โลกระอากัมพูชาปล่อยสแกมเมอร์ระบาด เลยไม่มีใครว่าไทยที่ทิ้งบอมบ์ถล่ม

22 ธ.ค. 2568 - 15:27

  • กัมพูชาเป็นที่ตั้งของศูนย์กลางการหลอกลวงหลายสิบแห่ง

  • แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลระบุว่า การตอบสนองที่ย่ำแย่ของรัฐบาลต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชนในศูนย์กลางการฉ้อโกงบ่งชี้ว่ารัฐบาลกัมพูชามีส่วนร่วมในเรื่องนี้

โลกระอากัมพูชาปล่อยสแกมเมอร์ระบาด เลยไม่มีใครว่าไทยที่ทิ้งบอมบ์ถล่ม

ระหว่างความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชาที่ดำเนินมานานกว่าสองสัปดาห์ ประเทศไทยได้ถล่มคาสิโนหลายแห่งที่เชื่อมโยงกับการหลอกลวงทางไซเบอร์ในประเทศกัมพูชา โดยนายกรัฐมนตรีไทยบอกว่าจะ “จัดการ” กับแหล่งที่ใช้เป็นฉากบังหน้าในการฉ้อโกง

สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติระบุว่า ทั่วทั้งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แก๊งอาชญากรใช้คาสิโน โรงแรม และสถานที่ที่มีการรักษาความปลอดภัยอย่างแน่นหนา เพื่อดำเนินการหลอกลวงทางไซเบอร์ที่ซับซ้อน โดยมักอาศัยผู้ที่ถูกค้ามนุษย์เป็นแรงงาน

กัมพูชาเป็นที่ตั้งของศูนย์กลางการหลอกลวงหลายสิบแห่ง โดยมีผู้คนประมาณ 100,000 คน ซึ่งหลายคนเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์ กระทำการหลอกลวงทางออนไลน์ในอุตสาหกรรมมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ

คาสิโนอย่างน้อย 4 แห่งที่อยู่ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งในจำนวนนี้ 2 แห่งหน่วยงานตรวจสอบระบุว่าเป็นแหล่งรวมการฉ้อโกง ถูกโจมตีในเดือนนี้จากความขัดแย้งทางทหารระหว่างประเทศเพื่อนบ้านทั้งสอง ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายสิบคนและผู้พลัดถิ่นมากกว่าครึ่งล้านคน

โวลเกอร์ เติร์ก หัวหน้าฝ่ายสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติกล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่า ชาวต่างชาติที่ถูกบังคับให้ทำการฉ้อโกงในกัมพูชา “ขณะนี้ตกอยู่ในความเสี่ยงมากขึ้นจากการสู้รบ” และเรียกร้องให้อพยพคนเหล่านี้ออกมา

นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ของไทยเผยกับผู้สื่อข่าวในการประชุมต่อต้านการฉ้อโกงระดับนานาชาติที่กรุงเทพฯ เมื่อวันพุธที่ผ่านมาว่า ความพยายามในการสร้างสันติภาพกับกัมพูชานั้นขึ้นอยู่กับความมุ่งมั่นของพนมเปญที่จะ “ทำลายความพยายามในการฉ้อโกง”

นายกฯ อนุทินเผยอีกว่า หากคาสิโนในกัมพูชากำลังซ่อนการดำเนินการฉ้อโกงไว้เบื้องหลัง “เราก็จะถือว่ามันเป็นศูนย์กลางการฉ้อโกงที่เราต้องจัดการ”

รายงานของแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลเมื่อเดือนมิถุนายนระบุว่า การละเมิดสิทธิมนุษยชนในศูนย์กลางการฉ้อโกงของกัมพูชาเกิดขึ้นใน “วงกว้าง” และการตอบสนองที่ย่ำแย่ของรัฐบาลบ่งชี้ว่ารัฐบาลมีส่วนร่วมในเรื่องนี้

แต่ รอส พิรุณ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับดูแลการพนันเชิงพาณิชย์ของกัมพูชา เผยกับสำนักข่าว AFP ว่า ทางการกำลังดำเนินการ “อย่างจริงจัง” เพื่อปราบปรามการฉ้อโกง และเรียกการกระทำของไทยต่อบ่อนคาสิโนบริเวณชายแดนว่า “ผิดกฎหมายโดยสิ้นเชิง”

คาสิโนตกเป็นเป้า

สัปดาห์ที่แล้วไทยโจมตีคาสิโน 3 แห่งตามแนวชายแดนซึ่งกองทัพไทยระบุว่าถูกใช้เป็นคลังเก็บอาวุธและเป็นฐานยิงของกัมพูชา

พ.อ.ริชฌา สุขสุวานนท์ รองโฆษกกองทัพบกเผยกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่า “ศูนย์หลอกลวงและคาสิโนที่เราบุกเข้าตรวจค้นทุกแห่ง เราได้รับข้อมูลข่าวกรองที่ชัดเจนว่าสถานที่เหล่านั้นถูกใช้เป็นฐานทัพ

AFP ระบุว่า มีรายงานว่าคาสิโนบางแห่งที่ตกอยู่ท่ามกลางการปะทะกันนั้น มีพลเรือนอาศัยอยู่ด้วย

แถลงการณ์ของสหประชาชาติเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา อ้างถึงผู้รอดชีวิตจากการโจมตีในจังหวัดอุดรมีชัย ซึ่งบอกกับสำนักงานสิทธิมนุษยชนว่า พลเรือนเสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บอีก 2 ราย

รีสอร์ทและคาสิโนโอร์เสม็ด ซึ่งองค์การแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลระบุว่าเป็นแหล่งหลอกลวง ถูกสร้างขึ้นโดยกลุ่มบริษัท แอล.วาย.พี. กรุ๊ป ของกัมพูชา ซึ่งนำโดย ลี ยง พัด สมาชิกวุฒิสภากัมพูชา

ลี ยง พัด ถูกรัฐบาลสหรัฐฯ คว่ำบาตรเมื่อปีที่แล้ว จากข้อกล่าวหาว่าบริษัทของเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับ “การละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติต่อแรงงานที่ถูกค้ามนุษย์และถูกบังคับใช้แรงงานในศูนย์หลอกลวงทางออนไลน์”

เมื่อเดือนที่แล้ว ประเทศไทยได้ออกหมายจับมหาเศรษฐีรายนี้ในข้อหาเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมข้ามชาติ และยึดทรัพย์สินมูลค่า 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐจากนักธุรกิจชาวกัมพูชารายอื่นๆ

เจค็อบ ซิมส์ นักวิชาการจากศูนย์เอเชียศึกษา มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดเผยว่า คาสิโนในโอร์เสม็ดและที่อื่นๆ ที่ตกเป็นเป้าหมายการโจมตีของไทย อาจมีเหยื่อการค้ามนุษย์อยู่ในนั้นหลายพันคน

ซิมส์บอกกับสำนักข่าว AFP ว่า “การทิ้งระเบิดใส่แหล่งสแกมเมอร์ของพวกมิจฉาชีพไม่ใช่แนวทางที่สมเหตุสมผลในการต่อสู้กับอุตสาหกรรมฉ้อโกง” และเสริมว่า การยึดทรัพย์สินของไทยมีประสิทธิภาพมากกว่า

แต่ “การมีอยู่ของแหล่งสแกมเมอร์เหล่านี้ และความไม่พอใจที่เพิ่มมากขึ้นของชาวโลกต่อกัมพูชาที่ให้ที่พักพิงแก่อุตสาหกรรมฉ้อโกงระดับโลก ทำให้ไทยมีข้ออ้างที่เป็นประโยชน์สำหรับการใช้กำลังนอกอาณาเขต ซึ่งหากไม่มีข้ออ้างนี้ก็คงถูกประณาม”

Photo by HANDOUT / AGENCE KAMPUCHEA PRESS (AKP) / AFP

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์