ถึงเวลาจีนเผชิญหน้าความจริงกับมาตรการซีโร่โควิด ท่ามกลางการประท้วงทั่วประเทศ

29 พ.ย. 2565 - 15:40

  • นโยบายซีโร่โควิดสุดเข้มงวดที่จีนใช้มากว่า 3 ปีกำลังทำให้ประชาชนทนไม่ไหวจนพากันลุกฮือประท้วงทั่วประเทศ

china_faces_moment_truth_its_zero_covid_19_policy_amid_public_defiance_SPACEBAR_Thumbnail_668250ee1d.jpeg
บทวิเคราะห์ของ South China Morning Post ระบุว่า การขับเคลื่อนนโยบายซีโร่โควิดขอจีนไม่ได้ราบรื่นอย่างที่รัฐบาลคาดหวัง จีนต้องพบว่าตัวเองติดอยู่ในการต่อสู้ที่เป็นไปไม่ได้หลังจากพยายามควบคุมเชื้อสายพันธุ์โอมิครอนมาเกือบปี โดยใช้แนวทางแบบเก่าของการล็อกดาวน์เป็นวงกว้างและการบังคับตรวจหาเชื้อเพื่อต่อสู้กับศัตรูที่ไร้ตัวตนซึ่งไม่สามารถกำจัดให้สิ้นซากได้ 

แนวทางดังกล่าวซึ่งครั้งหนึ่งเคยทำให้ปักกิ่งเชื่อมั่นว่าระบบการปกครองของตนมีอำนาจสูงสุด กำลังดูยุ่งยากมากขึ้น มีค่าใช้จ่ายสูง และไม่ยั่งยืน 

นโยบายปลอดโควิดที่ดำเนินการอย่างดีควรจะควบคุมไวรัสและทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจดำเนินต่อไปได้ และทำให้แน่ใจว่าการพัฒนาเป็นไปตามแผน แต่ความจริงที่ยากก็คือ ไวรัสควบคุมไม่ได้แล้ว เศรษฐกิจพังพินาศ และพลเมืองที่โกรธเกรี้ยวก็แสดงท่าทีต่อต้านต่อในที่สาธารณะ 

ในเดือนนี้รัฐบาลจีนผ่อนคลายการควบคุมโควิดบางอย่างและนำมาตรการที่เรียกว่า ‘20 measures’ ซึ่งเป็นการให้ความหวังว่าในที่สุดประเทศจะเปลี่ยนไปสู่การอยู่ร่วมกับไวรัส แต่หากนับว่านี่คือการเปลี่ยนแปลง ก็เป็นการเปลี่ยนแปลงอันน้อยนิด เนื่องจากหลักการหลักโดยรวมของจีนยังไม่เปลี่ยน ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจที่ความเคลื่อนไหวดังกล่าวจะสร้างความสับสนและคำถามใหญ่ยังคงอยู่ นั่นคื ปักกิ่งต้องการอะไรกันแน่? 

สำหรับรัฐบาลท้องถิ่น มันคือคำถามเร่งด่วนที่ยังรอคอยคำตอบที่ชัดเจน หากเป้าหมายสูงสุดของปักกิ่งคือการกำจัดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสในชุมชนให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเดินหน้าตรวจหาเชื้อแบบครอบคลุม สั่งล็อกดาวน์เร่งด่วน แล้วลากผผู้ป่วยเข้าโรงพยาบาลที่สร้างขึ้นมาชั่วคราวที่บางคนมองว่าเป็น ‘คุกโคโรนาไวรัส’ ที่มักจะเต็มไปด้วยเตียงจำนวนมากแออัดอยู่ด้วยกันภายใต้หลังคาใหญ่ 

หลายเมืองของจีน รวมทั้งเซี่ยงไฮ้ ยังออกมาตรการจำกัดครั้งใหม่ อาทิ ไม่ให้นักท่องเที่ยวในประเทศจากที่อื่นเข้าร้านอาหารหรือผับ ซึ่งคล้ายๆ กับการห้ามนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นเวลา 3 วันในฮ่องกง นั่นหมายความว่านักท่องเที่ยวในเซี่ยงไฮ้ ดิสนีย์ รีสอร์ตสามารถสนุกกับการนั่งเครื่องเล่นและดูขบวนพาเหรดตัวการ์ตูน แต่ไม่สามารถนั่งทานอาหารในร้าน 

ภายใต้มาตรการ ‘20 measures’ ใหม่นี้ เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นได้รับการบอกกล่าวอย่างชัดเจนว่าให้หลีกเลี่ยงการบังคับใช้ข้อจำกัดเพิ่มเติม พูดอีกอย่างคือ พวกเขาได้รับคำสั่งให้เลี้ยวซ้ายแม้ว่าปลายทางจพต้องมุ่งไปทางขวาก็ตาม เจ้าหน้าที่ระดับล่างบางคนใช้วิธีอย่างไม่เป็นทางการด้วยการออกคำสั่งปากเปล่าในการล็อกดาวน์เพื่อจะได้ไม่มีหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษรให้ประชาชนมายื่นเรื่องร้งเรียนต่อเจ้าหน้าที่ระดับสูง 

อย่างไรก็ดี วิธีการดังกล่าวกลับส่งผลตรงกันข้าม เนื่องจากชาวบ้านที่ถูกล็อกดาวน์เรียกร้องให้มีการพิสูจน์อำนาจสั่งการ ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาหลายชุมชนในปักกิ่งพยายามต่อรองกับคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์ระดับรากหญ้าซึ่งเป็นหน่วยงานที่จัดตั้งขึ้นโดยไม่ต้องาศัยอำนาจรัฐบาล เพื่อให้ยกเลิกมาตรการล็อกดาวน์ ระบบซีโร่โควิดของจีนกำลังพังทลายที่ละเล็กทีละน้อยด้วยน้ำหนักของตัวมันเอง 

กว่า 1 ปีแล้วที่องค์การอนามัยโลกประกาศการมาถึงของโอมิครอน โดยระบุว่าเป็นสายพันธุ์ใหม่และแตกต่างที่จะมาเปลี่ยนกราฟของการระบาด นับแต่นั้นมาหลายประเทศถูกบีบบังคับหรือจำเป็นต้องยกเลิกมาตรการซีโร่โควิด 

แต่จีนซึ่งประสบความสำเร็จในการควบคุมอัตราการเสียชีวิตไปพร้อมๆ กับสร้างความเติบโตทางเศรษฐกิจในปี 2021 กลัลละเลยคำตือนและทุ่มความพยายามของตัวเองลงไปอีก โดยเข้าใจผิดว่าโอมิครอนจะเหมือนกับสายพันธุ์อื่นๆ  

ก่อนหน้านี้จีนตั้งเป้าว่าปี 2022 จีดีพีจะโต 5.5% ซึ่งเป็นสัญญาณชัดเจนถึงความมั่นใจเกินไป และยังผลักดันให้ฮ่องกงใช้การตรวจหาเชื้อแบบครอบคลุมเช่นเดียวกับจีนแผ่นดินใหญ่อยู่ระยะหนึ่ง เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมารัฐบาลขจัดข้อถกเถียงเกี่ยวกับการปิดเมืองเป็นเวลา 2 เดือนอันเจ็บปวดของเซี่ยงไฮ้โดยทันที โดยประกาศสงครามกับคำพูดหรือการกระทำใดๆ ที่ ‘สงสัย บิดเบือน และลบล้าง’ นโยบายซีโร่โควิด 

มีหลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้นในปีที่ผ่านมา การมุ่งมั่นกับนโยบายซีโร่โควิดของจีนกำลังสูญเสียการสนับสนุนและไม่สอดคล้องกับประชากรส่วนใหญ่ซึ่งต้องถูกล็อกดาวน์และการตรวจหาเชื้อมาเกินพอแล้วอีกต่อไป ถึงเวลาแล้วที่ปักกิ่งจะต้องเผชิญหน้ากับความเป็นจริงและตัดสินใจเลือกสิ่งที่ถูกต้องแล้ว 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์