ยอดขายรถยนต์ของจีนยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องในปี 2024 โดยเฉพาะยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และรถปลั๊กอินไฮบริดในตลาดรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ท่ามกลางการแข่งขันของสงครามราคา
การเติบโตอย่างโดดเด่นในจีนท่ามกลางตลาด EV ทั่วโลกส่วนใหญ่ที่กำลังซบเซานั้นถือเป็นโชคดีของบีวายดี (BYD), จีลี่ (Geely) และเสียวหมี่ (Xiaomi) และยังเร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมในตลาดที่มีการแข่งขันสูง นอกจากนี้ยังส่งผลดีต่อเทสลา (Tesla) ซึ่งมียอดขายในจีนแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปี 2024 สวนทางกับยอดขายโดยรวมทั่วโลกที่ลดลง
อย่างไรก็ตาม ผู้ผลิตรถยนต์ต่างชาติรายอื่นๆ เช่น เจเนรัลมอเตอร์ (General Motors), โตโยต้า (Toyota) และ ฟ็อลคส์วาเกิน (Volkswagen) ยังคงสูญเสียส่วนแบ่งการตลาดให้กับคู่แข่งในประเทศ และหลายรายต้องดิ้นรนเพื่อรักษาการใช้กำลังการผลิตอย่างมีประสิทธิผลในโรงงานของตัวเองที่ประเทศจีน
ตามข้อมูลของสมาคมรถยนต์นั่งส่วนบุคคลแห่งประเทศจีน (CPCA) ระบุว่า ยอดขายรถยนต์นั่งส่วนบุคคลเพิ่มขึ้น 5.3% ที่ 23.1 ล้านคันในปี 2024 นับเป็นปีที่ 4 ติดต่อกันที่ยอดขายเติบโต สอดคล้องกับอัตราการเติบโตในปี 2023
ยอดขายรถ EV และรถปลั๊กอินไฮบริด ซึ่งเรียกรวมกันว่า ‘รถยนต์พลังงานใหม่’ (NEV) พุ่งขึ้น 40.7% คิดเป็น 47.2% ของยอดขายรถยนต์ทั้งหมดเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งใกล้จะแตะระดับ 50% โดยได้รับแรงหนุนจากโครงการที่คล้ายคลึงกันกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจแบบ ‘cash-for-clunkers’ ของสหรัฐฯ เมื่อปี 2009
ยอดขายรถยนต์มากกว่า 6.6 ล้านคันในปีที่แล้วได้รับประโยชน์จากเงินอุดหนุนของรัฐบาลสูงถึง 2,800 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 9.7 หมื่นบาท) สำหรับการซื้อรถ NEV เมื่อเทียบกับเงินอุดหนุน 2,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 6.9 หมื่นบาท) สำหรับการซื้อรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน ทั้งนี้พบว่า การซื้อที่ได้รับการอุดหนุนมากกว่า 60% เป็นการซื้อรถ NEV
เมื่อวันพุธ (8 ม.ค.) ทางการได้ประกาศขยายระยะเวลาการอุดหนุน ‘การแลกรถยนต์’ ออกไปจนถึงปี 2025 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการรถเก่าแลกรถใหม่เพื่อฟื้นฟูการเติบโตทางเศรษฐกิจ
ตามข้อมูลของ CPCA ระบุว่า แม้ว่ายอดขายจะเติบโตขึ้น แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมรถยนต์ของจีนกลับมีกำไรที่ลดลง โดยมีอัตรากำไรจากการขายลดลงเหลือ 4.4% ในช่วง 11 เดือนแรกของปี 2024 จาก 6.2% ในปี 2020
ซัพพลายเออร์และตัวแทนจำหน่ายยังได้รับผลกระทบจากสงครามราคาที่ยืดเยื้อ ซึ่งทำให้พวกเขาต้องลดราคาส่วนประกอบรถ หรือเสนอส่วนลดที่มากขึ้น
(Photo by Hector RETAMAL / AFP)




