บราซิลประสบความสำเร็จในการลดพื้นที่ป่าอะเมซอนที่ถูกทำลายด้วยไฟป่าอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อข้อมูลจากแพลตฟอร์มติดตาม MapBiomas เผยว่าในเดือนกรกฎาคม 2025 พื้นที่ป่าฝนเขตร้อนที่ใหญ่ที่สุดในโลกถูกไฟไหม้เพียง 143,000 เฮกตาร์ ลดลง 65% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ข้อมูลจากดาวเทียมชี้ให้เห็นความก้าวหน้านี้เกิดขึ้นเพียงสามเดือนก่อนที่ประธานาธิบดีลูอิซ อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา จะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ COP30 ณ เมืองเบเลงในภูมิภาคอะเมซอน
สถิติการลดลงทั่วประเทศ
ทั่วประเทศบราซิล พื้นที่ที่ถูกไฟไหม้ในเดือนกรกฎาคมรวม 748,000 เฮกตาร์ ลดลง 40% จากปีก่อน ในขณะที่ช่วงมกราคม-กรกฎาคม มีพื้นที่ไหม้รวม 2.45 ล้านเฮกตาร์ ลดลง 59% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2024
ภูมิภาคเซร์ราโด พื้นที่สะวันนาเขตร้อนขนาดใหญ่ในภาคกลางของบราซิล ยังคงเผชิญความเสียหายมากที่สุดด้วยพื้นที่ไหม้ 571,000 เฮกตาร์ แม้จะลดลง 16% จากปีก่อนแล้ว
สาเหตุการปรับปรุง
เฟลิเป มาร์เทเนกเซน นักวิจัยจากสถาบันวิจัยสิ่งแวดล้อมอะเมซอน ระบุว่าการปรับปรุงเกิดจาก ฤดูฝนที่รุนแรงและยาวนานกว่าในปีนี้ นอกจากนี้ ความเสียหายทางสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจจากไฟป่าปี 2024 รวมถึงการเฝ้าระวังการขยายพื้นที่เกษตรที่เข้มงวดขึ้น อาจทำให้เกษตรกรและผู้อยู่อาศัยระมัดระวังมากขึ้น
เป้าหมายการอนุรักษ์
แม้ว่าความแห้งแล้งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการแพร่กระจายของไฟป่าปีก่อน แต่ไฟส่วนใหญ่เกิดจากการกระทำผิดกฎหมายของผู้ที่เผาป่าเพื่อขยายพื้นที่เกษตร ประธานาธิบดีลูลาได้ให้คำมั่นว่าจะยุติการตัดไม้ทำลายป่าอะเมซอนภายในปี 2030
ตัวเลขที่ดีขึ้นนี้ถือเป็นสัญญาณบวกสำคัญก่อนที่บราซิลจะก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางของการเจรจาสภาพภูมิอากาศโลก แต่คำถามคือ การปรับปรุงครั้งนี้จะคงอยู่ได้นานเพียงใด เมื่อสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงอย่างไม่แน่นอน?




