สื่อนอกแฉ ‘ฮุน เซน’ อยู่เบื้องหลังความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา

1 ส.ค. 2568 - 16:04

  • Reuters รายงานว่า ดูเหมือนว่าอดีตนายกฯ กัมพูชาอย่าง ฮุน เซน จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในเหตุการณ์ต่างๆ ที่นำไปสู่การสู้รบที่นองเลือดที่สุดระหว่างไทยและกัมพูชาในรอบกว่าทศวรรษ

  • จากแหล่งข่าวทางการทูต 3 แหล่งแสดงให้เห็นว่า ฮุน เซน ยังคงมีอิทธิพลอย่างต่อเนื่องตลอดความขัดแย้งที่กินเวลานาน 5 วัน

  • “สำหรับเหตุการณ์ปะทะที่ชายแดน ฮุน เซน ตั้งใจสร้างภาพลักษณ์ของความเป็นผู้นำที่เข้มแข็งและควบคุมสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นการสวมเครื่องแบบ หรือการถูกมองว่าเป็นผู้สั่งการกองกำลัง...” นักการทูตที่ประจำอยู่ในกัมพูชากล่าวกับ Reuters

สื่อนอกแฉ ‘ฮุน เซน’ อยู่เบื้องหลังความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา

เมื่อความตึงเครียดระหว่างไทย-กัมพูชาที่ดำเนินมาหลายสัปดาห์ทวีความรุนแรงขึ้นจนกลายเป็นความขัดแย้งชายแดนครั้งใหญ่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งทั้งสองฝ่ายต่างก็กล่าวหากันว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นฝ่ายที่เริ่มยิงก่อน 

สำนักข่าว Reuters รายงานว่า

ดูเหมือนว่าอดีตนายกฯ กัมพูชาอย่าง ฮุน เซน จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในเหตุการณ์ต่างๆ ที่นำไปสู่การสู้รบที่นองเลือดที่สุดระหว่างไทยและกัมพูชาในรอบกว่าทศวรรษ และจากแหล่งข่าวทางการทูต 3 แหล่งยังแสดงให้เห็นว่า ฮุน เซน ยังคงมีอิทธิพลอย่างต่อเนื่องตลอดความขัดแย้งที่กินเวลานาน 5 วัน 

เมื่อวันศุกร์ (25 ก.ค.) หลังจากปืนใหญ่ที่ยิงจากกัมพูชาตกในพื้นที่พลเรือนในจังหวัดชายแดนของไทย กองทัพไทยก็เล็งเป้าไปที่ ฮุน เซน โดยกล่าวหาว่าเขาเป็นตัวการสำคัญที่สั่งทหารยิงเข้ามาในเขตชายแดนไทย “จากหลักฐานที่มีอยู่ เชื่อกันว่ารัฐบาลกัมพูชา นำโดย ฮุน เซน ซึ่งอยู่เบื้องหลังการโจมตีที่น่าสยดสยองเหล่านี้” แถลงการณ์ ระบุ 

ภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังเกิดการปะทะ ฮุน เซน ก็ได้แชร์โพสต์มากมายบนเฟซบุ๊ก เพื่อปลุกระดมประชาชนและวิพากษ์วิจารณ์ประเทศไทย โดยในภาพถ่ายหนึ่งที่ ฮุน เซน โพสต์ เผยให้เห็นว่าเขากำลังวิดีโอคอลประชุมกับทหารหลายนาย และในอีกโพสต์หนึ่ง เขายังได้แชร์รูปภาพตัวเองในชุดทหารอีกด้วย 

“สำหรับเหตุการณ์ปะทะที่ชายแดน ฮุน เซน ตั้งใจสร้างภาพลักษณ์ของความเป็นผู้นำที่เข้มแข็งและควบคุมสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นการสวมเครื่องแบบ และการถูกมองว่าเป็นผู้สั่งการกองกำลัง หรือแม้แต่การแทรกแซงสถานการณ์ด้วยการโพสต์เฟซบุ๊ก”

นักการทูตที่ประจำอยู่ในกัมพูชา กล่าวกับ Reuters 

ขณะที่ ลิม เมงกูร์ เจ้าหน้าที่รัฐบาลกัมพูชาที่ทำงานด้านนโยบายต่างประเทศ เผยว่า “ฮุน เซน ทำหน้าที่เป็นผู้บัญชาการกองกำลังหลักด้านการส่งกำลังเสริมให้กับทหารในแนวหน้า เขาเฝ้าติดตามและสังเกตการณ์สถานการณ์อย่างต่อเนื่องตลอดเวลา”  

ต่างจากลูกชายของเขา ฮุน มาเนต นายกฯ กัมพูชาคนปัจจุบัน ซึ่งเลือกที่จะเงียบในช่วงแรกของความขัดแย้ง แต่กลับเปลี่ยนท่าทีก่อนที่จะไปเจรจา ‘หยุดยิง’ กับไทยที่มาเลเซีย 

ไช โสพาล นักเขียนหนังสือเกี่ยวกับ ฮุน เซน และครอบครัวที่อาศัยอยู่ในกรุงพนมเปญ เผยว่า “อดีตนายกฯ สามารถสั่งการรัฐบาลในฐานะประธานพรรคประชาชนกัมพูชาที่กำลังปกครองประเทศได้ ดังนั้น นายกฯ จึงต้องเคารพและปฏิบัติตามนโยบายของพรรคและประธาน”  

“อย่างน้อยที่สุดก่อนเกิดเหตุปะทะ ฮุน เซน ก็มักจะปรากฏตัว และเป็นคนที่ออกแถลงการณ์ หรือแถลงข่าวต่างๆ เกี่ยวกับเหตุการณ์แทบทั้งหมด” นักการทูตประจำภูมิภาคที่ติดตามกัมพูชาอย่างใกล้ชิด กล่าว 

 “ไม่มีใครแปลกใจเลยที่ ฮุน เซน ขึ้นเป็นผู้นำ...” 

   (Photo by TANG CHHIN Sothy / AFP)
(Photo by TANG CHHIN Sothy / AFP)

Reuters รายงานว่า ฮุน เซน เป็นผู้ที่ฉลาดเอาตัวรอดได้อย่างอย่างแยบยลในการเมืองกัมพูชา และยังเป็นผู้ที่ปรับตัวได้ดีท่ามกลางความวุ่นวายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตลอดครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา 

อดีตผู้นำรายนี้ที่สถาปนาตัวเองว่าเป็น ‘ผู้นำเศรษฐกิจที่เฟื่องฟู’ ในกัมพูชา และเป็นผู้ที่นำพาเศรษฐกิจประเทศเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยพบว่ารายได้ต่อหัวประชากรนั้นเพิ่มขึ้นเกือบ 4 เท่าจาก 240 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 7,800 บาท) เป็น 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.2 หมื่นบาท) ในช่วงทศวรรษระหว่างปี 1993-2013 

แต่ความมั่งคั่งที่เพิ่งค้นพบส่วนใหญ่กลับกระจุกตัวอยู่ในมือของชนชั้นนำผู้ปกครองประเทศ แม้ว่าคู่แข่งทางการเมืองจะถูกจำคุก หรือเนรเทศ แถมสื่อที่วิจารณ์รัฐบาลก็ถูกปิดตัวลง อีกทั้งเสียงเรียกร้องจากสังคมก็ถูกปราบปรามอย่างเข้มงวด จนท้ายที่สุด ฮุน เซน ก็ปูทางอำนาจให้ลูกชายของเขารับช่วงต่อ 

“ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา แม้แต่การตัดสินใจด้านนโยบายการบริหารภายในประเทศก็ถูกนำเสนอต่อ ฮุน เซน เพื่อขออนุมัติ”

นักการทูตประจำภูมิภาคที่ติดตามกัมพูชาอย่างใกล้ชิด กล่า

ปัจจุบัน ความขัดแย้งบริเวณชายแดนยิ่งทำให้อิทธิพลของ ฮุน เซน ชัดเจนยิ่งขึ้น และมีกระแสสนับสนุนรัฐบาลอย่างล้นหลามบนโซเชียลมีเดียท่ามกลางกระแสชาตินิยมที่รุนแรงขึ้น “ไม่มีใครแปลกใจเลยที่ ฮุน เซน ขึ้นเป็นผู้นำ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าทุกคนรู้ว่าเขาเป็นผู้มีอำนาจ หากเป้าหมายคือการเสริมสร้างชาตินิยม เขาก็ประสบความสำเร็จแล้ว” นักการทูตอีกคนที่ประจำอยู่ในกัมพูชา กล่าว   

(Photo by TANG CHHIN Sothy / AFP) 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์