สำนักข่าว The Guardian รายงานว่า แคมเปญทำงาน 4 วันต่อสัปดาห์กำลังมีเป้าหมายโน้มน้าวให้บริษัทอีกหลายร้อยแห่งหันมาทำงานสัปดาห์ละ 4 วัน โดยที่พนักงานก็ไม่สูญเสียค่าจ้างด้วย หลังจากการทดลองในระยะ 6 เดือนสิ้นสุดลงและประสบความสำเร็จเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
Autonomy ซึ่งเป็นคลังสมองที่สนับสนุนแคมเปญนี้ กล่าวว่า จะช่วยบริษัทต่างๆ ในการเปลี่ยนแปลงระหว่างที่โครงการเปิดตัวระดับประเทศ
จาก 61 บริษัทที่เข้าร่วมการทดลองทำงาน 4 วันเป็นเวลา 6 เดือนก็พบว่า มีบริษัท 56 แห่งได้ขยายนโยบายทำงาน 4 วัน/สัปดาห์ต่อไป โดยมีบริษัท 18 แห่งที่กำหนดให้เป็นแบบถาวรไปแล้ว
แคมเปญนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อเปลี่ยนบรรทัดฐานของวัฒนธรรมการทำงานจาก 40 ชั่วโมง 5 วันต่อสัปดาห์เป็น 32 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ โดยการทำงานสัปดาห์ละ 5 วันนั้นเป็นการปรับปรุงจากแต่เดิมที่ทำงาน 6 วันต่อสัปดาห์ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติก่อนที่ขบวนการสหภาพแรงงานจะถือกำเนิดขึ้นในปลายศตวรรษที่ 19
ผู้เสนอให้มีการทำงานสัปดาห์ละ 4 วันแย้งว่าการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตทั่วทั้งภาคเศรษฐกิจควรหมายความว่าในหลายๆ กรณีพนักงานสามารถสร้างผลผลิตที่เหมือนกันในเวลาที่น้อยลง การเพิ่มผลผลิตเป็นกุญแจสำคัญในการปรับปรุงมาตรฐานการครองชีพตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ก็ดูเหมือนว่าทางรัฐบาลสหราชอาณาจักรยังไม่ได้แสดงความกระตือรือร้นใดๆ สำหรับแนวคิดนี้ ด้าน มาร์ติน คาลลานาน รัฐมนตรีฝ่ายธุรกิจแห่งพรรคอนุรักษนิยมกล่าวกับรัฐสภาในเดือนกันยายน 2022 ว่า “รัฐบาลไม่ได้ประเมินต้นทุนและผลประโยชน์ของการทำงานสัปดาห์ละ 4 วัน”
ฮาวเวิร์ด ลีห์ จากพรรคอนุรักษนิยมอีกคนหนึ่งกล่าวว่า “นโยบายนี้จะมีผลกระทบร้ายแรง เพราะจะเป็นการยากสำหรับเพื่อนร่วมงานที่จะทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ หากบางคนทำงานเพียง 80% ของเวลาทำงานทั้งหมด”
แต่บริษัทขนาดใหญ่บางแห่งได้เริ่มทดลองแนวทางใหม่ๆ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่ เซนส์เบอรี่ส์ (Sainsbury’s) ซูเปอร์มาร์เก็ตใหญ่อันดับ 2 ของสหราชอาณาจักรกล่าวว่าจะทดลองให้พนักงานบางคนมีโอกาสทำงาน 4 วันต่อสัปดาห์ โดยการทดลองนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการลดจำนวนชั่วโมงทั้งหมด แต่เป็นการอนุญาตให้คนงานบีบจำนวนชั่วโมงเท่าเดิมให้เหลือ 4 วัน
ในเดือนพฤศจิกายน 2022 แคมเปญระดับโลกของสหราชอาณาจักรได้บรรลุเป้าหมายของบริษัท 100 แห่ง โดยอ้างถึงข้อดีมากมายที่ได้รับในด้านความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน แรงจูงใจ และการรักษาพนักงานไว้
โจ ไรล์ ผู้อำนวยการของแคมเปญทำงาน 4 วันต่อสัปดาห์กล่าวว่า “ผลตอบรับที่ดีที่เราได้เห็นจากผลลัพธ์นำร่องแสดงให้เห็นว่าโลกพร้อมสำหรับการทำงาน 4 วันต่อสัปดาห์ เรามีเวลา 100 ปีในการทำงานตั้งแต่ 9.00-17.00 น. เป็นเวลา 5 วันต่อสัปดาห์ และมันถึงเวลาเปลี่ยนแปลงแล้ว การเปลี่ยนมาทำงาน 4 วันต่อสัปดาห์จะทำให้เรามีเวลาที่จะมีชีวิตที่มีความสุขและเติมเต็มชีวิตได้มากขึ้น”
Autonomy ซึ่งเป็นคลังสมองที่สนับสนุนแคมเปญนี้ กล่าวว่า จะช่วยบริษัทต่างๆ ในการเปลี่ยนแปลงระหว่างที่โครงการเปิดตัวระดับประเทศ
จาก 61 บริษัทที่เข้าร่วมการทดลองทำงาน 4 วันเป็นเวลา 6 เดือนก็พบว่า มีบริษัท 56 แห่งได้ขยายนโยบายทำงาน 4 วัน/สัปดาห์ต่อไป โดยมีบริษัท 18 แห่งที่กำหนดให้เป็นแบบถาวรไปแล้ว
แคมเปญนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อเปลี่ยนบรรทัดฐานของวัฒนธรรมการทำงานจาก 40 ชั่วโมง 5 วันต่อสัปดาห์เป็น 32 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ โดยการทำงานสัปดาห์ละ 5 วันนั้นเป็นการปรับปรุงจากแต่เดิมที่ทำงาน 6 วันต่อสัปดาห์ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติก่อนที่ขบวนการสหภาพแรงงานจะถือกำเนิดขึ้นในปลายศตวรรษที่ 19
ผู้เสนอให้มีการทำงานสัปดาห์ละ 4 วันแย้งว่าการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตทั่วทั้งภาคเศรษฐกิจควรหมายความว่าในหลายๆ กรณีพนักงานสามารถสร้างผลผลิตที่เหมือนกันในเวลาที่น้อยลง การเพิ่มผลผลิตเป็นกุญแจสำคัญในการปรับปรุงมาตรฐานการครองชีพตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ก็ดูเหมือนว่าทางรัฐบาลสหราชอาณาจักรยังไม่ได้แสดงความกระตือรือร้นใดๆ สำหรับแนวคิดนี้ ด้าน มาร์ติน คาลลานาน รัฐมนตรีฝ่ายธุรกิจแห่งพรรคอนุรักษนิยมกล่าวกับรัฐสภาในเดือนกันยายน 2022 ว่า “รัฐบาลไม่ได้ประเมินต้นทุนและผลประโยชน์ของการทำงานสัปดาห์ละ 4 วัน”
ฮาวเวิร์ด ลีห์ จากพรรคอนุรักษนิยมอีกคนหนึ่งกล่าวว่า “นโยบายนี้จะมีผลกระทบร้ายแรง เพราะจะเป็นการยากสำหรับเพื่อนร่วมงานที่จะทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ หากบางคนทำงานเพียง 80% ของเวลาทำงานทั้งหมด”
แต่บริษัทขนาดใหญ่บางแห่งได้เริ่มทดลองแนวทางใหม่ๆ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่ เซนส์เบอรี่ส์ (Sainsbury’s) ซูเปอร์มาร์เก็ตใหญ่อันดับ 2 ของสหราชอาณาจักรกล่าวว่าจะทดลองให้พนักงานบางคนมีโอกาสทำงาน 4 วันต่อสัปดาห์ โดยการทดลองนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการลดจำนวนชั่วโมงทั้งหมด แต่เป็นการอนุญาตให้คนงานบีบจำนวนชั่วโมงเท่าเดิมให้เหลือ 4 วัน
ในเดือนพฤศจิกายน 2022 แคมเปญระดับโลกของสหราชอาณาจักรได้บรรลุเป้าหมายของบริษัท 100 แห่ง โดยอ้างถึงข้อดีมากมายที่ได้รับในด้านความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน แรงจูงใจ และการรักษาพนักงานไว้
โจ ไรล์ ผู้อำนวยการของแคมเปญทำงาน 4 วันต่อสัปดาห์กล่าวว่า “ผลตอบรับที่ดีที่เราได้เห็นจากผลลัพธ์นำร่องแสดงให้เห็นว่าโลกพร้อมสำหรับการทำงาน 4 วันต่อสัปดาห์ เรามีเวลา 100 ปีในการทำงานตั้งแต่ 9.00-17.00 น. เป็นเวลา 5 วันต่อสัปดาห์ และมันถึงเวลาเปลี่ยนแปลงแล้ว การเปลี่ยนมาทำงาน 4 วันต่อสัปดาห์จะทำให้เรามีเวลาที่จะมีชีวิตที่มีความสุขและเติมเต็มชีวิตได้มากขึ้น”



