นายกฯ จัสติน ทรูโด ของแคนาดา ประกาศว่าเขาจะลาออกและยุติการดำรงตำแหน่งผู้นำที่ยาวนานถึง 9 ปี หลังเผชิญแรงกดดันที่เพิ่มมากขึ้นจากการเมืองภายในโดยเฉพาะในพรรคของตัวเอง ทั้งนี้ ทรูโดจะอยู่ในตำแหน่งต่อไปจนกว่าพรรคเสรีนิยมของเขาจะเลือกผู้นำคนใหม่ได้ ในระหว่างนี้ รัฐสภาก็จะถูกยุบ หรือระงับการประชุมไปจนถึงวันที่ 24 มีนาคม
“ประเทศนี้สมควรได้รับตัวเลือกที่แท้จริงในการเลือกตั้งครั้งหน้า และสำหรับผมแล้ว ชัดเจนว่าหากผมต้องต่อสู้กับการเมืองภายใน ผมคงไม่สามารถเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในการเลือกตั้งครั้งนั้นได้” ทรูโด แถลงข่าวเมื่อวันจันทร์ (6 ม.ค.)
ความไม่เป็นที่นิยมของทรูโดในสายตาชาวแคนาดาได้กลายเป็นอุปสรรคต่อพรรคของเขามากขึ้นเรื่อยๆ ก่อนการเลือกตั้งระดับชาติในช่วงปลายปีนี้
“ผมตั้งใจจะลาออกจากตำแหน่งนายกฯ และหัวหน้าพรรคหลังจากที่พรรคได้เลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่ผ่านกระบวนการแข่งขันระดับประเทศแล้ว” ทรูโด กล่าว
สาชิต เมห์รา ประธานพรรคเสรีนิยม เผยว่าจะมีการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคในสัปดาห์นี้ เพื่อเริ่มกระบวนการคัดเลือกผู้นำคนใหม่
จุดจบยุค ‘จัสติน ทรูโด’
\-พันธมิตรหลักประกาศลาออกปม ‘ภาษี’ แคนาดา-สหรัฐฯ-
ทรูโด ในวัย 53 ปีต้องเผชิญกับการเรียกร้องให้ลาออกจากพรรคเสรีนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเริ่มรุนแรงขึ้นในเดือนธันวาคม หลังจาก คริสเทีย ฟรีแลนด์ รองนายกฯ และพันธมิตรเก่าแก่ของเขาลาออกอย่างกะทันหัน
ในจดหมายลาออกต่อสาธารณะ ฟรีแลนด์อ้างถึงภัยคุกคามของ โดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่จะเรียกเก็บภาษีสินค้าของแคนาดาและกล่าวหาทรูโดว่าไม่ทำอะไรมากพอที่จะแก้ไข ‘ความท้าทายครั้งใหญ่’ ที่เกิดจากข้อเสนอของทรัมป์
ทรัมป์สัญญาว่าจะจัดเก็บภาษี 25% จากสินค้าที่นำเข้าจากแคนาดา ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์เตือนว่าจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของแคนาดาอย่างมาก เว้นแต่แคนาดาจะดำเนินการเพิ่มความปลอดภัยบนพรมแดนร่วมกัน
ทรูโดเผยว่าเขาหวังว่าฟรีแลนด์จะยังคงดำรงตำแหน่งรองนายกฯ ต่อไป แต่เธอกลับเลือกที่จะลาออก
นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา แคนาดาก็ประกาศว่าจะดำเนินการมาตรการรักษาความปลอดภัยใหม่ที่ครอบคลุมตามแนวชายแดนสหรัฐฯ ของประเทศเพื่อตอบโต้ภัยคุกคามดังกล่าว
ในโพสต์ออนไลน์ ทรัมป์อ้างว่า ‘แรงกดดันด้านภาษีศุลกากรนำไปสู่การลาออกของทรูโด’ พร้อมย้ำจุดยืนเดิมของเขาว่า ‘แคนาดาควรเป็นรัฐที่ 51’ “หากแคนาดารวมเข้ากับสหรัฐฯ ก็จะไม่มีภาษีศุลกากร ภาษีจะลดลงอย่างมาก และแคนาดาจะปลอดภัยจากภัยคุกคามของเรือรัสเซียและจีนที่คอยล้อมรอบพวกเขาอยู่ตลอดเวลา” ทรัมป์ กล่าว
ตั้งแต่ปี 2019 พรรคเสรีนิยมได้บริหารประเทศในฐานะพรรคเสียงข้างน้อย และภายหลังการลาออกของฟรีแลนด์ ทรูโดก็สูญเสียการสนับสนุนจากพรรคการเมืองต่างๆ ที่เคยช่วยรักษาอำนาจของพรรคเสรีนิยมเอาไว้ได้ ได้แก่ พรรคประชาธิปไตยใหม่ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายซ้ายที่มีข้อตกลงสนับสนุนพรรคเสรีนิยม และบล็อกเกเบกัวส์ พรรคชาตินิยมของควิเบก
ในผลสำรวจความคิดเห็น พรรคฝ่ายค้านที่ใหญ่ที่สุดอย่างพรรคอนุรักษนิยมสามารถรักษาคะแนนนำพรรคเสรีนิยมได้ถึงสองหลักมาเป็นเวลาหลายเดือน ซึ่งบ่งชี้ว่าหากมีการเลือกตั้งทั่วไปในวันนี้ พรรคเสรีนิยมอาจจะพ่ายแพ้อย่างยับเยินก็เป็นได้
จากนี้ พรรคเสรีนิยมจะต้องเลือกผู้นำคนใหม่เพื่อนำพรรคเข้าสู่การเลือกตั้งครั้งหน้า ซึ่งจะต้องจัดขึ้นใน หรือก่อนวันที่ 20 ตุลาคม
\-เรื่องอื้อฉาวที่ถาโถมเข้ามา...-
ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ รัฐบาลของทรูโดเริ่มเผชิญกับเรื่องอื้อฉาวต่างๆ มากมาย ซึ่งมักเกิดจากตัวรัฐบาลเอง เช่น เรื่องขัดแย้งเกี่ยวกับข้อตกลงกับบริษัทของแคนาดาที่ถูกกล่าวหาว่าทุจริต และภาพถ่ายของนายกฯ ที่แต่งหน้าเป็นคนผิวดำ ซึ่งเป็นการเหยียดเชื้อชาติ
นอกจากนี้ คำสั่งให้ฉีดวัคซีนและข้อจำกัดอื่นๆ ยังได้รับการตอบโต้อย่างรุนแรงจากชาวแคนาดาบางส่วน ทำให้เกิดการประท้วงที่เรียกว่า ‘Freedom Convoy’ เมื่อช่วงต้นปี 2022 แต่ในท้ายที่สุด ทรูโดก็ประกาศใช้มาตรการฉุกเฉินเพื่อขับไล่ผู้ประท้วงออกไป
จากข้อมูลการติดตามผลสำรวจพบว่า ในช่วงปลายปี 2024 คะแนนความนิยมของทรูโดอยู่ที่ระดับต่ำสุด โดยมีชาวแคนาดาเพียง 22% เท่านั้นที่บอกว่า ‘เขาทำหน้าที่ได้ดี’
หลังจากที่ทรูโดประกาศว่าจะลาออก กลุ่มผู้ประท้วงจำนวนหนึ่งในเมืองออตตาวาก็ออกมากระโดดโลดเต้นบริเวณหน้ารัฐสภาเพื่อเฉลิมฉลองการลาออกของเขา
ฮาเมส กามาร์รา ชาวแคนาดาจากรัฐบริติชโคลัมเบียที่พอใจกับการบริหารของทรูโดบอกกับสำนักข่าว BBC ว่า “ผมเป็นช่างไม้ ผมดูแลธุรกิจของตัวเอง ผมรับค่าจ้าง ผมจ่ายบิล ทุกอย่างก็โอเคดี”
ขณะที่ มารีส คาสสิวี ชาวแคนาดาอีกคนหนึ่งบอกว่า “รู้สึกเหมือนกับว่ายุคสมัยของทรูโดได้สิ้นสุดลงแล้ว” เมื่อถูกถามว่าเธอรู้สึกเศร้าบ้างหรือไม่ เธอตอบว่า “ไม่...มันเป็นสิ่งที่ถูกต้อง”
Photo by Dave Chan / AFP




