COP30: บราซิลเจ้าภาพเปิดประชุมท่ามกลางความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม

10 พ.ย. 2568 - 09:59

  • บราซิลจัดประชุม COP30 ที่เบเลง เมืองในป่าแอมะซอน เพื่อให้ผู้เข้าร่วมเห็นสภาพจริงของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

  • การประชุมครั้งนี้เผชิญความท้าทายใหญ่ทั้งปัญหาโลจิสติกส์และการเจรจาเรื่องเป้าหมายไม่ให้โลกร้อนเกิน 1.5 องศาเซลเซียส

  • สหรัฐฯ ขาดหายจากการประชุมครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ขณะที่ทรัมป์วิพากษ์วิจารณ์การตัดไม้ใกล้เมืองเบเลง

COP30: บราซิลเจ้าภาพเปิดประชุมท่ามกลางความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม

การประชุมว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งสหประชาชาติ (UN Climate Change Conference: COP30) เริ่มขึ้นแล้ววันนี้ที่เมืองเบเลง ประเทศบราซิล โดยมีผู้เข้าร่วม 50,000 คนจากทั่วโลกมารวมตัวกันในใจกลางป่าแอมะซอน เพื่อหาทางออกสำหรับวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรงขึ้น

ประธานาธิบดี ลุยซ์ อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา ของบราซิล ยืนกรานเลือกจัดงานที่นี่ แม้จะเผชิญปัญหาขาดแคลนห้องพักโรงแรมอย่างหนัก เขาต้องการให้ผู้เข้าร่วมประชุมได้เห็นสถานการณ์จริงของป่าไม้ แม่น้ำ และผู้คนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ โดยเฉพาะชาวพื้นเมืองที่ได้รับผลกระทบจากการทำลายสิ่งแวดล้อม

ป่าแอมะซอนเผชิญวิกฤตหลายด้าน

ป่าแอมะซอนซึ่งมีบทบาทสำคัญในการต่อสู้กับภาวะโลกร้อนผ่านการดูดซับก๊าซเรือนกระจก กลับต้องเผชิญปัญหาหลายประการ ทั้งการตัดไม้ทำลายป่า การขุดแร่ผิดกฎหมาย มลพิษ การค้ายาเสพติด และการละเมิดสิทธิมนุษยชนของชาวพื้นเมือง

แหล่งข่าวใกล้ชิดองค์การสหประชาชาติ เผยต่อสำนักข่าว AFP ว่า มีความกังวลมากเกี่ยวกับความพร้อมด้านโลจิสติกส์ เนื่องจากสถานที่จัดแสดงหลายแห่งยังคงก่อสร้างไม่เสร็จ รวมถึงปัญหาระบบเชื่อมต่อ ไมโครโฟน และแม้แต่อาหารที่อาจไม่เพียงพอ

The real uncertainty at COP30 lies in what will actually be negotiated over the next two weeks: can the world come together to respond to the latest, catastrophic projections for global warming?
The real uncertainty at COP30 lies in what will actually be negotiated over the next two weeks: can the world come together to respond to the latest, catastrophic projections for global warming?

ความท้าทายในการเจรจา

ความไม่แน่นอนที่แท้จริงอยู่ที่การเจรจาในช่วงสองสัปดาห์ข้างหน้า การประชุมครั้งนี้ต้องตอบคำถามว่าโลกจะสามารถร่วมมือกันตอบสนองต่อการคาดการณ์ภาวะโลกร้อนที่เลวร้ายที่สุดได้หรือไม่ และจะหลีกเลี่ยงความขัดแย้งระหว่างประเทศร่ำรวยกับประเทศกำลังพัฒนาได้อย่างไร

ปัญหาสำคัญอีกประการคือการหาแหล่งเงินทุนช่วยเหลือประเทศที่ประสบภัยพายุและภัยแล้ง อย่างจาเมกา ที่ถูกพายุเฮอร์ริเคนทรงพลังที่สุดในรอบเกือบศตวรรษถล่มเมื่อเดือนตุลาคม หรือฟิลิปปินส์ที่ถูกไต้ฝุ่ร้ายแรงถึงสองลูกในเวลาเพียงสองสัปดาห์

เป้าหมาย 1.5 องศายากจะบรรลุ

เลขาธิการใหญ่สหประชาชาติ อันโตนิโอ กูเตอร์เรส ยอมรับในสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า การที่อุณหภูมิโลกจะเพิ่มขึ้นเกินขีดจำกัด 1.5 องศาเซลเซียสเป็นสิ่งที่ "หลีกเลี่ยงไม่ได้" และเรียงร้องให้รักษาช่วงเวลาที่เกินขีดจำกัดนี้ให้สั้นที่สุด

ด้านที่ปรึกษากลุ่มประเทศพัฒนาน้อยที่สุดในการประชุม COP Manjeet Dhakal กล่าวว่า 1.5 องศาไม่ใช่แค่ตัวเลข ไม่ใช่แค่เป้าหมาย แต่เป็นเส้นชีวิต เราไม่สามารถเป็นส่วนหนึ่งของการตัดสินใจที่มีการอภิปรายว่าเราไม่สามารถบรรลุ 1.5 องศาได้

สหรัฐฯ ขาดหายจากการประชุม

ประเทศเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดของโลกและผู้ปล่อยก๊าซเรือนกระจกรายใหญ่อันดับสอง อย่างสหรัฐฯ ขาดหายจากการประชุมครั้งนี้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีโดนัล ทรัมป์ ไม่ได้เพิกเฉย COP30 โดยสิ้นเชิง เมื่อวันอาทิตย์ เขาโพสต์ในเครือข่ายสังคมออนไลน์ประณามสิ่งที่เขาเรียกว่า "เรื่องอื้อฉาว" ของการตัดไม้ใกล้เมืองเบเลง เพื่อสร้างถนนใหม่ หลังจากเห็นรายงานข่าวใน Fox News

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์