เพื่อนบ้านทะเลาะกันคือปัญหาคลาสสิก แต่เคสนี้ที่ฝรั่งเศสทะเลาะกันบานปลายจนถึงขั้นขึ้นโรงขึ้นศาล เมื่อศาลตัดสินว่าเจ้าแมวส้มนามว่า “เรมี” มีความผิดฐานรุกล้ำเข้าไปในสวนของเพื่อนบ้านแล้วก่อความเสียหาย จนทาสของมันต้องควักกระเป๋าจ่ายค่าปรับถึง 1,250 ยูโร หรือ 46,749 บาท
เรมีเป็นแมวของ ดอมินิค วัลเดส คุณครูวัย 64 ปี
เพื่อนบ้านของวัลเดสกล่าวหาว่า เรมีแอบข้ามรั้วเข้าไปในเขตบ้านของเขา แล้วทิ้งรอยเท้าไว้บนปูนปลาสเตอร์ที่ยังไม่แห้ง แถมยังฉี่ใส่ผ้าห่ม และอีทิ้งไว้ในสวน จึงนำเรื่องไปฟ้องศาล
เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมาศาลตัดสินว่า วัลเดสต้องจ่ายค่าเสียหาย 450 ยูโร บวกกับค่าดำเนินการทางกฎหมายอีก 800 ยูโร และศาลยังสั่งว่าหากเจ้าเรมีข้ามรั้วมาอีกจะปรับอีกครั้งละ 30 ยูโร หรือ 1,122 บาท
เรื่องนี้กลายเป็นข่าวขึ้นมาหลังเพื่อนบ้านคนเดิมอ้างว่าเจ้าส้มเรมีทำผิดซ้ำอีก ทำให้วัลเดสต้องไปขึ้นศาลอีกครั้งในเดือนธันวาคมนี้ และครั้งนี้ต้องจ่ายค่าปรับทั้งหมด 2,000 ยูโร หรือ 74,744 บาท และอาจต้องจ่ายค่าปรับเพิ่มอีก 150 ยูโร (5,606 บาท) ทุกครั้งที่เรมีข้ามรั้วเข้าไปในเขตของเพื่อนบ้าน
วัลเดสเล่าว่า “ตอนที่ฉันได้ยินเรื่องการตัดสินโทษมันเหมือนถูกก้อนอิฐทุบหัว” และแย้งว่าไม่ยุติธรรมที่โทษว่าเป็นความผิดของเจ้าเรมีทั้งหมด โดยอ้างว่าแถวนั้นมีแมวส้มอีกตัวหนึ่ง และโจทก์ไม่มีหลักฐานจริงๆ ว่าเรมีสร้างความเสียหาย และรูปถ่ายหลายรูปที่เพื่อนบ้านนำมาเป็นหลักฐานก็แสดงให้เห็นว่ามีแมวตัวอื่นๆ มากมายที่เคยเดินผ่านสวนของเขา
แม้จะมีข้อสงสัยดังกล่าว ศาลก็ถือว่าเจ้าเรมีและเจ้าของต้องรับผิดชอบต่อ “การสูญเสียความสุข” ที่เพื่อนบ้านต้องประสบ
ทาสของเรมีเผยว่า คดีความนี้สร้างความเดือดร้อนทั้งทางร่างกายและจิตใจให้กับทั้งแมวและเจ้าของ เธอบอกกับ BFMTV ว่า “ตั้งแต่มีคำตัดสิน ฉันก็เก็บเรมีไว้ที่บ้านตลอด มันซับซ้อนมาก มันเริ่มก้าวร้าวและทำร้ายสุนัขของฉัน เพื่อให้เรมีเงียบ ฉันมักจะให้มันกินอาหารมากขึ้น เพราะฉันไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรเมื่อมันร้องโหยหวน ดังนั้นมันจึงกินมากขึ้นและน้ำหนักก็เพิ่มขึ้น”
วัลเดสบอกอีกว่า “ฉันไม่กล้าแม้แต่จะพามันมาไว้ในสวนด้วยซ้ำ กลัวว่ามันจะกระโดดข้ามรั้ว เหมือนกับว่ามันถูกตัดสินให้กักบริเวณในบ้าน เหมือนกับการถูกจำคุกและถูกลงโทษซ้ำซ้อน”
อย่างไรก็ดี มีเพื่อนบ้านบางคนที่เข้าข้างวัลเดส โดยบอกว่าเรมีไม่ได้สร้างความรำคาญ ทั้งยังช่วยจับหนูให้ด้วย
Société Protectrice des Animaux (SPA) ซึ่งเป็นองค์กรคุ้มครองสัตว์ของฝรั่งเศส กล่าวว่า คดีนี้น่ากังวลเพราะอาจสร้างบรรทัดฐานทางกฎหมายได้
Photo by Shutterstock





