Bolsonaro_supporters_storm_Brazil_presidential_palace_congress_supreme_court_SPACEBAR_Photo01_eb744d3c7f.jpeg
Bolsonaro_supporters_storm_Brazil_presidential_palace_congress_supreme_court_SPACEBAR_Photo02_3570476466.jpeg
Bolsonaro_supporters_storm_Brazil_presidential_palace_congress_supreme_court_SPACEBAR_Photo03_a421edc5ca.jpeg
Bolsonaro_supporters_storm_Brazil_presidential_palace_congress_supreme_court_SPACEBAR_Photo06_1a7d50a6d1.jpeg
Bolsonaro_supporters_storm_Brazil_presidential_palace_congress_supreme_court_SPACEBAR_Photo04_245fa3f5ba.jpeg
Bolsonaro_supporters_storm_Brazil_presidential_palace_congress_supreme_court_SPACEBAR_Photo05_4ffac8755e.jpeg
Bolsonaro_supporters_storm_Brazil_presidential_palace_congress_supreme_court_SPACEBAR_Photo07_a509015af0.jpeg
Bolsonaro_supporters_storm_Brazil_presidential_palace_congress_supreme_court_SPACEBAR_Photo08_c1be355714.jpeg
Bolsonaro_supporters_storm_Brazil_presidential_palace_congress_supreme_court_SPACEBAR_Photo09_717f5b4fc1.jpeg

Photo Story: บราซิลป่วน! ม็อบหนุนอดีตผู้นำบุกทำเนียบ-รัฐสภา-ศาลฎีกา

9 ม.ค. 2566 - 14:49

  • ผู้สนับสนุนอดีตประธานาธิบดีจาอีร์ โบลโซนาโร ต้องการเรียกร้องให้มีการแทรกแซงทางทหารเพื่อหยุดยั้งการใช้อำนาจจากประธานาธิบดีคนใหม่

  • “พวกคลั่งลัทธิฟาสซิสต์เหล่านี้ได้ทำสิ่งที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์ของประเทศนี้”

Bolsonaro_supporters_storm_Brazil_presidential_palace_congress_supreme_court_SPACEBAR_Photo01_eb744d3c7f.jpeg
Bolsonaro_supporters_storm_Brazil_presidential_palace_congress_supreme_court_SPACEBAR_Photo02_3570476466.jpeg
Bolsonaro_supporters_storm_Brazil_presidential_palace_congress_supreme_court_SPACEBAR_Photo03_a421edc5ca.jpeg
Bolsonaro_supporters_storm_Brazil_presidential_palace_congress_supreme_court_SPACEBAR_Photo06_1a7d50a6d1.jpeg
Bolsonaro_supporters_storm_Brazil_presidential_palace_congress_supreme_court_SPACEBAR_Photo04_245fa3f5ba.jpeg
Bolsonaro_supporters_storm_Brazil_presidential_palace_congress_supreme_court_SPACEBAR_Photo05_4ffac8755e.jpeg
Bolsonaro_supporters_storm_Brazil_presidential_palace_congress_supreme_court_SPACEBAR_Photo07_a509015af0.jpeg
Bolsonaro_supporters_storm_Brazil_presidential_palace_congress_supreme_court_SPACEBAR_Photo08_c1be355714.jpeg
Bolsonaro_supporters_storm_Brazil_presidential_palace_congress_supreme_court_SPACEBAR_Photo09_717f5b4fc1.jpeg
สำนักข่าว AFP รายงานว่า กองกำลังความมั่นคงของบราซิลเปิดปฏิบัติการครั้งใหญ่ในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (8 ม.ค.) หลังจากผู้สนับสนุนอดีตประธานาธิบดีจาอีร์ โบลโซนาโร ซึ่งเป็นฝ่ายขวาจัดประมาณหลายร้อยคนได้เข้าบุกรัฐสภา ทำเนียบประธานาธิบดี และศาลฎีกา โดยเรียกร้องให้มีการแทรกแซงทางทหารเพื่อหยุดยั้งการใช้อำนาจจากประธานาธิบดีคนใหม่ แต่กองกำลังความมั่นคงสามารถยึดคืนอาคารรัฐสภาได้ใน เมื่อช่วงค่ำวานนี้  

ด้านประธานาธิบดีคนปัจจุบัน ลูอิซ อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา วัย 77 ปี ซึ่งอยู่พรรคฝ่ายซ้ายและเพิ่งได้รับตำแหน่งมาเมื่อช่วงวันที่ 1 มกราคม 2023 ประณามว่าคนเหล่านี้เป็นกลุ่ม ‘ฟาสซิสต์’  

ขณะเดียวกันก็มีการดำเนินการครั้งใหญ่เพื่ออพยพผู้ชุมนุมออกจากทำเนียบประธานาธิบดีและศาลฎีกา โดยกองกำลังรักษาความปลอดภัยใช้ตำรวจปราบจลาจลบนหลังม้า ปืนใหญ่สำหรับฉีดน้ำ และระเบิดแก๊สน้ำตาที่ยิงจากเฮลิคอปเตอร์เพื่อต่อสู้กับพวกเขา 

“พวกคลั่งลัทธิฟาสซิสต์เหล่านี้ได้ทำสิ่งที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์ของประเทศนี้ เราจะสืบหาให้ได้ว่าใครคือผู้ก่อกวนเหล่านี้ และพวกเขาจะถูกดำเนินการตามกฎหมายที่บังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบ” ลูลา ดา ซิลวา กล่าว 

จากสถานการณ์ล่าสุด สื่อบราซิลรายงานว่า ตำรวจได้จับกุมกลุ่มผู้สนับสนุนไปแล้วกว่า 170 ราย นอกจากนี้ อิบาเนส โรชา ผู้ว่าการกรุงบราซิเลีย ประกาศไล่ แอนเดอร์สัน ตอร์เรส หัวหน้าฝ่ายความมั่นคงสาธารณะของกรุงบราซิเลียออก ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรียุติธรรมของอดีตประธานาธิบดีโบลโซนาโร เนื่องจากละเว้นการปฏิบัติหน้าที่และนำไปสู่ความไม่สงบ 

ภาพจากสื่อสังคมออนไลน์แสดงให้เห็นผู้ก่อการจลาจลพังประตูและหน้าต่างเพื่อเข้าไปในอาคารรัฐสภา จากนั้นจึงหลั่งไหลเข้ามาทำลายห้องทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติ อีกทั้งตะโกนดูหมิ่นเหยียดหยามสมาชิกสภานิติบัญญัติอีกด้วย ในขณที่ ตำรวจตั้งวงล้อมรักษาความปลอดภัยรอบจัตุรัส ยิงแก๊สน้ำตาเพื่อสลายผู้ก่อการจลาจล นอกจากนี้ ยังมีนักข่าวอย่างน้อย 5 คนที่ถูกโจมตี  

อย่างไรก็ดี นานาชาติต่างก็ออกมาประณามต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ ตำหนิการโจมตีครั้งนี้ว่า ‘อุกอาจ’ ขณะที่เจค ซัลลิแวน ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติ กล่าวว่า “วอชิงตัน ประณามความพยายามใดๆ ที่บ่อนทำลายประชาธิปไตยในบราซิล” 

ขณะที่ประธานาธิบดีฝรั่งเศส เอ็มมานูเอล มาครง เรียกร้องให้เคารพสถาบันต่างๆ ของบราซิล ส่วน กาเบรียล โบริก ประธานาธิบดีชิลี เรียกการจลาจลนี้ว่าเป็น ‘การโจมตีอย่างขี้ขลาดและเลวทรามต่อประชาธิปไตย’ 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์