รัฐบาลกัมพูชาวอนไทยอย่าบิดเบือนว่า ‘เป็นเหยื่อ’ แนะใช้กลไกทวิภาคีที่มีอยู่แก้ปัญหา

10 ต.ค. 2568 - 10:15

  • เพ็น โบนา โฆษกรัฐบาลกัมพูชา เรียกร้องให้ประเทศไทยแสดงความยับยั้งชั่งใจและความปรารถนาดีต่อการแก้ไขปัญหาชายแดนในปัจจุบันอย่างสันติ ผ่านกลไกทวิภาคี สนธิสัญญา และกฎหมายระหว่างประเทศที่มีอยู่

  • ในแถลงการณ์ที่เผยแพร่เมื่อค่ำวันที่ 9 ต.ค.โบนา ระบุว่า “กัมพูชาได้สังเกตเห็นว่าผู้นำและเจ้าหน้าที่ไทยในทุกระดับได้กล่าวเกินจริงและบิดเบือนความจริงเกี่ยวกับปัญหาชายแดนระหว่างไทย และกัมพูชาซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยกล่าวหาว่ากัมพูชาเป็นฝ่ายยิงก่อนและละเมิดข้อตกลงหยุดยิง รวมถึงรุกล้ำดินแดนไทยและคุกคามความมั่นคงของชาติไทย”

  • “ประเทศไทยมักแสดงว่าตัวเองเป็นเหยื่อของการรุกล้ำของกัมพูชา ทั้งๆ ที่กัมพูชาคือเหยื่อที่แท้จริง” โบนา กล่าว พร้อมยกตัวอย่างคำแถลงล่าสุดของ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ ไทยที่ว่า “ประเทศไทยเป็นฝ่ายที่ถูกรุกล้ำและตกเป็นเหยื่อ” 

รัฐบาลกัมพูชาวอนไทยอย่าบิดเบือนว่า ‘เป็นเหยื่อ’ แนะใช้กลไกทวิภาคีที่มีอยู่แก้ปัญหา

เพ็น โบนา โฆษกรัฐบาลกัมพูชา เรียกร้องให้ประเทศไทยแสดงความยับยั้งชั่งใจและความปรารถนาดีต่อการแก้ไขปัญหาชายแดนในปัจจุบันอย่างสันติ ผ่านกลไกทวิภาคี สนธิสัญญา และกฎหมายระหว่างประเทศที่มีอยู่ 

ในแถลงการณ์ที่เผยแพร่เมื่อค่ำวันพฤหัสบดี (9 ต.ค.) โบนา ระบุว่า “กัมพูชาได้สังเกตเห็นว่าผู้นำและเจ้าหน้าที่ไทยในทุกระดับได้กล่าวเกินจริงและบิดเบือนความจริงเกี่ยวกับปัญหาชายแดนระหว่างไทย และกัมพูชาซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยกล่าวหาว่ากัมพูชาเป็นฝ่ายยิงก่อนและละเมิดข้อตกลงหยุดยิง รวมถึงรุกล้ำดินแดนไทยและคุกคามความมั่นคงของชาติไทย” 

“ประเทศไทยมักแสดงว่าตัวเองเป็นเหยื่อของการรุกล้ำของกัมพูชา ทั้งๆ ที่กัมพูชาคือเหยื่อที่แท้จริง”

โบนา กล่าว พร้อมยกตัวอย่างคำแถลงล่าสุดของ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ ไทยที่ว่า “ประเทศไทยเป็นฝ่ายที่ถูกรุกล้ำและตกเป็นเหยื่อ” 

โบนายังเน้นย้ำถึงความพยายามของอนุทินในการกำหนดเงื่อนไขให้กัมพูชาต้องย้ายพลเมืองออกจากดินแดนที่พวกเขาอาศัยอยู่มานานหลายทศวรรษเพื่อแลกกับข้อตกลงสันติภาพด้วย “ฝ่ายโฆษกของรัฐบาลกัมพูชาขอแจ้งให้สาธารณชนทั้งในประเทศและต่างประเทศทราบว่า ในฐานะประเทศที่รักสันติและปรารถนาให้มีพรมแดนแห่งสันติภาพ มิตรภาพ ความร่วมมือ และการพัฒนากับประเทศเพื่อนบ้าน รัฐบาลกัมพูชายึดมั่นในหลักการที่จะไม่รุกรานดินแดนของประเทศเพื่อนบ้านใดๆ แม้แต่น้อย และขอสงวนสิทธิ์ในการปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนตามกฎหมายทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ”   

“กัมพูชายึดมั่นในความมุ่งมั่นที่จะหาทางแก้ไขปัญหาชายแดนอย่างสันติบนพื้นฐานของกลไกที่มีอยู่และกฎหมายระหว่างประเทศ” และยืนยันว่า “สำหรับกัมพูชาแล้ว ปัญหาชายแดนไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยการใช้กำลัง นี่คือเหตุผลที่รัฐบาลกัมพูชาได้ใช้ความอดกลั้นอย่างที่สุด แม้จะถูกยั่วยุและละเมิดโดยฝ่ายไทยในระหว่างการดำเนินการข้อตกลงหยุดยิงก็ตาม” 

“ฝ่ายโฆษกขอเรียกร้องอีกครั้งให้ประเทศไทยแสดงความปรารถนาดีที่จำเป็นต่อการแก้ไขปัญหาชายแดนอย่างสันติด้วยความอดกลั้น ผ่านกลไกทวิภาคีที่มีอยู่ เช่น JBC, GBC และ RBC ตามอนุสัญญา สนธิสัญญา และกฎหมายระหว่างประเทศ นี่เป็นหนทางเดียวที่จะแก้ไขปัญหาชายแดนอย่างสันติและรับรองสันติภาพที่ยั่งยืนในระยะยาวได้”

โบนา กล่าว 

อย่างไรก็ดี การตอบโต้อย่างเป็นทางการของฝ่ายโฆษกนั้นเกิดขึ้นหลังจากที่นายกฯ ไทยคนใหม่ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อไทยเป็นเวลา 2 วันติดต่อกันว่า ประเทศไทยจะบังคับใช้กฎหมายภายในประเทศในการอ้างสิทธิ์พื้นที่ในจังหวัดบันเตียเมียนเจยของกัมพูชา โดยกล่าวหาว่าชาวกัมพูชาที่อาศัยอยู่ในพื้นที่นั้นมาหลายสิบปีได้รุกล้ำดินแดนของไทย 

อนุทินกำหนดเงื่อนไขให้มีการย้ายออกของ ‘ผู้ตั้งถิ่นฐาน’ ชาวกัมพูชาออกไป หนึ่งในเงื่อนไขที่ไทยต้องการเพื่อเจรจากับกัมพูชา หรือหารือข้อตกลงสันติภาพกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ซึ่งมีรายงานว่า เขาขอเป็นประธานการลงนามข้อตกลงสันติภาพระหว่างไทย-กัมพูชาในช่วงการประชุมสุดยอดอาเซียนที่กำลังจะมาถึง 

AGENCE KAMPUCHEA PRESS (AKP) / AFP

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์