มาตรการตรวจเข้มนักเดินทางจีน ปมร้อนสู่ข้อกล่าวหา ‘เลือกปฏิบัติ’

6 ม.ค. 2566 - 17:23

  • โมร็อกโกระงับการเข้าเมืองของผู้ที่เดินทางมาจากจีนให้มีผลบังคับใช้อย่างไม่มีกำหนด ตั้งแต่ 3 ม.ค.

  • จีนโต้การพุ่งเป้าเจาะจงมาที่นักเดินทางชาวจีน ไม่ได้ตั้งอยู่บนพื้นฐานของหลักการทางวิทยาศาสตร์ และแนวปฏิบัติทางสาธารณสุข

  • รัฐบาลจีนอาจมีมาตรการตอบโต้ประเทศที่คุมเข้มด้านการตรวจนักเดินทางจากจีนในระดับเดียวกัน

  • ไทยติดกลุ่ม 10 ประเทศที่คนจีนอยากไปเยือนมากที่สุดหลังรัฐบาลเปิดไฟเขียวด้านการเดินทาง

  • ก่อนโควิด-19 ระบาด การใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวจีนทั่วโลกมีมูลค่าปีละกว่า 2.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ

china_criticises_other_countries_for_excessive_covid_travel_rules_SPACEBAR_Thumbnail_ce085f3508.jpeg
เหมา หนิง โฆษกหญิงกระทรวงการต่างประเทศของจีน แถลงว่า บางประเทศกำลังใช้มาตรการจำกัดการเดินทางขาเข้าจากต่างประเทศ โดยพุ่งเป้าอย่างจำเพาะเจาะจงมาที่นักเดินทางชาวจีน ทั้งยังเป็นการดำเนินการที่ไม่ได้ตั้งอยู่บนพื้นฐานของหลักการทางวิทยาศาสตร์ และแนวทางปฏิบัติทางสาธารณสุข ถือเป็นเรื่องที่ยากจะยอมรับได้และรัฐบาลจีนอาจมีมาตรการตอบโต้ในระดับเดียวกัน 
 
คำกล่าวของโฆษกหญิงกระทรวงต่างประเทศของจีนมีขึ้นหลังจากสหรัฐฯ แคนาดา ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน ออสเตรเลีย และอีกหลายประเทศในยุโรป ประกาศให้ผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศจากจีน ไม่ว่าจะเป็นบุคคลสัญชาติใดก็ตาม ต้องแสดงผลการตรวจโควิด-19 แบบอาร์ที-พีซีอาร์ ที่เป็นลบภายในระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งส่วนใหญ่คือไม่เกิน 48 ชั่วโมง 
 
แต่โมร็อกโกเป็นประเทศแรกของโลกซึ่งระงับการเข้าเมืองของผู้ที่เดินทางมาจากจีน ไม่ว่าจะถือสัญชาติใดก็ตาม โดยให้มีผลบังคับใช้อย่างไม่มีกำหนดตั้งแต่วันที่ 3 ม.ค. นี้ เพื่อป้องกันความเสี่ยงของการแพร่ระบาดโรคโควิด-19
Info_1_7b42fa24f7.jpeg
อย่างไรก็ตาม ในช่วงฉลองส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ชาวจีนหลายพันคนออกมาตามท้องถนนเพื่อร่วมฉลอง ขณะที่ภาครัฐก็พยายามสร้างความเชื่อมั่นกับประชาชนว่าสามารถควบคุมสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 และว่าการระบาดเข้าใกล้จุดสูงสุดแล้ว 
 
ชาวจีนจำนวนมากตามเมืองใหญ่ของจีนยังคงอยู่กับบ้านหวั่นเชื้อไวรัสระบาดกันต่อไป ขณะที่มีบางส่วนออกมาฉลองการก้าวสู่ปีใหม่ เช่นในเมืองอู่ฮั่น ที่พบผู้ติดเชื้อโควิดรายแรกของโลก เริ่มผ่อนคลายความกังวลเกี่ยวกับโควิดไปแล้ว แต่ยังมีรายงานผู้คนต่อคิวตามห้องฉุกเฉินในโรงพยาบาล ซึ่งเป็นที่รองรับผู้ติดเชื้อโควิด-19 ของโรงพยาบาลในอู่ฮั่น 
 
การเปลี่ยนมาตรการควบคุมโควิดจากเข้มงวดสุดเป็นผ่อนคลายสุด และความแม่นยำในการเก็บตัวเลขผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตจากโควิดของทางการจีน ถูกจับตาและถูกตั้งข้อสังเกตทั้งในและต่างประเทศ ส่วนยอดผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นก็สร้างความกังวลถึงสุขภาพด้านเศรษฐกิจของจีน 
 
ข้อมูลวันที่ 31 ธ.ค. 2022 ระบุว่า จีนพบผู้เสียชีวิตจากโควิด 1 คน และในวันศุกร์ (30 ธ.ค.) ก็พบเสียชีวิตจากโควิดเพียงแค่ 1 คน ขณะที่ยอดเสียชีวิตรวมอยู่ที่ 5,249 คน และติดเชื้อใหม่เมื่อวันเสาร์ (31 ธ.ค.) อยู่ที่ 5,138 คน ถือว่าต่ำกว่าประเทศใหญ่ๆ ทั่วโลก และทางการจีนปฏิเสธเรื่องการรายงานตัวเลขติดเชื้อและเสียชีวิตที่ต่ำกว่าความเป็นจริงมาโดยตลอด 
 
ด้านการเมืองกวางโจว ระบุในวันอาทิตย์ (1 ม.ค.) ว่า ยอดผู้ติดเชื้อในพื้นที่อาจพุ่งขึ้นเป็น 60,000 คนต่อวัน จากที่ตอนนี้มีผู้ติดเชื้อใหม่ราว 19,000 คนต่อวัน 
 
สำนักข่าวซินหัว กระบอกเสียงของทางการจีน รายงานในวันอาทิตย์ว่า ยุทธศาสตร์โควิดของทางการจีนในปัจจุบันมีการวางแผน และเป็นวิธีที่อยู่บนพื้นฐานของหลักวิทยาศาสตร์ สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติของไวรัส 
 
นอกจากนี้ ซินหัว ยังรายงานว่า จีนเร่งกำลังการผลิตยาเพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเดือนที่แล้ว ทั้งยาแก้ปวดแบบไอบรูโพรเฟน และพาราเซตามอล โดยมีการผลิตราว 190 ล้านเม็ดต่อวัน เพิ่มขึ้น 5 เท่าตัวจากต้นเดือนธ.ค. และยังเพิ่มกำลังการผลิตชุดตรวจโควิดแบบแอนติเจนมากขึ้นเกือบเท่าตัวที่ 110 ล้านชุดต่อวัน 
 
ด้านโกลบอลไทม์ส หนังสือพิมพ์ของทางการจีน วิพากษ์วิจารณ์การที่หลายประเทศออกมากำหนดให้ต้องมีการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ก่อนเข้าประเทศของนักท่องเที่ยวจีน หลังมีรายงานผู้ติดเชื้อในประเทศจีนพุ่งสูงขึ้น ท่ามกลางความเป็นไปได้ที่จีนจะเปิดให้ชาวจีนกลับมาเดินทางท่องเที่ยวนอกประเทศอีกครั้งในต้นปีหน้า 
 
โกลบอลไทม์ส ระบุว่า ความตั้งใจที่แท้จริงคือการบ่อนทำลายความพยายามในการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ตลอด 3 ปีของจีน และโจมตีระบบของประเทศจีนด้วย พร้อมระบุว่าข้อจำกัดดังกล่าวเป็นเรื่องที่ไม่ได้ตั้งอยู่บนหลักเหตุและผล ทั้งยังเป็นการเลือกปฏิบัติ 
 
ส่วนกระทรวงการต่างประเทศของจีน แถลงชี้แจงสาเหตุที่จีนยังไม่รับข้อเสนอจากสหภาพยุโรป (อียู) ที่จะมอบวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้กับจีนโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพื่อช่วยควบคุมการแพร่ระบาดว่า “นับตั้งแต่ที่เข้าสู่ช่วงใหม่ของการใช้มาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 จีนได้เพิ่มอัตราการฉีดวัคซีนอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษา และเพิ่มกำลังการผลิตยาเพื่อให้มีปริมาณเพียงพอ โดยเราได้เปิดไลน์การผลิตวัคซีนโควิด-19 ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก โดยสามารถผลิตวัคซีนได้มากกว่า 7 ล้านโดสต่อปี” 

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน ระบุว่า สถานการณ์การป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของจีนมีความแม่นยำและควบคุมได้ ซึ่งจีนพร้อมให้ความร่วมมือกับประชาคมโลกในการรับมือกับการแพร่ระบาดเพื่อปกป้องชีวิตและสุขภาพของประชาชน 
Info_10_1_f9c86eb359.jpeg
ทั้งนี้ ก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 การใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวจีนทั่วโลกมีมูลค่าปีละกว่า 2.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ 
 
หลังจากจีนประกาศผ่อนคลายมาตรการด้านโควิด หน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองของจีน ก็เปิดให้ชาวจีนที่ต้องการเดินทางไปต่างประเทศ สามารถทำหนังสือเดินทางได้อีกครั้งตั้งแต่วันที่ 8 ม.ค. 2023 เป็นต้นไป 
 
ข้อมูลจากเว็บไซต์ข้อมูลท่องเที่ยว Trip.com พบว่า เพียงไม่ถึงครึ่งชั่วโมงหลังจีนประกาศยกเลิกกฎบังคับกักตัวเมื่อเดินทางเข้าประเทศ ยอดการค้นหาทริปเดินทางต่างประเทศเพิ่มขึ้นถึง 10 เท่าตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน คือปี 2021 
 
บางเว็บไซต์ยอดค้นหาทริปเดินทางต่างประเทศเพิ่มขึ้น 7 เท่าภายใน 15 นาที และประเทศจุดหมายปลายทางที่เป็นคำค้นยอดนิยม คือ ญี่ปุ่น ไทย และเกาหลีใต้ โดย10 ประเทศแรกที่คนจีนอยากไปเยือนมากที่สุด เรียงลำดับ ดังนี้คือ ญี่ปุ่น ไทย เกาหลีใต้ สหรัฐฯ สิงคโปร์ มาเลเซีย ออสเตรเลีย อังกฤษ มาเก๊า และฮ่องกง 
 
Trip.com Group ระบุว่า การเตรียมกลับมาเปิดประเทศของจีนในครั้งนี้ ก็เพื่อรองรับแผนกระตุ้นการท่องเที่ยวในช่วงตรุษจีน ซึ่งตรงกับช่วงปลายเดือนม.ค.นี้ 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์