นายกฯ อังกฤษคนใหม่ตกที่นั่งลำบาก (?) เผชิญแรงกดดันทางการเมือง หลังไฟเขียวสหรัฐฯ ใช้ฐานทัพถล่มอิหร่าน

22 ก.ค. 2569 - 14:53

  • แอนดี เบิร์นแฮม นายกฯ อังกฤษคนใหม่ ดำเนินนโยบายต่อเนื่องจาก เคียร์ สตาร์เมอร์ อดีตนายกฯ คนก่อน อนุมัติให้สหรัฐฯ ใช้ฐานทัพทหารของอังกฤษ สำหรับปฏิบัติการที่อังกฤษเรียกว่า ‘การโจมตีเพื่อการป้องกันตนเอง’ ต่อเป้าหมายในอิหร่าน

  • การตัดสินใจของเบิร์นแฮมกลายเป็นประเด็นที่สร้างความยากลำบากทางการเมืองอย่างมาก เนื่องจากเขาต้องเผชิญแรงกดดันอย่างหนักจากฝ่ายซ้ายของอังกฤษที่ต้องการขัดขวางไม่ให้สหรัฐฯ ใช้ฐานทัพ

นายกฯ อังกฤษคนใหม่ตกที่นั่งลำบาก (?) เผชิญแรงกดดันทางการเมือง หลังไฟเขียวสหรัฐฯ ใช้ฐานทัพถล่มอิหร่าน

แอนดี เบิร์นแฮม นายกรัฐมนตรีอังกฤษคนใหม่ อนุมัติให้สหรัฐฯ ใช้ฐานทัพทหารของอังกฤษ สำหรับปฏิบัติการที่อังกฤษเรียกว่า ‘การโจมตีเพื่อการป้องกันตนเอง’ ต่อเป้าหมายในอิหร่าน ซึ่งเป็นการดำเนินนโยบายต่อเนื่องจาก เคียร์ สตาร์เมอร์ อดีตนายกรัฐมนตรีคนก่อน  

แหล่งข่าวระบุว่า “สตาร์เมอร์เป็นประธานในที่ประชุมร่วมกับรัฐมนตรีระดับสูงและเจ้าหน้าที่เมื่อวันศุกร์ (17 ก.ค.) ที่ผ่านมา เพื่อหารือเกี่ยวกับนโยบายของอังกฤษ หลังจากที่สหรัฐฯ กลับมาเริ่มปฏิบัติการทางทหารอีกครั้งเมื่อช่วงต้นเดือนนี้” 

ในที่ประชุม บรรดารัฐมนตรีต่างตัดสินใจที่จะดำเนินนโยบายเดิมต่อไป โดยอนุญาตให้เครื่องบินของสหรัฐฯ ใช้ฐานทัพที่ดิเอโก การ์เซีย ในมหาสมุทรอินเดีย และฐานทัพอากาศแฟร์ฟอร์ด ในมณฑลกลอสเตอร์เชียร์ ประเทศอังกฤษ เพื่อปฏิบัติภารกิจต่อต้านขีปนาวุธของอิหร่าน รวมถึงโจมตีฐานทัพต่างๆ ที่อิหร่านใช้เล็งโจมตีช่องแคบฮอร์มุซ  

การตัดสินใจนี้มีขึ้นหลังจากสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีระลอกใหม่เป็นวันที่ 10 โดยกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) แถลงว่า “เมื่อคืนนี้ กองทัพสหรัฐฯ ได้ถล่มศูนย์บัญชาการทหาร ฐานยิงขีปนาวุธ และระบบป้องกันภัยทางอากาศของอิหร่าน” 

แต่ประเด็นนี้กำลังสร้างความแตกแยกทางการเมืองในอังกฤษ 

ก่อนหน้านี้ สตาร์เมอร์เคยประกาศให้กองทัพสหรัฐฯ ใช้ฐานทัพอังกฤษได้เฉพาะกับปฏิบัติการเพื่อการป้องกันตนเองเท่านั้น เพื่อยับยั้งอิหร่านจากการยิงขีปนาวุธที่อาจเป็นภัยคุกคามต่อชีวิตและผลประโยชน์ของอังกฤษ 

แน่นอนว่าการตัดสินใจของเบิร์นแฮมกลายเป็นประเด็นที่สร้างความยากลำบากทางการเมืองอย่างมาก เนื่องจากเขาต้องเผชิญแรงกดดันอย่างหนักจากฝ่ายซ้ายของอังกฤษที่ต้องการขัดขวางไม่ให้สหรัฐฯ ใช้ฐานทัพ ในขณะเดียวกันก็ถูกประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กดดันให้อังกฤษขยายบทบาทในการสนับสนุนสงครามครั้งนี้ 

ในขณะที่เจ้าหน้าที่อังกฤษต่างเป็นกังวลกับคำพูดของทรัมป์ที่ขู่จะโจมตีสิ่งปลูกสร้างพลเรือนในอิหร่าน ทั้งสะพานและโรงไฟฟ้า เพราะกลัวว่าจะผิดกฎหมายระหว่างประเทศ 

นอกจากนี้ เบิร์นแฮมยังมีแนวโน้มที่จะถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากพรรคกรีน และพรรคเสรีประชาธิปไตย ซึ่งเป็นกลุ่มการเมืองปีกซ้าย โดยทั้งสองพรรคต่างคัดค้านการใช้ฐานทัพนี้ เพราะมองว่ามันจะทำให้อังกฤษกลายเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดในอาชญากรรมสงคราม 

ทว่า การตัดสินใจของเบิร์นแฮมในครั้งนี้ อาจช่วยอธิบายได้ว่า ทำไมทรัมป์ถึงได้แสดงท่าทีที่ค่อนข้างเป็นมิตรและต้อนรับการเข้าทำเนียบนายกรัฐมนตรีอังกฤษของเบิร์นแฮม 

แถลงการณ์จากทำเนียบนายกรัฐมนตรีอังกฤษระบุว่า “นายกรัฐมนตรีเบิร์นแฮมได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของอังกฤษในการรักษาความปลอดภัยให้แก่การเดินเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซ” 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์