กัมพูชาถอยห่างจีน? ระงับซ้อมรบร่วมครั้งแรกในรอบ 3 ปี ท่ามกลางปมหนี้สิน-เปลี่ยนขั้วยุทธศาสตร์

24 ก.ค. 2569 - 12:19

  • จีนและกัมพูชาไม่ได้ฝึกซ้อมรบทางทหาร ‘Golden Dragon’ ตามกำหนดการปกติ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปีที่การฝึกนี้ต้องหยุดชะงักไป

  • “การสั่งระงับการฝึกซ้อมในปีนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการพิจารณาปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจ” นักวิเคราะห์ กล่าว

  • แม้จะมีการระงับการฝึกซ้อมรบทางทหารในปีนี้ แต่การแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์ในภาพรวมที่รุนแรงขึ้นระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็มีแนวโน้มที่จะดำเนินต่อไป

กัมพูชาถอยห่างจีน? ระงับซ้อมรบร่วมครั้งแรกในรอบ 3 ปี ท่ามกลางปมหนี้สิน-เปลี่ยนขั้วยุทธศาสตร์

จีนและกัมพูชาไม่ได้ฝึกซ้อมรบทางทหาร ‘Golden Dragon’ ตามกำหนดการปกติ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปีที่การฝึกนี้ต้องหยุดชะงักไป  

ในช่วงเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่การฝึกซ้อมตามปกติมักจะเสร็จสิ้นลง กลับมีเพียงรายงานข่าวไม่กี่ฉบับเกี่ยวกับการเตรียมการเท่านั้น ทำให้เกิดการคาดเดาว่าการฝึกซ้อมดังกล่าวจะดำเนินต่อไปหรือไม่ 

กว่าหนึ่งเดือนต่อมา เชสเตอร์ คาบาลซา นักวิเคราะห์ด้านความมั่นคงและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ กล่าวว่า “การฝึกซ้อมรบทางทหารนี้ได้ถูกระงับไปแล้ว” 

“กัมพูชาจำเป็นต้องปรับสมดุลความสัมพันธ์กับจีนใหม่ เนื่องจากกำลังเผชิญกับปัญหากับดักหนี้สินมหาศาล ประกอบกับการเปลี่ยนทิศทางนโยบายครั้งล่าสุดของสหรัฐฯ ในภูมิภาคอินโดจีนของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน)”

คาบาลซา บอกกับสำนักข่าว Inquirer 

สถาบัน Lowy Institute ตีพิมพ์บทความระบุว่า “ในช่วงกลางปี 2023 กัมพูชามีหนี้สินผูกพันกับจีนสูงถึง 3.96 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.38 แสนล้านบาท) จากยอดหนี้ต่างประเทศทั้งหมด 1.23 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.58 แสนล้านบาท) ซึ่งยิ่งเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับความสามารถในการชำระหนี้อย่างยั่งยืน” 

อย่างไรก็ดี เมื่อปีที่ผ่านมา สำนักข่าว South China Morning Post ได้อ้างคำกล่าวของเจ้าหน้าที่รัฐบาลกัมพูชารายหนึ่งว่า “‘ข้อริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง’ (Belt and Road Initiative / BRI) ของจีนนั้น ‘ไม่ใช่กับดักหนี้สิน’ แต่เป็น ‘เส้นเลือดใหญ่ในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม’” 

การฝึกซ้อมรบทางทหารดังกล่าวเริ่มต้นขึ้นในปี 2016 และนับตั้งแต่นั้นมาก็กลายเป็นสัญลักษณ์ของความร่วมมือด้านความมั่นคงที่เติบโตขึ้นระหว่างจีนและกัมพูชา 

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา การฝึกซ้อมรบนี้ถือเป็นเครื่องสะท้อนความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างจีนกับกัมพูชาได้อย่างดี โดยเห็นได้จากจำนวนผู้เข้าร่วมที่เพิ่มขึ้นจาก 1,000 นายในปี 2016 เป็น 2,075 นายในปีที่ผ่านมา  

“การสั่งระงับการฝึกซ้อมในปีนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการพิจารณาปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจ”

คาบาลซา กล่าว 

ขณะที่บทความเรื่อง ‘กัมพูชาปรับสมดุลนโยบายต่อจีน มากกว่าการเปลี่ยนขั้ว’ ซึ่งตีพิมพ์โดยสถาบัน Lowy Institute เมื่อปีที่แล้ว ได้อธิบายถึงการปรับเปลี่ยนการดำเนินนโยบายต่างประเทศของกัมพูชาว่า “เป็นการสร้างสมดุลในความสัมพันธ์กับจีน พร้อมกับเปิดพื้นที่เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นกับกลุ่มประเทศตะวันตก” 

กัมพูชาไม่ได้กำลังเปลี่ยนขั้วหรือเลือกข้าง แต่เป็นการปรับเปลี่ยนความสัมพันธ์ที่เสี่ยงจะตึงตัวและขาดความยืดหยุ่นจนเกินไป โดยมีเป้าหมายเพื่อขยายขีดความสามารถในการปรับตัว และเสริมสร้างอำนาจอธิปไตยให้มั่นคงท่ามกลางความไม่แน่นอนของโลก” บทความระบุ 

คาบาลซา กล่าวอีกว่า “แม้จะมีการระงับการฝึกซ้อมรบทางทหารในปีนี้ แต่การแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์ในภาพรวมที่รุนแรงขึ้นระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็มีแนวโน้มที่จะดำเนินต่อไป” 

“ความเคลื่อนไหวครั้งนี้อาจเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงการประเมินสถานการณ์ใหม่ของประเทศต่างๆ ว่าจะรับมือกับการแข่งขันระหว่างสองมหาอำนาจอย่างไร โดยที่ยังคงรักษาความยืดหยุ่นเชิงยุทธศาสตร์ของตนเองไว้ได้ แม้เราจะยังคงเห็นการขยายอิทธิพลของจีนในกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียนเพิ่มขึ้น แต่สหรัฐฯ เองก็กำลังพยายามดึงกลุ่มภูมิภาคนี้ให้หันมาเป็นประโยชน์ต่อฝ่ายตนเช่นกัน” 

คาบาลซา กล่าว 

(Photo by TANG CHHIN SOTHY and TANG CHHIN SOTHY / AFP) 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์