สำนักข่าว Al jazeera รายงานว่า จีนได้บังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรทางการค้าและการลงทุนกับบริษัทคู่สัญญาทางทหารของสหรัฐฯ ล็อกฮีด มาร์ติน (Lockheed Martin) และเรย์เธียน (Raytheon) สำหรับการจัดหาอาวุธให้ไต้หวัน ซึ่งถูกมองว่าเป็นความพยายามล่าสุดในการแยกเกาะที่ปกครองตนเองซึ่งจีนอ้างว่าเป็นส่วนหนึ่งของดินแดนของตน
กระทรวงพาณิชย์ของจีนประกาศเมื่อวันพฤหัสบดี (16 ก.พ.) ว่า บริษัทผลิตอาวุธของสหรัฐฯ ถูกห้ามไม่ให้นำเข้าสินค้าไปยังจีนหรือทำการลงทุนใหม่ในประเทศ “บริษัทเหล่านี้ถูกจัดอยู่ในรายชื่อหน่วยงานที่ไม่น่าเชื่อถือจากการขายอาวุธให้ไต้หวัน”
ยังไม่ชัดเจนในทันทีว่าการคว่ำบาตรจะมีผลอย่างไรต่อ ล็อกฮีด มาร์ติน และเรย์เธียน แต่ทางสหรัฐฯ ได้ระงับการขายเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับอาวุธส่วนใหญ่ให้กับจีนแล้ว ขณะที่บริษัทคู่สัญญาทางทหารบางรายก็มีธุรกิจพลเรือนในตลาดการบินและอวกาศและตลาดอื่นๆ ด้วย
เรย์เธียน เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มบริษัทข้ามชาติด้านการบิน อวกาศและกลาโหมสัญชาติอเมริกันได้รับสัญญามูลค่า 412 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.4 หมื่นล้านบาท) ในเดือนกันยายนเพื่ออัปเกรดเรดาร์ทางทหารของไต้หวัน ซึ่งก็เป็นส่วนหนึ่งของแพ็คเกจขายอาวุธของสหรัฐฯ มูลค่า 1.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.8 หมื่นล้านบาท) ไปยังไต้หวัน
ส่วน ล็อกฮีด มาร์ติน ได้จัดหาเรดาร์ เฮลิคอปเตอร์ และอุปกรณ์ควบคุมการจราจรทางอากาศให้กับกองทัพไต้หวันด้วยเช่นกัน ส่วนในประเทศจีน ทางบริษัทก็ได้ขายอุปกรณ์ควบคุมการจราจรทางอากาศสำหรับสนามบินพลเรือนและเฮลิคอปเตอร์เพื่อใช้ในเชิงพาณิชย์
อย่างไรก็ดี การประกาศคว่ำบาตรบริษัทของสหรัฐฯ มีขึ้นภายในเวลาไม่ถึง 1 สัปดาห์ หลังจากที่สหรัฐฯ ขึ้นบัญชีดำบริษัทจีน 6 แห่ง เพื่อตอบโต้กรณีบอลลูนสอดแนมของจีนที่ถูกกล่าวหาว่าลอยเข้าสู่น่านฟ้าสหรัฐฯ
สำนักงานอุตสาหกรรมและความมั่นคงของสหรัฐฯ (BIS) กล่าวเมื่อวันศุกร์ (10 ก.พ.) ว่า หน่วยงานของจีน 6 แห่งตกเป็นเป้าหมายในการเชื่อมโยงกับโครงการการบินและอวกาศของปักกิ่ง ซึ่งเกี่ยวข้องกับการพัฒนาบอลลูนสอดแนม และสนับสนุนความพยายามในการปรับปรุงกองทัพให้ทันสมัยของจีน
ทั้งนี้ การขึ้นบัญชีดำจะทำให้บริษัท 5 แห่งและสถาบันวิจัย 1 แห่งได้รับการส่งออกเทคโนโลยีของสหรัฐฯ ได้ยากขึ้น
กระทรวงต่างประเทศของจีนกล่าวเมื่อวันพฤหัสบดี (16 ก.พ.) ว่า วอชิงตันและปักกิ่งควรจัดการกับความแตกต่างดีกว่าเหตุการณ์บอลลูนในจีน
กระทรวงพาณิชย์ของจีนประกาศเมื่อวันพฤหัสบดี (16 ก.พ.) ว่า บริษัทผลิตอาวุธของสหรัฐฯ ถูกห้ามไม่ให้นำเข้าสินค้าไปยังจีนหรือทำการลงทุนใหม่ในประเทศ “บริษัทเหล่านี้ถูกจัดอยู่ในรายชื่อหน่วยงานที่ไม่น่าเชื่อถือจากการขายอาวุธให้ไต้หวัน”
ยังไม่ชัดเจนในทันทีว่าการคว่ำบาตรจะมีผลอย่างไรต่อ ล็อกฮีด มาร์ติน และเรย์เธียน แต่ทางสหรัฐฯ ได้ระงับการขายเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับอาวุธส่วนใหญ่ให้กับจีนแล้ว ขณะที่บริษัทคู่สัญญาทางทหารบางรายก็มีธุรกิจพลเรือนในตลาดการบินและอวกาศและตลาดอื่นๆ ด้วย
เรย์เธียน เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มบริษัทข้ามชาติด้านการบิน อวกาศและกลาโหมสัญชาติอเมริกันได้รับสัญญามูลค่า 412 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.4 หมื่นล้านบาท) ในเดือนกันยายนเพื่ออัปเกรดเรดาร์ทางทหารของไต้หวัน ซึ่งก็เป็นส่วนหนึ่งของแพ็คเกจขายอาวุธของสหรัฐฯ มูลค่า 1.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.8 หมื่นล้านบาท) ไปยังไต้หวัน
ส่วน ล็อกฮีด มาร์ติน ได้จัดหาเรดาร์ เฮลิคอปเตอร์ และอุปกรณ์ควบคุมการจราจรทางอากาศให้กับกองทัพไต้หวันด้วยเช่นกัน ส่วนในประเทศจีน ทางบริษัทก็ได้ขายอุปกรณ์ควบคุมการจราจรทางอากาศสำหรับสนามบินพลเรือนและเฮลิคอปเตอร์เพื่อใช้ในเชิงพาณิชย์
อย่างไรก็ดี การประกาศคว่ำบาตรบริษัทของสหรัฐฯ มีขึ้นภายในเวลาไม่ถึง 1 สัปดาห์ หลังจากที่สหรัฐฯ ขึ้นบัญชีดำบริษัทจีน 6 แห่ง เพื่อตอบโต้กรณีบอลลูนสอดแนมของจีนที่ถูกกล่าวหาว่าลอยเข้าสู่น่านฟ้าสหรัฐฯ
สำนักงานอุตสาหกรรมและความมั่นคงของสหรัฐฯ (BIS) กล่าวเมื่อวันศุกร์ (10 ก.พ.) ว่า หน่วยงานของจีน 6 แห่งตกเป็นเป้าหมายในการเชื่อมโยงกับโครงการการบินและอวกาศของปักกิ่ง ซึ่งเกี่ยวข้องกับการพัฒนาบอลลูนสอดแนม และสนับสนุนความพยายามในการปรับปรุงกองทัพให้ทันสมัยของจีน
ทั้งนี้ การขึ้นบัญชีดำจะทำให้บริษัท 5 แห่งและสถาบันวิจัย 1 แห่งได้รับการส่งออกเทคโนโลยีของสหรัฐฯ ได้ยากขึ้น
กระทรวงต่างประเทศของจีนกล่าวเมื่อวันพฤหัสบดี (16 ก.พ.) ว่า วอชิงตันและปักกิ่งควรจัดการกับความแตกต่างดีกว่าเหตุการณ์บอลลูนในจีน



