จีนเอาจริง! คุมเข้มการเดินทางพลเมืองหากสร้างความเสื่อมเสียในต่างแดน ห้ามบินออกนอกประเทศ 3 ปี

15 ก.ย. 2569 - 16:00

  • รัฐบาลจีนเริ่มบังคับใช้กฎระเบียบควบคุมการเดินทางเข้าและออกนอกประเทศฉบับใหม่ ซึ่งความเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มความเข้มงวดและขยายอำนาจในการควบคุมพฤติกรรมของพลเมืองจีนในต่างแดน

  • มาตรการใหม่ระบุว่า “พลเมืองจีนคนใดก็ตามที่ถูกมองว่า ‘ทำลายความมั่นคงหรือผลประโยชน์แห่งชาติ’ ในขณะที่อยู่ต่างประเทศ จะถูกลงโทษด้วยการห้ามเดินทางออกนอกประเทศจีนเป็นเวลาสูงสุดถึง 3 ปีหลังจากเดินทางกลับมา”

จีนเอาจริง! คุมเข้มการเดินทางพลเมืองหากสร้างความเสื่อมเสียในต่างแดน ห้ามบินออกนอกประเทศ 3 ปี

รัฐบาลจีนเริ่มบังคับใช้กฎระเบียบควบคุมการเดินทางเข้าและออกนอกประเทศฉบับใหม่ ซึ่งความเคลื่อนไหวนี้เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มความเข้มงวดและขยายอำนาจในการควบคุมพฤติกรรมของพลเมืองจีนในต่างแดน

“พลเมืองจีนคนใดก็ตามที่ถูกมองว่า ‘ทำลายความมั่นคงหรือผลประโยชน์แห่งชาติ’ ในขณะที่อยู่ต่างประเทศ จะถูกลงโทษด้วยการห้ามเดินทางออกนอกประเทศจีนเป็นเวลาสูงสุดถึง 3 ปีหลังจากเดินทางกลับมา”

มาตรการใหม่ระบุ 

นอกจากนี้ กฎระเบียบดังกล่าวยังครอบคลุมไปถึงกลุ่มบุคคลที่ละเมิดกฎหมายการนำเข้าและส่งออกเทคโนโลยีที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางอุตสาหกรรมของประเทศอีกด้วย 

กฎเกณฑ์เหล่านี้จะเปิดทางให้หน่วยงานความมั่นคงแห่งรัฐของจีน สามารถปราบปรามกลุ่มคนเห็นต่างได้ง่ายขึ้น...ในบางกรณี ทางการจีนใช้วิธีปฏิเสธการออกหนังสือเดินทางให้กับพลเมืองโดยตรง เพื่อลงโทษกลุ่มคนที่เคลื่อนไหวเรียกร้องสิทธิ์ หรือเพื่อป้องกันไม่ให้พวกเขาเดินทางออกไปวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลในต่างประเทศ” ศาสตราจารย์ทอม เคลลอกก์ ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายชาวอเมริกัน และผู้อำนวยการบริหารของศูนย์กฎหมายเอเชียแห่งมหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ กล่าว 

อย่างไรก็ตาม ทางการจีนออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวอย่างสิ้นเชิง พร้อมยืนยันว่า “กฎระเบียบใหม่นี้มีขึ้นเพื่อปกป้องอธิปไตยและความมั่นคงของชาติเท่านั้น และไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อจำกัดการเดินทางของพลเมืองดีทั่วไป แต่เป็นมาตรการเชิงป้องกันที่มุ่งเป้าไปยังกลุ่มบุคคลที่มีพฤติกรรมการเดินทางผิดปกติ หรือผู้ที่เดินทางไปยังจุดหมายปลายทางที่มีความเสี่ยงสูงเท่านั้น” 

“กฎระเบียบดังกล่าวถูกประกาศใช้เพื่อแก้ไข ‘ปัญหา’ ต่างๆ เช่น การที่ประชาชนถูกหลอกลวงให้เดินทางออกนอกประเทศ หรือการไปพัวพันกับการพนันผิดกฎหมายและธุรกิจแก๊งคอลเซ็นเตอร์ (Scam) ในต่างแดน”

แถลงการณ์ ระบุ 

อย่างไรก็ตาม พลเมืองจีนบางส่วนเปิดเผยว่า พวกเขาถูกจำกัดการเดินทางด้วยมาตรการที่คลุมเครือมานานหลายปีแล้ว เช่น ชายจีนวัย 26 ปี นามสมมติ ‘ปี่ปี’ เล่าว่า เขาถูกปฏิเสธไม่ให้ทำพาสปอร์ตเมื่อปี 2023 ซึ่งเขาเชื่อว่ามีสาเหตุมาจากการที่เขาเคยเข้าร่วมการประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยครั้งใหญ่ในฮ่องกงเมื่อปี 2019 

ปี่ปีเปิดเผยว่า เขาเคยให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนฮ่องกงในระหว่างการประท้วง และเมื่อเดินทางกลับมายังจีนแผ่นดินใหญ่ เขาก็ถูกตำรวจความมั่นคงแห่งรัฐเรียกตัวไปสอบปากคำ จากนั้นก็มีเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองรายหนึ่งบอกกับเขาตรงๆ ว่า เขาไม่สามารถทำพาสปอร์ตได้ เนื่องจากประเด็นประท้วงที่ฮ่องกง ซึ่งคำชี้แจงจากเจ้าหน้าที่ดังกล่าวกลับไม่มีการยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรแต่อย่างใด 

“ถ้าพวกเขาออกเอกสารอย่างเป็นทางการให้ ผมคงสามารถยื่นอุทธรณ์ตามกระบวนการทางปกครองได้ แต่สิ่งที่พวกเขาพูดกลับมีเพียงประโยคเดียวคือ ‘คุณไปไม่ได้’ ปี่ปี เล่า 

ข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะระบุว่า ปัจจุบันพลเมืองจีนไม่สามารถตรวจสอบได้ด้วยตนเองว่าพวกเขาถูกจำกัดการเดินทางออกนอกประเทศหรือไม่ ซึ่งหากไม่มีการแจ้งเตือนเป็นลายลักษณ์อักษรหรือแจ้งให้ทราบด้วยวาจาอย่างเป็นทางการ โดยทั่วไปแล้ว ประชาชนจะรู้ตัวว่าถูกห้ามเดินทางก็ต่อเมื่อไปยื่นคำขอทำเอกสาร หรือในตอนที่กำลังจะเดินทางออกนอกประเทศแล้วเท่านั้น 

แม้ว่าภายใต้กฎหมายว่าด้วยการอนุญาตทางปกครองของจีนจะระบุไว้ว่า “เมื่อหน่วยงานของรัฐมีคำสั่งไม่อนุมัติใบอนุญาตใดๆ หน่วยงานนั้นจะต้องชี้แจงเหตุผลเป็นลายลักษณ์อักษร” แต่ชาวจีนบางรายกลับเปิดเผยกับ BBC ว่า “ในความเป็นจริงแล้ว ข้อบังคับข้อนี้ไม่ได้ถูกนำมาบังคับใช้แต่อย่างใด” 

ข้อมูลจาก ‘Safeguard Defenders’ กลุ่มพิทักษ์สิทธิมนุษยชน ระบุว่า “ทางการจีนได้ยกระดับมาตรการห้ามพลเมืองเดินทางออกนอกประเทศเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา” สะท้อนได้จากฐานข้อมูลของศาลฎีกาจีนที่เคยบันทึกประวัติการสั่งห้ามเดินทางไว้เพียง 89 รายการในปี 2016 แต่ตัวเลขดังกล่าวกลับพุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดเป็น 188,760 รายการเมื่อปีที่ผ่านมา 

ภายใต้กฎระเบียบใหม่ที่มีผลบังคับใช้ในวันอังคาร (15 ก.ย.) นี้ เจ้าหน้าที่ประจำด่านชายแดนยังได้รับคำสั่งให้คอยตักเตือนและแนะนำพลเมืองจีน ไม่ให้เดินทางไปยังประเทศหรือภูมิภาคที่ถูกประเมินว่ามี ‘ความเสี่ยงสูง’ อีกด้วย 

“การขยายมาตรการจำกัดการเดินทางดังกล่าวเป็นเรื่องที่ ‘น่ากังวลอย่างยิ่ง’...สิ่งนี้สะท้อนถึงการยกระดับการควบคุมทางอุดมการณ์ที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ซึ่งชวนให้หวนนึกถึงยุคของ อดีตผู้นำเหมา เจ๋อตง...มาตรการจำกัดการเดินทางอันหลากหลายในปัจจุบันนี้ ได้ปลุกความทรงจำในยุคสมัยอันเจ็บปวดนั้นให้กลับมาอีกครั้ง”

ศาสตราจารย์เคลลอกก์ ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย กล่าว 

ในยุคการปกครองที่ยาวนานหลายทศวรรษของ เหมา เจ๋อตง ประเทศจีนถูกตัดขาดจากโลกภายนอกเกือบทั้งหมด และการเดินทางไปต่างประเทศเพิ่งจะกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตของชาวจีนในช่วงทศวรรษ 1990 หลังจากที่จีนได้ผ่านการปฏิรูปและการเปิดประเทศหลายครั้ง 

(Photo by MOHAMED ABD EL GHANY / POOL / AFP) 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์