รัฐมนตรีต่างประเทศของจีน หวัง อี้ กล่าวเมื่อวันเสาร์ (2 ก.ย.) ที่ผ่านมาว่า โศกนาฏกรรมของสงครามในยูเครนจะต้องไม่เกิดขึ้นซ้ำอีกในเอเชีย ขณะที่เขาเตือนถึงประเทศต่างๆ อย่าปล่อยให้ตัวเองกลายเป็นหมากในการแข่งขันของพวกมหาอำนาจ
หวังกล่าวหา ‘กองกำลังภายนอก’ ของแต่ละประเทศว่าเป็นการพาะสร้างความขัดแย้งระหว่างสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) เพื่อป้องกันฉันทามติเกี่ยวกับทะเลจีนใต้ ซึ่งถูกกล่าวอ้างอย่างกว้างขวางในจีนได้กระตุ้นให้เกิดความตึงเครียดกับประเทศเพื่อนบ้านหลายประเทศ
หวังบอกว่า เราควรเปิดเผยผู้ที่บงการอยู่ข้างหลัง ซึ่งมีจุดมุ่งหมายที่จะสนองความต้องการทางภูมิศาสตร์ทางการเมืองของตัวเองที่พยายามปลุกปั่นปัญหาที่บ่อนทำลายสันติภาพในประเด็นทะเลจีนใต้มานานหลายปี เราควรละทิ้งความคิดแบบสงครามเย็น และไม่กลายเป็นเบี้ยในการแข่งขันจากมหาอำนาจ
นอกจากนี้ยังเตือนด้วยว่า วิกฤตยูเครนเป็นเครื่องเตือนใจของมวลมนุษยชาติ และโศกนาฏกรรมดังกล่าวจะต้องไม่เกิดซ้ำในเอเชีย
หวังไม่ได้เอ่ยถึงชื่อของกองกำลังภายนอกที่เขากล่าวหา แต่นักวิเคราะห์ชาวจีนกล่าวว่า ความคิดเห็นของเขาอาจมุ่งเป้าไปที่สหรัฐฯ หรือพันธมิตร
“คำพูดของหวังสะท้อนให้เห็นถึงความกังวลของจีนเกี่ยวกับแผนยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ ที่อาจก่อให้เกิดวิกฤตบางอย่างที่คล้ายคลึงกับความขัดแย้งทางทหารที่กำลังดำเนินอยู่ระหว่างรัสเซียและยูเครนในภูมิภาคนี้” โจว เฉินหมิง นักวิจัยจากสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการทหารหยวน หวางซึ่งมีฐานอยู่ในปักกิ่งกล่าว
เฉินหมิง กล่าวต่อว่า การส่งกำลังทหารของสหรัฐฯ ลงไปยังพื้นที่คาบสมุทรเกาหลี และภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับเกาหลีใต้และญี่ปุ่น ขณะที่สนธิสัญญา ออกัส (AUKUS) ที่เชื่อมโยงระหว่างสหรัฐฯ อังกฤษ ออสเตรเลีย และความเคลื่อนไหวอื่นๆ ล้วนชี้ให้เห็นว่า สหรัฐฯ ต้องการกระจายกำลังทหารไปในทิศทางที่ต่างกัน ในกรณีเกิดสงครามเหนือไต้หวัน
ซ่ง จงผิง อดีตอาจารย์ของกองทัพปลดปล่อยประชาชน PLA กล่าวว่า ไต้หวันเป็นเชื้อเพลิงที่อันตรายที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่ข้อพิพาทด้านอาณาเขตของเกาหลีเหนือและจีนกับประเทศเพื่อนบ้านก็อาจทำให้เกิดวิกฤตได้เช่นกัน
หวังกล่าวหา ‘กองกำลังภายนอก’ ของแต่ละประเทศว่าเป็นการพาะสร้างความขัดแย้งระหว่างสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) เพื่อป้องกันฉันทามติเกี่ยวกับทะเลจีนใต้ ซึ่งถูกกล่าวอ้างอย่างกว้างขวางในจีนได้กระตุ้นให้เกิดความตึงเครียดกับประเทศเพื่อนบ้านหลายประเทศ
หวังบอกว่า เราควรเปิดเผยผู้ที่บงการอยู่ข้างหลัง ซึ่งมีจุดมุ่งหมายที่จะสนองความต้องการทางภูมิศาสตร์ทางการเมืองของตัวเองที่พยายามปลุกปั่นปัญหาที่บ่อนทำลายสันติภาพในประเด็นทะเลจีนใต้มานานหลายปี เราควรละทิ้งความคิดแบบสงครามเย็น และไม่กลายเป็นเบี้ยในการแข่งขันจากมหาอำนาจ
นอกจากนี้ยังเตือนด้วยว่า วิกฤตยูเครนเป็นเครื่องเตือนใจของมวลมนุษยชาติ และโศกนาฏกรรมดังกล่าวจะต้องไม่เกิดซ้ำในเอเชีย
หวังไม่ได้เอ่ยถึงชื่อของกองกำลังภายนอกที่เขากล่าวหา แต่นักวิเคราะห์ชาวจีนกล่าวว่า ความคิดเห็นของเขาอาจมุ่งเป้าไปที่สหรัฐฯ หรือพันธมิตร
“คำพูดของหวังสะท้อนให้เห็นถึงความกังวลของจีนเกี่ยวกับแผนยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ ที่อาจก่อให้เกิดวิกฤตบางอย่างที่คล้ายคลึงกับความขัดแย้งทางทหารที่กำลังดำเนินอยู่ระหว่างรัสเซียและยูเครนในภูมิภาคนี้” โจว เฉินหมิง นักวิจัยจากสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการทหารหยวน หวางซึ่งมีฐานอยู่ในปักกิ่งกล่าว
เฉินหมิง กล่าวต่อว่า การส่งกำลังทหารของสหรัฐฯ ลงไปยังพื้นที่คาบสมุทรเกาหลี และภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับเกาหลีใต้และญี่ปุ่น ขณะที่สนธิสัญญา ออกัส (AUKUS) ที่เชื่อมโยงระหว่างสหรัฐฯ อังกฤษ ออสเตรเลีย และความเคลื่อนไหวอื่นๆ ล้วนชี้ให้เห็นว่า สหรัฐฯ ต้องการกระจายกำลังทหารไปในทิศทางที่ต่างกัน ในกรณีเกิดสงครามเหนือไต้หวัน
ซ่ง จงผิง อดีตอาจารย์ของกองทัพปลดปล่อยประชาชน PLA กล่าวว่า ไต้หวันเป็นเชื้อเพลิงที่อันตรายที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่ข้อพิพาทด้านอาณาเขตของเกาหลีเหนือและจีนกับประเทศเพื่อนบ้านก็อาจทำให้เกิดวิกฤตได้เช่นกัน




