กองทัพแคนาดากล่าวว่า พวกเขาเพิ่งค้นพบหลักฐานความพยายามในการ ‘สอดแนม’ ของจีนในแถบอาร์กติก
การค้นพบนี้รายงานครั้งแรกโดยหนังสือพิมพ์ The Globe and Mail ของแคนาดา ทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับกิจกรรมของจีนในดินแดนทางเหนือสุด
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากบอลลูนสายลับต้องสงสัยลอยของจีนผ่านน่านฟ้าของสหรัฐฯ และแคนาดา ก่อนที่มันจะถูกกองทัพสหรัฐฯ ยิงตก อีกทั้งเมื่อไม่นานมานี้ จีนยังถูกกล่าวหาว่าแทรกแซงการเลือกตั้งของแคนาดาอีกด้วย
ทุ่นเฝ้าติดตามถูกค้นพบและเก็บคืนมาได้เมื่อฤดูใบไม้ร่วงปีที่แล้ว โดยเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการ ‘Limpid’ ภารกิจต่อเนื่องของกองทัพแคนาดาที่ได้รับมอบหมายให้ระบุภัยคุกคามต่อความมั่นคงของประเทศด้วยการตรวจตราทางอากาศ ทางบก และทางทะเล
ดาเนียล เลอ บูทิลิเยร์ โฆษกกระทรวงกลาโหมแคนาดากล่าวในถ้อยแถลงว่า กองทัพ ‘ตระหนักดีถึงความพยายามล่าสุดของจีนในการดำเนินการสอดแนมน่านฟ้าและทางทะเลของแคนาดา’
บูทิลิเยร์ กล่าวเสริมด้วยว่า จีนทำสิ่งนี้โดยใช้ เทคโนโลยี 2 จุดประสงค์ ซึ่งหมายถึงอุปกรณ์ที่ทำการเฝ้าระวังทั้งเพื่อการวิจัยและการทหาร ขณะที่กองทัพได้หยุดความพยายามของจีนในการเข้าถึงดินแดนของแคนาดาตั้งแต่ปี 2022 แต่ไม่ได้อธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับลักษณะของความพยายามดังกล่าว
จีนให้ความสนใจในอาร์กติกมานานแล้ว ถึงขั้นได้ส่งบุคคลระดับสูงไปยังภูมิภาคนี้แล้ว 33 ครั้งในช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมา และมีส่วนร่วมในสถาบันหลักส่วนใหญ่ของอาร์กติก นอกจากนี้ยังได้ขยายกองเรือตัดน้ำแข็งและส่งเรือเดินสมุทรไปทางเหนือเพื่อการสำรวจวิจัย
จีนหวังที่จะปลดล็อกเส้นทางการค้าที่สั้นลงไปยังยุโรปผ่านภูมิภาคนี้ เมื่อแผ่นน้ำแข็งละลายเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ และเข้าถึงทรัพยากรที่เกิดขึ้นใหม่ แต่ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า ความสนใจด้านการวิจัยของจีนในภูมิภาคนี้เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า เนื่องจากความพยายามที่จะสำรวจทรัพย์สินทางทหารในแถบอาร์กติก
ความพยายามของจีนเชื่อมโยงกับแรงผลักดันที่ใหญ่ขึ้นโดยชาติอาร์กติกหลายแห่ง ได้แก่ สหรัฐฯ แคนาดา ฟินแลนด์ รัสเซีย นอร์เวย์ และสวีเดน เพื่อปลดล็อกศักยภาพที่ยังไม่ได้ใช้ในภูมิภาคนี้
โรเบิร์ตโต มาซโซลิน พนักงานอาวุโสของ Center for International Governance Innovation และอดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงในแคนาดากล่าวว่า นี่เป็นส่วนหนึ่งของโลกที่ไม่ได้ถูกสร้างแผนที่และเข้าใจรายละเอียดในระดับเดียวกับละติจูดอื่นๆ
มาซโซลินกล่าวว่า ในอดีตแคนาดาเคยมองว่าอาร์กติกเป็นพื้นที่ปลอดภัยและมีโอกาสถูกคุกคามน้อย แต่ความสนใจในภูมิภาคนี้ของรัสเซียและจีนเมื่อไม่นานมานี้ ได้เปลี่ยนแปลงความคิดนั้นไปแล้ว
“แคนาดาถูก ‘บังคับ’ ให้วางมาตรการรักษาความปลอดภัย การป้องกันทางทหาร หรือกิจกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างไรเพื่อรักษาผลประโยชน์ของแคนาดาและสหรัฐฯ” มาซโซลินกล่าว
เมื่อวันพุธ เมลานี โจลี รัฐมนตรีต่างประเทศแคนาดาบอกกับ CNN ว่า เธอมองจีนเป็นขุมพลังที่เริ่มก่อกวนมากขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่แคนาดากำลังทำงานอย่างใกล้ชิดกับสหรัฐฯ เพื่อปกป้องน่านฟ้าอเมริกาเหนือ รวมถึงอธิปไตยในแถบอาร์กติกของแคนาดา
การค้นพบทุ่นของจีนโดยกองทัพแคนาดาเกิดขึ้นหลังจากข่าวกรองของแคนาดาเปิดเผยว่า จีนพยายามแทรกแซงการเลือกตั้งกลางครั้งล่าสุดของแคนาดาในปี 2021
ในเอกสารที่รายงานครั้งแรกโดย Globe and Mail หน่วยข่าวกรองด้านความมั่นคงของแคนาดาระบุถึงความพยายามของจีนที่จะเลือกพรรคเสรีนิยมของจัสติน ทรูโดกลับมาเป็นรัฐบาลเสียงส่วนน้อย และเพื่อให้แน่ใจว่าเหล่านักการเมืองอนุรักษนิยมที่ถูกมองว่าไม่เป็นมิตรกับจีนจะพ่ายแพ้
ตามการรายงานของ Globe ระบุว่า มีการแทรกแซงโดยการบริจาคเงินสดให้กับผู้สมัครที่ต้องการ การแพร่กระจายของข้อมูลเท็จและการใช้สถานกงสุลและนักศึกษา (ที่ได้รับค่าจ้าง) เพื่อส่งเสริมผู้สมัครที่มีแนวคิดเสรีนิยม
สมาชิกรัฐสภาแคนาดากำลังอยู่ระหว่างการสอบสวนข้อกล่าวหาที่ว่าจีนแทรกแซงการเลือกตั้งกลางของแคนาดาในปี 2019 จนกระทั่งเมื่อวันอังคาร (21 ก.พ.) ที่ผ่านมา ได้มีการขยายขอบเขตให้ครอบคลุมการเลือกตั้งปี 2021 ด้วย
เมื่อวันพุธ นายกรัฐมนตรี ทรูโด เรียกการแทรกแซงการเลือกตั้งของจีนที่ต้องสงสัยว่าเป็น ‘ปัญหาที่ร้ายแรงเป็นพิเศษ’ และกล่าวว่า เขาสนับสนุนการสอบสวนเพิ่มเติมในรายงานเหล่านี้ ความพยายามในการเข้าไปแทรกแซงดูเหมือนจะไม่ประสบความสำเร็จ แต่ก็ยังสร้างความกังวลว่าต่างประเทศกำลังพยายามแทรกแซงกระบวนการประชาธิปไตยของแคนาดา
“ตัวแสดง (ในบริบทของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ) กำลังพยายามบ่อนทำลายความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อประชาธิปไตย” ทรูโดกล่าว
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จีนในแคนาดาปฏิเสธรายงานเหล่านี้ โดยกล่าวว่า พวกเขาไม่ได้แทรกแซงการเลือกตั้งหรือกิจกรรมภายในประเทศของแคนาดา
ทั้งสหรัฐฯ และแคนาดากล่าวว่า บอลลูนกำลังสอดแนมสินทรัพย์ทางทหารที่ละเอียดอ่อน อย่างไรก็ตาม จีนปฏิเสธว่า บอลลูนไม่ได้ถูกใช้เพื่อตรวจการณ์ โดยบอกว่าเป็นบอลลูนตรวจอากาศของพลเรือนที่ปลิวออกนอกเส้นทาง
การค้นพบนี้รายงานครั้งแรกโดยหนังสือพิมพ์ The Globe and Mail ของแคนาดา ทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับกิจกรรมของจีนในดินแดนทางเหนือสุด
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากบอลลูนสายลับต้องสงสัยลอยของจีนผ่านน่านฟ้าของสหรัฐฯ และแคนาดา ก่อนที่มันจะถูกกองทัพสหรัฐฯ ยิงตก อีกทั้งเมื่อไม่นานมานี้ จีนยังถูกกล่าวหาว่าแทรกแซงการเลือกตั้งของแคนาดาอีกด้วย
ทุ่นเฝ้าติดตามถูกค้นพบและเก็บคืนมาได้เมื่อฤดูใบไม้ร่วงปีที่แล้ว โดยเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการ ‘Limpid’ ภารกิจต่อเนื่องของกองทัพแคนาดาที่ได้รับมอบหมายให้ระบุภัยคุกคามต่อความมั่นคงของประเทศด้วยการตรวจตราทางอากาศ ทางบก และทางทะเล
ดาเนียล เลอ บูทิลิเยร์ โฆษกกระทรวงกลาโหมแคนาดากล่าวในถ้อยแถลงว่า กองทัพ ‘ตระหนักดีถึงความพยายามล่าสุดของจีนในการดำเนินการสอดแนมน่านฟ้าและทางทะเลของแคนาดา’
บูทิลิเยร์ กล่าวเสริมด้วยว่า จีนทำสิ่งนี้โดยใช้ เทคโนโลยี 2 จุดประสงค์ ซึ่งหมายถึงอุปกรณ์ที่ทำการเฝ้าระวังทั้งเพื่อการวิจัยและการทหาร ขณะที่กองทัพได้หยุดความพยายามของจีนในการเข้าถึงดินแดนของแคนาดาตั้งแต่ปี 2022 แต่ไม่ได้อธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับลักษณะของความพยายามดังกล่าว
จีนให้ความสนใจในอาร์กติกมานานแล้ว ถึงขั้นได้ส่งบุคคลระดับสูงไปยังภูมิภาคนี้แล้ว 33 ครั้งในช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมา และมีส่วนร่วมในสถาบันหลักส่วนใหญ่ของอาร์กติก นอกจากนี้ยังได้ขยายกองเรือตัดน้ำแข็งและส่งเรือเดินสมุทรไปทางเหนือเพื่อการสำรวจวิจัย
จีนหวังที่จะปลดล็อกเส้นทางการค้าที่สั้นลงไปยังยุโรปผ่านภูมิภาคนี้ เมื่อแผ่นน้ำแข็งละลายเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ และเข้าถึงทรัพยากรที่เกิดขึ้นใหม่ แต่ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า ความสนใจด้านการวิจัยของจีนในภูมิภาคนี้เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า เนื่องจากความพยายามที่จะสำรวจทรัพย์สินทางทหารในแถบอาร์กติก
ความพยายามของจีนเชื่อมโยงกับแรงผลักดันที่ใหญ่ขึ้นโดยชาติอาร์กติกหลายแห่ง ได้แก่ สหรัฐฯ แคนาดา ฟินแลนด์ รัสเซีย นอร์เวย์ และสวีเดน เพื่อปลดล็อกศักยภาพที่ยังไม่ได้ใช้ในภูมิภาคนี้
โรเบิร์ตโต มาซโซลิน พนักงานอาวุโสของ Center for International Governance Innovation และอดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงในแคนาดากล่าวว่า นี่เป็นส่วนหนึ่งของโลกที่ไม่ได้ถูกสร้างแผนที่และเข้าใจรายละเอียดในระดับเดียวกับละติจูดอื่นๆ
มาซโซลินกล่าวว่า ในอดีตแคนาดาเคยมองว่าอาร์กติกเป็นพื้นที่ปลอดภัยและมีโอกาสถูกคุกคามน้อย แต่ความสนใจในภูมิภาคนี้ของรัสเซียและจีนเมื่อไม่นานมานี้ ได้เปลี่ยนแปลงความคิดนั้นไปแล้ว
“แคนาดาถูก ‘บังคับ’ ให้วางมาตรการรักษาความปลอดภัย การป้องกันทางทหาร หรือกิจกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างไรเพื่อรักษาผลประโยชน์ของแคนาดาและสหรัฐฯ” มาซโซลินกล่าว
เมื่อวันพุธ เมลานี โจลี รัฐมนตรีต่างประเทศแคนาดาบอกกับ CNN ว่า เธอมองจีนเป็นขุมพลังที่เริ่มก่อกวนมากขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่แคนาดากำลังทำงานอย่างใกล้ชิดกับสหรัฐฯ เพื่อปกป้องน่านฟ้าอเมริกาเหนือ รวมถึงอธิปไตยในแถบอาร์กติกของแคนาดา
การค้นพบทุ่นของจีนโดยกองทัพแคนาดาเกิดขึ้นหลังจากข่าวกรองของแคนาดาเปิดเผยว่า จีนพยายามแทรกแซงการเลือกตั้งกลางครั้งล่าสุดของแคนาดาในปี 2021
ในเอกสารที่รายงานครั้งแรกโดย Globe and Mail หน่วยข่าวกรองด้านความมั่นคงของแคนาดาระบุถึงความพยายามของจีนที่จะเลือกพรรคเสรีนิยมของจัสติน ทรูโดกลับมาเป็นรัฐบาลเสียงส่วนน้อย และเพื่อให้แน่ใจว่าเหล่านักการเมืองอนุรักษนิยมที่ถูกมองว่าไม่เป็นมิตรกับจีนจะพ่ายแพ้
ตามการรายงานของ Globe ระบุว่า มีการแทรกแซงโดยการบริจาคเงินสดให้กับผู้สมัครที่ต้องการ การแพร่กระจายของข้อมูลเท็จและการใช้สถานกงสุลและนักศึกษา (ที่ได้รับค่าจ้าง) เพื่อส่งเสริมผู้สมัครที่มีแนวคิดเสรีนิยม
สมาชิกรัฐสภาแคนาดากำลังอยู่ระหว่างการสอบสวนข้อกล่าวหาที่ว่าจีนแทรกแซงการเลือกตั้งกลางของแคนาดาในปี 2019 จนกระทั่งเมื่อวันอังคาร (21 ก.พ.) ที่ผ่านมา ได้มีการขยายขอบเขตให้ครอบคลุมการเลือกตั้งปี 2021 ด้วย
เมื่อวันพุธ นายกรัฐมนตรี ทรูโด เรียกการแทรกแซงการเลือกตั้งของจีนที่ต้องสงสัยว่าเป็น ‘ปัญหาที่ร้ายแรงเป็นพิเศษ’ และกล่าวว่า เขาสนับสนุนการสอบสวนเพิ่มเติมในรายงานเหล่านี้ ความพยายามในการเข้าไปแทรกแซงดูเหมือนจะไม่ประสบความสำเร็จ แต่ก็ยังสร้างความกังวลว่าต่างประเทศกำลังพยายามแทรกแซงกระบวนการประชาธิปไตยของแคนาดา
“ตัวแสดง (ในบริบทของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ) กำลังพยายามบ่อนทำลายความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อประชาธิปไตย” ทรูโดกล่าว
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จีนในแคนาดาปฏิเสธรายงานเหล่านี้ โดยกล่าวว่า พวกเขาไม่ได้แทรกแซงการเลือกตั้งหรือกิจกรรมภายในประเทศของแคนาดา
ทั้งสหรัฐฯ และแคนาดากล่าวว่า บอลลูนกำลังสอดแนมสินทรัพย์ทางทหารที่ละเอียดอ่อน อย่างไรก็ตาม จีนปฏิเสธว่า บอลลูนไม่ได้ถูกใช้เพื่อตรวจการณ์ โดยบอกว่าเป็นบอลลูนตรวจอากาศของพลเรือนที่ปลิวออกนอกเส้นทาง




