รัฐบาลกัมพูชาประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญในการปราบปรามธุรกิจแก๊งคอลเซ็นเตอร์และต้มตุ๋นออนไลน์ที่ถูกกล่าวหาว่า ‘หลอกลวงเงินมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์จากเหยื่อทั่วโลก’
ชัย สินาริธ รัฐมนตรีอาวุโสฝ่ายปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ ได้แถลงการณ์ต่อทูตต่างประเทศเมื่อวันพฤหัสบดี (27 ส.ค.) ที่ผ่านมาว่า “ขบวนการต้มตุ๋นขนาดใหญ่ถูกควบคุมไว้ได้หมดแล้ว และในปัจจุบันกัมพูชาก็ไม่มีฐานที่ตั้งของแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลงเหลืออยู่ในประเทศอีกต่อไป”
นับตั้งแต่ช่วงโควิด-19 ระบาด ค่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้ขยายตัวและผุดขึ้นเป็นดอกเห็ดทั่วอาเซียน ทั้งในกัมพูชา ลาว ฟิลิปปินส์ รวมถึงพื้นที่ไร้กฎหมายตามชายแดนเมียนมา-ไทย ฐานที่ตั้งเหล่านี้ส่วนใหญ่คุมโดยมาเฟียจีน และเป็นที่กักขังคนทำงานหลายหมื่นคน ซึ่งหลายคนถูกหลอกลวงมาด้วยขบวนการค้ามนุษย์ และต้องทนอยู่กับสภาพความเป็นอยู่ที่โหดร้ายทารุณ
“นับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2025 เป็นต้นมา ทางการกัมพูชาได้เข้าตรวจสอบพื้นที่ต้องสงสัยไปแล้วทั้งหมด 793 แห่ง นำไปสู่การบุกทลายรังแก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้ 624 จุด และสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้เกือบ 30,000 คน ซึ่งมีสัญชาติต่าง ๆ รวมกันถึง 39 สัญชาติ” ชัย สินาริธ เผย
แต่แถลงการณ์ระบุว่า “กลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้ไหวตัวทันและเปลี่ยนแผนใหม่ โดยแตกตัวเป็นกลุ่มเล็ก ๆ ไปแฝงตัวทำงานตามห้องเช่า คอนโด บ้านเช่า รถยนต์ หรือแม้แต่ร้านกาแฟ ซึ่งทางการกัมพูชายืนยันว่าจะเดินหน้าตามไล่ล่ากวาดล้างกลุ่มนี้ต่อไป”
ขณะที่ มอนต์เซ เฟอร์เรอร์ ผู้อำนวยการร่วมระดับภูมิภาคของแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล (องค์การนิรโทษกรรมสากล) เผยว่า “ทางกลุ่มสิทธิมนุษยชน ‘ยังคงกังขาและไม่ปักใจเชื่อ’ ว่าธุรกิจแก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้ถูกกำจัดจนหมดสิ้นแล้วจริง ๆ เนื่องจากธุรกิจต้มตุ๋นออนไลน์ที่มีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์นี้ มีเส้นสายและเครือข่ายผลประโยชน์ที่ฝังรากลึกในกัมพูชามาก เกินกว่าจะกวาดล้างให้หมดสิ้นไปได้ง่าย ๆ”
“บทพิสูจน์ความสำเร็จในระยะยาวที่แท้จริง ไม่ใช่การดูว่ามีค่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ปิดตัวลงไปกี่แห่ง แต่ขึ้นอยู่กับว่าผู้บงการและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องถูกนำตัวมาสอบสวน ดำเนินคดี และถูกสกัดกั้นไม่ให้กลับมาเปิดขบวนการต้มตุ๋นได้อีกครั้งหรือไม่”
— เฟอร์เรอร์ กล่าว
ด้าน มาร์ก เทย์เลอร์ ที่ปรึกษาอิสระด้านการต่อต้านการค้ามนุษย์ กล่าวว่า “ใครที่ปักใจเชื่อคำอ้างของรัฐบาลกัมพูชาว่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์หมดประเทศแล้ว ถือว่าคิดผิดมหันต์ เพราะในความเป็นจริง ยังคงมีสัญญาณบ่งชี้ที่น่าเชื่อถือว่า ขบวนการต้มตุ๋นออนไลน์ขนาดใหญ่ยังคงเดินหน้าทำงานอยู่ และการหลอกลวงขนแรงงานต่างชาติเข้ามาทำงานในแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่กัมพูชาก็ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง”
“แรงกดดันจากนานาชาติในปีนี้ ได้สร้างความระส่ำระสายอย่างมากให้กับค่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นฉากหน้าที่เห็นได้ชัดของธุรกิจต้มตุ๋นออนไลน์ที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลกัมพูชามาอย่างยาวนาน” เจคอบ ซิมส์ นักวิจัยรับเชิญจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และนักวิเคราะห์ด้านอาชญากรรมข้ามชาติในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ซิมส์มองว่า “การที่กัมพูชาปิดกั้นภาคประชาสังคมและสื่อมวลชนในประเทศ หมายความว่า ‘คำกล่าวอ้างว่ากวาดล้างจนหมดสิ้น โดยไม่มีหน่วยงานอิสระเข้าไปตรวจสอบ ย่อมต้องถูกมองด้วยความเคลือบแคลงสงสัย’”
“สิ่งที่สังคมโลกต้องระวังคือ อย่าหลงกลคิดว่าการปิดค่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ คือการทลายเครือข่ายสำเร็จแล้ว เพราะตราบใดที่ยังไม่สามารถทลาย ‘ผู้บงการเบื้องหลัง’ และ ‘เส้นสายคุ้มครองทางการเมือง’ ได้ ธุรกิจมืดนี้ก็ไม่มีทางหมดไปจริง ๆ”
— ซิมส์ กล่าว
(Photo by LILLIAN SUWANRUMPHA / AFP)





