ ในปี 2021 ชาเพ็คมีปัญหากับ สการ์เล็ต โจแฮนส์สัน นักแสดงนำจากภาพยนตร์มาเวลเรื่อง “Black Widow” เพราะดิสนีย์ตัดสินใจฉายเรื่องนี้ผ่านโรงภาพยนตร์พร้อมกับระบบสตรีมมิง ทำให้เกิดข้อพิพาทเกี่ยวกับค่าชดเชย และเกิดเป็นคดีความระหว่างดิสนีย์กับนักแสดงหญิงชื่อดังอยู่หลายเดือน 

เมื่อวันที่ 12 พ.ย.ที่ผ่านมา ชาเพ็ค  ได้ส่งบันทึกภายในให้กับผู้นำแผนกต่างๆ ของดิสนีย์ โดยระบุว่า บริษัทจะระงับการจ้างงานและคาดว่าจะมีการลดพนักงานลงบางส่วน เพื่อควบคุมการใช้จ่าย 

“ในขณะที่ปัจจัยทางเศรษฐกิจมหภาคบางอย่างอยู่เหนือการควบคุมของเรา การบรรลุเป้าหมายเหล่านี้ต้องอาศัยพวกเราทุกคนให้ดำเนินการในส่วนของเราต่อไปเพื่อจัดการกับสิ่งที่เราสามารถควบคุมได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งค่าใช้จ่ายของเรา” บันทึกภายในระบุ 

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นหลังจากเมื่อวันที่ 8 พ.ย. ดิสนีย์เปิดเผยผลประกอบการรายไตรมาสต่ำกว่าประมาณการของนักวิเคราะห์ในย่านวอลล์สตรีท เนื่องจากดิสนีย์ขาดทุนเพิ่มขึ้นจากธุรกิจวิดีโอสตรีมมิง และราคาหุ้นดิสนีย์ร่วงลงมากกว่า 13% ในวันที่ 9 พ.ย. หลังบริษัทเปิดเผยผลประกอบการ 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์