สัปดาห์ที่ผ่านมาต่อเนื่องถึงต้นสัปดาห์นี้ เกิดสถานการณ์การกระทบกระทั่งกันระหว่างจีนและไต้หวันอย่างต่อเนื่อง เพราะผลการเดินทางเยือนสหรัฐและใช้เวลาสั้นๆ ในการเข้าพบ เควิน แมคคาร์ธี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ เมื่อวันพุธที่ 5 เม.ย.ที่ผ่านมา ของ ไช่อิงเหวิน ประธานาธิบดีไต้หวัน ถือเป็นการท้าทายทั้งคำขู่และคำห้ามของจีน ที่ยึดถือนโยบายจีนเดียว
คนที่ได้รับการลงโทษจากจีนแบบเต็มๆ คือ เซียวเหม่ยฉิน ซึ่งเป็นเอกอัครราชทูตไต้หวันประจำสหรัฐฯ ถูกห้ามให้เดินทางเข้าจีน ฮ่องกง และมาเก๊า
จีนยึดนโยบายจีนเดียว และอ้างว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีน ส่วนไต้หวันก็อ้างว่าตนเป็นประเทศเอกราช การมีความเห็นที่ต่างกันแบบนี้ จึงนำมาสู่ความตึงเครียดระหว่างจีนกับไต้หวันและสหรัฐฯ ซึ่งวางตัวเป็นพันธมิตรกับไต้หวัน
เมื่อปีที่แล้ว แนนซี เพโลซี ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ในขณะนั้น เดินทางเยือนไต้หวันเพื่อท้าทายคำขู่ของจีน รัฐบาลปักกิ่งก็ตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธเหนือเกาะไต้หวัน และออกมาซ้อมรบรอบเกาะไต้หวันนานเป็นสัปดาห์เลยทีเดียว
ไม่ต่างจากครั้งนี้ เมื่อประธานาธิบดีไต้หวันเยือนสหรัฐฯ ช่วงแวะต่อเครื่องบินหลังกลับจากทริปเยือนอเมริกากลางและได้เข้าพบกับแมคคาร์ธี ซึ่งรับตำแหน่งต่อจากเพโลซี จีนก็แสดงท่าทีไม่พอใจอย่างรุนแรงอีกครั้ง พร้อมทั้งออกแถลงการณ์ว่า การแวะพักต่อเครื่องในสหรัฐฯ ของไช่เป็นอีกหนึ่งการเคลื่อนไหวที่มีเจตนายั่วยุ และสมรู้ร่วมคิดกับสหรัฐฯ รวมทั้งมาหารือกันเพื่อขอความสนับสนุนจากสหรัฐฯ ในการแสวงหาเอกราช แยกประเทศจากจีน
มาตรการลงโทษไต้หวันของจีนครั้งนี้ ทำให้เซียวเหม่ยฉิน วัย 51 ปี และครอบครัวไม่สามารถเดินทางเข้าจีนแผ่นดินใหญ่ ฮ่องกง และมาเก๊าได้
และนอกจากเซียวเหม่ยฉินจะถูกห้ามแล้ว บริษัทและนักลงทุนที่เกี่ยวข้องกับเธอยังถูกห้ามดำเนินการใดๆ กับองค์กรและบุคคลของจีนแผ่นดินใหญ่ด้วย
กระทรวงการต่างประเทศของจีนตำหนิองค์กรอเมริกันสองแห่งคือ สถาบันฮัดสัน และห้องสมุดเรแกน รวมถึงผู้บริหารหน่วยงานทั้งสองแห่งว่า อำนวยความสะดวกด้านสถานที่และเปิดให้ประธานาธิบดีไช่ ทำกิจกรรมที่เป็นการแบ่งแยกดินเเดน ที่ถือเป็นปฏิปักษ์ต่อจีน
รัฐบาลจีนยังออกคำสั่งห้ามสถาบันและมหาวิทยาลัยในประเทศจีนดำเนินกิจกรรมและร่วมมือกับสถาบันฮัดสัน และห้องสมุดเรแกน ส่วนผู้บริหารของทั้งสององค์กรก็ถูกห้ามเข้าประเทศจีน และห้ามบุคคลกลุ่มนี้เคลื่อนย้ายทรัพย์สินของพวกเขาในประเทศจีน
แต่สถาบันฮัดสัน ออกเเถลงการณ์ตอบกลับทันทีว่า รู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นเจ้าภาพงานที่มีประธานาธิบดีไช่เข้าร่วม พร้อมยืนยันว่าสถาบันยืนเคียงข้างไต้หวันในการต้านทานพรรคคอมมิวนิสต์จีน
นอกจากนี้ จีนยังประกาศซ้อมรบเป็นเวลาสามวัน เริ่มตั้งแต่วันเสาร์ (8 เม.ย.) เมื่อประธานาธิบดีไต้หวันเดินทางกลับไทเป หลังพบกับประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ที่ลอสแองเจลิส
เมื่อวันจันทร์ (10 เม.ย.) สถานีโทรทัศน์ทางการจีน รายงานว่า กองทัพปลดแอกประชาชนจีน (พีแอลเอ) ส่งเครื่องบินรบรวมถึงเครื่องบินทิ้งระเบิด H-6 ที่สามารถติดนิวเคลียร์ติดตั้งขีปนาวุธจริง พร้อมด้วยเรือรบหลายลำซ้อมสถานการณ์ปิดล้อมเกาะไต้หวันจากหลายทิศทาง
กองกำลังภาคตะวันออกของพีแอลเอ แถลงว่า เรือบรรทุกเครื่องบินชานตงร่วมลาดตระเวนการสู้รบ และปล่อยเครื่องบินรบออกจากเรือด้วย
คนที่ได้รับการลงโทษจากจีนแบบเต็มๆ คือ เซียวเหม่ยฉิน ซึ่งเป็นเอกอัครราชทูตไต้หวันประจำสหรัฐฯ ถูกห้ามให้เดินทางเข้าจีน ฮ่องกง และมาเก๊า
จีนยึดนโยบายจีนเดียว และอ้างว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีน ส่วนไต้หวันก็อ้างว่าตนเป็นประเทศเอกราช การมีความเห็นที่ต่างกันแบบนี้ จึงนำมาสู่ความตึงเครียดระหว่างจีนกับไต้หวันและสหรัฐฯ ซึ่งวางตัวเป็นพันธมิตรกับไต้หวัน
เมื่อปีที่แล้ว แนนซี เพโลซี ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ในขณะนั้น เดินทางเยือนไต้หวันเพื่อท้าทายคำขู่ของจีน รัฐบาลปักกิ่งก็ตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธเหนือเกาะไต้หวัน และออกมาซ้อมรบรอบเกาะไต้หวันนานเป็นสัปดาห์เลยทีเดียว
ไม่ต่างจากครั้งนี้ เมื่อประธานาธิบดีไต้หวันเยือนสหรัฐฯ ช่วงแวะต่อเครื่องบินหลังกลับจากทริปเยือนอเมริกากลางและได้เข้าพบกับแมคคาร์ธี ซึ่งรับตำแหน่งต่อจากเพโลซี จีนก็แสดงท่าทีไม่พอใจอย่างรุนแรงอีกครั้ง พร้อมทั้งออกแถลงการณ์ว่า การแวะพักต่อเครื่องในสหรัฐฯ ของไช่เป็นอีกหนึ่งการเคลื่อนไหวที่มีเจตนายั่วยุ และสมรู้ร่วมคิดกับสหรัฐฯ รวมทั้งมาหารือกันเพื่อขอความสนับสนุนจากสหรัฐฯ ในการแสวงหาเอกราช แยกประเทศจากจีน
มาตรการลงโทษไต้หวันของจีนครั้งนี้ ทำให้เซียวเหม่ยฉิน วัย 51 ปี และครอบครัวไม่สามารถเดินทางเข้าจีนแผ่นดินใหญ่ ฮ่องกง และมาเก๊าได้
และนอกจากเซียวเหม่ยฉินจะถูกห้ามแล้ว บริษัทและนักลงทุนที่เกี่ยวข้องกับเธอยังถูกห้ามดำเนินการใดๆ กับองค์กรและบุคคลของจีนแผ่นดินใหญ่ด้วย
กระทรวงการต่างประเทศของจีนตำหนิองค์กรอเมริกันสองแห่งคือ สถาบันฮัดสัน และห้องสมุดเรแกน รวมถึงผู้บริหารหน่วยงานทั้งสองแห่งว่า อำนวยความสะดวกด้านสถานที่และเปิดให้ประธานาธิบดีไช่ ทำกิจกรรมที่เป็นการแบ่งแยกดินเเดน ที่ถือเป็นปฏิปักษ์ต่อจีน
รัฐบาลจีนยังออกคำสั่งห้ามสถาบันและมหาวิทยาลัยในประเทศจีนดำเนินกิจกรรมและร่วมมือกับสถาบันฮัดสัน และห้องสมุดเรแกน ส่วนผู้บริหารของทั้งสององค์กรก็ถูกห้ามเข้าประเทศจีน และห้ามบุคคลกลุ่มนี้เคลื่อนย้ายทรัพย์สินของพวกเขาในประเทศจีน
แต่สถาบันฮัดสัน ออกเเถลงการณ์ตอบกลับทันทีว่า รู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นเจ้าภาพงานที่มีประธานาธิบดีไช่เข้าร่วม พร้อมยืนยันว่าสถาบันยืนเคียงข้างไต้หวันในการต้านทานพรรคคอมมิวนิสต์จีน
นอกจากนี้ จีนยังประกาศซ้อมรบเป็นเวลาสามวัน เริ่มตั้งแต่วันเสาร์ (8 เม.ย.) เมื่อประธานาธิบดีไต้หวันเดินทางกลับไทเป หลังพบกับประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ที่ลอสแองเจลิส
เมื่อวันจันทร์ (10 เม.ย.) สถานีโทรทัศน์ทางการจีน รายงานว่า กองทัพปลดแอกประชาชนจีน (พีแอลเอ) ส่งเครื่องบินรบรวมถึงเครื่องบินทิ้งระเบิด H-6 ที่สามารถติดนิวเคลียร์ติดตั้งขีปนาวุธจริง พร้อมด้วยเรือรบหลายลำซ้อมสถานการณ์ปิดล้อมเกาะไต้หวันจากหลายทิศทาง
กองกำลังภาคตะวันออกของพีแอลเอ แถลงว่า เรือบรรทุกเครื่องบินชานตงร่วมลาดตระเวนการสู้รบ และปล่อยเครื่องบินรบออกจากเรือด้วย

ส่วนไต้หวันก็ติดตามเรือชานตงในมหาสมุทรแปซิฟิกมาตั้งแต่สัปดาห์ก่อน และเมื่อวันจันทร์ กระทรวงกลาโหมไต้หวันได้เผยแพร่แผนที่กิจกรรมของกองทัพอากาศจีนในรอบ 24 ชั่วโมงก่อนหน้า พบว่า เครื่องบินรบ J-15 สี่ลำจากเรือบรรทุกเครื่องบินชานตงปฏิบัติการเหนือมหาสมุทรแปซิฟิกสู่ฝั่งตะวันออกของไต้หวัน
นอกจากนี้ กระทรวงฯ ยังตรวจพบเครื่องบินทหาร 59 ลำ เรือ 11 ลำรอบไต้หวัน ขณะที่กองเรือบรรทุกเครื่องบินชานตงปฏิบัติการซ้อมรบอยู่ในแปซิฟิกตะวันตก
ในส่วนของรัฐบาลญี่ปุ่นและสหรัฐฯ ต่างจับตามองการเคลื่อนไหวของกองทัพจีนอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะสหรัฐฯ ส่งเรือพิฆาตยูเอสเอส มิลลิอุส ออกปฏิบัติการตามปกติภายในระยะ 12 ไมล์ทะเลจากแนวปะการังมิสชีฟ ในหมู่เกาะสแปรตลีย์ โดยแนวปะการังดังกล่าวที่มักจะจมอยู่ใต้น้ำเมื่อมีกระแสน้ำขึ้น เป็นบริเวณที่จีนสร้างสนามบินและสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ขึ้น
ทัพเรือที่ 7 ของสหรัฐ ระบุว่า ภายใต้กฎหมายจารีตประเพณีระหว่างประเทศ ลักษณะทางภูมิศาสตร์เช่นแนวปะการังมิสชีฟ ซึ่งตามธรรมชาติจะจมอยู่ใต้น้ำเมื่อมีกระแสน้ำขึ้น ไม่ถือว่าเป็นทะเลอาณาเขต ความพยายามในการถมดิน การติดตั้งสิ่งปลูกสร้าง หรือการสร้างโครงสร้างบนแนวปะการังมิสชีฟ จะไม่เปลี่ยนแปลงคุณสมบัติข้อนี้ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ
หลังจากเห็นการเคลื่อนไหวของสหรัฐฯ กองทัพของจีนก็แถลงว่า เรือพิฆาตของสหรัฐฯ รุกล้ำเข้ามายังน่านน้ำใกล้แนวปะการังโดยมิชอบภายใต้กฎหมายและไม่ได้รับอนุญาตจากปักกิ่ง ซึ่งกองทัพจีนได้ติดตามเรือลำดังกล่าวและเตือนให้แล่นออกไป
เมื่อจีนเสร็จสิ้นการซ้อมรบครั้งใหญ่ 3 วัน รอบเกาะไต้หวันแล้ว ก็แถลงว่า ได้ทดสอบสมรรถนะทางทหารแบบบูรณาการ ภายใต้เงื่อนไขการสู้รบที่เป็นจริง มีการฝึกการโจมตีแบบแม่นยำ และสกัดกั้นปิดล้อมเกาะแห่งนี้ทุกทิศทุกทาง แถมยังเผยแพร่ภาพวิดีโอกราฟฟิก การถล่มไต้หวันจากทุกทิศด้วยการโอบล้อมเกาะไต้หวันไว้ทั้งหมด
นอกจากนี้ กระทรวงฯ ยังตรวจพบเครื่องบินทหาร 59 ลำ เรือ 11 ลำรอบไต้หวัน ขณะที่กองเรือบรรทุกเครื่องบินชานตงปฏิบัติการซ้อมรบอยู่ในแปซิฟิกตะวันตก
ในส่วนของรัฐบาลญี่ปุ่นและสหรัฐฯ ต่างจับตามองการเคลื่อนไหวของกองทัพจีนอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะสหรัฐฯ ส่งเรือพิฆาตยูเอสเอส มิลลิอุส ออกปฏิบัติการตามปกติภายในระยะ 12 ไมล์ทะเลจากแนวปะการังมิสชีฟ ในหมู่เกาะสแปรตลีย์ โดยแนวปะการังดังกล่าวที่มักจะจมอยู่ใต้น้ำเมื่อมีกระแสน้ำขึ้น เป็นบริเวณที่จีนสร้างสนามบินและสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ขึ้น
ทัพเรือที่ 7 ของสหรัฐ ระบุว่า ภายใต้กฎหมายจารีตประเพณีระหว่างประเทศ ลักษณะทางภูมิศาสตร์เช่นแนวปะการังมิสชีฟ ซึ่งตามธรรมชาติจะจมอยู่ใต้น้ำเมื่อมีกระแสน้ำขึ้น ไม่ถือว่าเป็นทะเลอาณาเขต ความพยายามในการถมดิน การติดตั้งสิ่งปลูกสร้าง หรือการสร้างโครงสร้างบนแนวปะการังมิสชีฟ จะไม่เปลี่ยนแปลงคุณสมบัติข้อนี้ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ
หลังจากเห็นการเคลื่อนไหวของสหรัฐฯ กองทัพของจีนก็แถลงว่า เรือพิฆาตของสหรัฐฯ รุกล้ำเข้ามายังน่านน้ำใกล้แนวปะการังโดยมิชอบภายใต้กฎหมายและไม่ได้รับอนุญาตจากปักกิ่ง ซึ่งกองทัพจีนได้ติดตามเรือลำดังกล่าวและเตือนให้แล่นออกไป
เมื่อจีนเสร็จสิ้นการซ้อมรบครั้งใหญ่ 3 วัน รอบเกาะไต้หวันแล้ว ก็แถลงว่า ได้ทดสอบสมรรถนะทางทหารแบบบูรณาการ ภายใต้เงื่อนไขการสู้รบที่เป็นจริง มีการฝึกการโจมตีแบบแม่นยำ และสกัดกั้นปิดล้อมเกาะแห่งนี้ทุกทิศทุกทาง แถมยังเผยแพร่ภาพวิดีโอกราฟฟิก การถล่มไต้หวันจากทุกทิศด้วยการโอบล้อมเกาะไต้หวันไว้ทั้งหมด



