จีนเสนอจะให้ความมั่นคงด้านพลังงานแก่ไต้หวันเมื่อวันพุธ (18 มี.ค.) ที่ผ่านมา หากไต้หวันยอมรับการปกครองของจีน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของจีนในการโน้มน้าวให้ไต้หวันเห็นถึงประโยชน์ของ ‘การรวมชาติ’ ซึ่งไต้หวันปฏิเสธมาโดยตลอด
รัฐบาลทั่วโลกกำลังเร่งหาแหล่งพลังงานทางเลือกท่ามกลางสงครามในตะวันออกกลางซึ่งตัดขาดเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
ไต้หวันซึ่งเคยได้รับก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) จากกาตาร์ถึง 1 ใน 3 ของปริมาณทั้งหมดและไม่พึ่งพาพลังงานจากจีนเลย ระบุว่า “ได้จัดหาแหล่งพลังงานทางเลือกสำหรับเดือนข้างหน้าแล้ว รวมถึงจากสหรัฐฯ ซึ่งเป็นผู้ให้การสนับสนุนระหว่างประเทศหลักของไต้หวัน”
เฉิน ปินฮวา โฆษกสำนักงานกิจการไต้หวันของจีน กล่าวกับผู้สื่อข่าวในจีนว่า “การรวมชาติอย่างสันติจะนำมาซึ่งการปกป้องความมั่นคงด้านพลังงานและทรัพยากรของไต้หวันได้ดียิ่งขึ้น โดยมี ‘มาตุภูมิที่เข้มแข็ง’ คอยสนับสนุน”
“เรายินดีที่จะมอบความมั่นคงด้านพลังงานและทรัพยากรที่มั่นคงและเชื่อถือได้แก่ชาวไต้หวัน เพื่อให้พวกเขามีชีวิตที่ดีขึ้น”
— เฉิน กล่าว
ขณะที่ ประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อ ของไต้หวันกล่าวในการประชุมพรรคเมื่อวันพุธ (18 มี.ค.) ว่า “ไต้หวันมีการจัดเตรียมแหล่งพลังงานไว้เพียงพอสำหรับการใช้งานในเดือนนี้และเดือนถัดไป และตั้งแต่เดือนมิถุนายนเป็นต้นไปจะมีการนำเข้าก๊าซจากสหรัฐฯ มากขึ้น ไต้หวันได้ใช้แนวทางเชิงยุทธศาสตร์ในการนำเข้าพลังงานที่หลากหลายและมาจากหลายแหล่ง”
เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา สำนักข่าวซินหัวของจีนได้เปิดเผยถึงข้อดีที่ไต้หวันจะได้รับหลัง ‘การรวมชาติ’ ซึ่งรวมถึงการสนับสนุนทางเศรษฐกิจ แต่รายงานข่าวระบุว่า “ไต้หวันต้องบริหารโดย ‘ผู้รักชาติ’”
จีนซึ่งเป็นประเทศผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลก ได้สั่งห้ามการส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว จนถึงอย่างน้อยสิ้นเดือนมีนาคม เพื่อป้องกันการขาดแคลนภายในประเทศ ทำให้การส่งออกดังกล่าวลดลงจากมูลค่า 2.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 7.21 แสนล้านบาท) ในปีที่แล้ว
(Photo by Vincent Thian / POOL / AFP)





