จีนหวั่นบานปลาย! เรียกร้องไทย-กัมพูชา ‘ยับยั้งชั่งใจ’ แก้ปัญหาชายแดนโดยเร็ว

15 พ.ย. 2568 - 09:37

  • หลิน เจี้ยน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนแถลงข่าวเรียกร้องให้ทั้งไทย และกัมพูชากลับมาให้ความสำคัญกับการเจรจาอีกครั้ง

  • “ในฐานะมิตรและเพื่อนบ้านใกล้ชิดของทั้งสองประเทศ จีนหวังเป็นอย่างยิ่งว่าไทยและกัมพูชาจะใช้ความยับยั้งชั่งใจ...ให้ความสำคัญกับบทบาทของกลไกทวิภาคีที่มีอยู่อย่างเต็มที่ และหาทางออกที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับได้โดยเร็วที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์บานปลาย...” หลิน เจี้ยน กล่าว

จีนหวั่นบานปลาย! เรียกร้องไทย-กัมพูชา ‘ยับยั้งชั่งใจ’ แก้ปัญหาชายแดนโดยเร็ว

จีนเรียกร้องให้ไทย และกัมพูชาป้องกัน ‘ไม่ให้สถานการณ์ชายแดนตึงเครียดเพิ่มมากขึ้น’ หลังจากที่ทีมสังเกตการณ์ของอาเซียนลงตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุการณ์ปะทะรุนแรง ซึ่งส่งผลให้มีพลเรือนกัมพูชาเสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บอีก 3 รายเมื่อวันพุธ (12 พ.ย.) 

หลิน เจี้ยน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนแถลงข่าวเมื่อวันพฤหัสบดี (13 พ.ย.) ว่า “จีนได้สังเกตเห็น ‘ปัญหา’ ในการปฏิบัติตามแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชาว่าด้วยการบริหารจัดการชายแดนเมื่อไม่นานมานี้” พร้อมเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายกลับมาให้ความสำคัญกับการเจรจาอีกครั้ง 

“ในฐานะมิตรและเพื่อนบ้านใกล้ชิดของทั้งสองประเทศ จีนหวังเป็นอย่างยิ่งว่าไทยและกัมพูชาจะใช้ความยับยั้งชั่งใจ หันหน้าเข้าหากัน ยึดมั่นในการปรึกษาอย่างเป็นมิตร ให้ความสำคัญกับบทบาทของกลไกทวิภาคีที่มีอยู่อย่างเต็มที่ และหาทางออกที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับได้โดยเร็วที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์บานปลาย...จีนจะยังคงมี ‘บทบาทที่สร้างสรรค์’ ในการช่วยคลี่คลายข้อพิพาท”

หลิน เจี้ยน กล่าว 

คำกล่าวของ หลิน เจี้ยน มีขึ้นในขณะที่ผู้สังเกตการณ์อาเซียนเดินทางไปยังหมู่บ้านเปรยจันในจังหวัดบันเตียเมียนเจย หลังจากมีการยิงปืนบริเวณชายแดนเมื่อวันพุธ (12 พ.ย.) ซึ่งกัมพูชากล่าวหากองทัพไทยว่าโจมตีพลเรือนชาวกัมพูชาด้วยอาวุธ ทำให้พลเรือนชาวกัมพูชาเสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บอีก 3 ราย โดย 2 รายอาการสาหัส  

กระทรวงกลาโหมกัมพูชา ซึ่งเป็นผู้อำนวยความสะดวกในภารกิจนี้ ระบุว่า ทีมสังเกตการณ์ได้ลงตรวจสอบสภาพพื้นที่ รวมถึงสถานการณ์ของผู้อยู่อาศัยที่พลัดถิ่น และได้แสดงความอาลัยต่อพลเรือนที่เสียชีวิตด้วย 

อย่างไรก็ดี รายละเอียดของเหตุปะทะระหว่างกองกำลังไทยและกัมพูชานั้นแตกต่างกัน สื่อไทยรายงานว่า การยิงปะทะกันใช้เวลาประมาณ 10 นาที เริ่มตั้งแต่เวลาประมาณ 16.00 น. ขณะที่รายงานของกัมพูชาระบุว่า การยิงกันกินเวลานานเกือบครึ่งชั่วโมง และไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตจากไทย 

ทั้งสองประเทศต่างกล่าวหากันเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ กระทรวงกลาโหมกัมพูชาระบุว่า การยิงดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากทหารไทยได้ดำเนินการ ‘กระทำยั่วยุ’ หลายวัน ซึ่งดูเหมือนตั้งใจที่จะก่อให้เกิดการปะทะ แต่ไทย ‘ปฏิเสธ’ ข้อกล่าวอ้างดังกล่าว โดยยืนยันว่า “กองกำลังของไทยทำไปเพื่อป้องกันตัวเอง” 

นายนิกรเดช พลางกูร โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของไทย กล่าวว่า “ทหารไทยได้หลบเข้าที่กำบัง และยิงปืนเตือนเฉพาะในทิศทางที่มาจากการยิงของฝ่ายกัมพูชาเท่านั้น ซึ่งไทยปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศ” พร้อมทั้งเรียกร้องให้มีการสอบสวนเหตุการณ์นี้อย่างโปร่งใส 

ต่อมากระทรวงการต่างประเทศของไทยได้ยืนยันอีกครั้งถึงพันธกรณีของไทยต่อปฏิญญาร่วมที่ลงนามเมื่อเดือนที่แล้ว โดยระบุว่า ‘เป็นก้าวสำคัญในการลดความตึงเครียด’ 

“กัมพูชาแสวงหาทางออกที่ ‘ยุติธรรม เป็นธรรม และยั่งยืน’ ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศและข้อตกลงที่มีอยู่” มาลี โสเจียตา โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา กล่าว พร้อมเรียกร้องให้นานาชาติเข้ามาสอบสวนโดยอิสระ 

(Photo by : X @SpoxCHN_LinJian) 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์