กระทรวงต่างประเทศของจีน และสถานทูตจีนในหลายประเทศ ‘ประณาม’ รัฐบาลนานาชาติที่แสดงความยินดีกับพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (DDP) ของไต้หวัน และ ไล่ชิงเต๋อ ประธานาธิบดีที่ได้รับชัยชนะจากการเลือกตั้งไปเมื่อวันเสาร์ (13 ม.ค.) ที่ผ่านมา

หลังจากที่ไล่ แคนดิเดตจาก DDP คว้าชัยในการเลือกตั้ง รัฐมนตรีและนักการเมืองหลายคนในประเทศที่มีความสัมพันธ์กับเกาะไต้หวันได้ส่งข้อความไปแสดงความยินดีไปให้พรรคและไล่
การกระทำดังกล่าวได้รับการตอบโต้อย่างรวดเร็วจากสถานทูตจีน เน้นย้ำถึงความอ่อนไหวของจีนต่อประเทศอื่นๆ ที่ให้ความชอบธรรมต่อไล่และพรรคการเมืองที่จีนมองว่าเป็น ‘กองกำลังแบ่งแยกดินแดน’ ที่หวังจะเปลี่ยนไต้หวันให้เป็นประเทศอิสระ
\-ประณามนานาชาติ-
สถานทูตจีนประณาม ‘การกระทำที่ไม่ถูกต้อง’ ของรัฐมนตรีต่างประเทศอังกฤษ เดวิด คาเมรอน หลังจากคาเมรอนกล่าวแสดงความยินดีกับไล่และพรรค พร้อมบอกว่า การเลือกตั้งเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงระบอบประชาธิปไตยที่มีชีวิตชีวาของไต้หวัน
เสี่ยว เฉียน เอกอัครราชทูตจีนประจำออสเตรเลีย ตีพิมพ์บทความในหนังสือพิมพ์ The Australian เมื่อวันศุกร์ โดยเขาได้เตือนประเทศออสเตรเลียถึง ‘อันตราย’ หากสนับสนุนกองกำลังเพื่อเอกราชของไต้หวัน เช่น พรรค DPP โดยบอกว่า ‘ถ้าออสเตรเลียผูกติดอยู่กับรถม้าของกองกำลังแบ่งแยกดินแดนไต้หวัน ชาวออสเตรเลียก็จะถูกผลักให้ตกเหว’

สถานทูตจีนในฝรั่งเศสกล่าวว่า คำแถลงของกระทรวงการต่างประเทศฝรั่งเศสถือเป็น ‘การยั่วยุ’ ต่อรัฐบาลจีน เนื่องจากเป็นการแสดงความยินดีกับนักการเมืองแบ่งแยกดินแดนและพรรค แม้ว่าฝรั่งเศสจะแตกต่างจากประเทศอื่นๆ ตรงที่ไม่ได้ระบุชื่อของไล่ หรือพรรคของเขาในแถลงการณ์ โดยแสดงความยินดีกับ ‘ผู้มีสิทธิเลือกตั้งและผู้สมัครทุกคน’ ที่มีส่วนร่วมในการเลือกตั้งแทน
นอกจากนี้สถานทูตจีนยังประท้วงทางการทูตต่อรัฐมนตรีต่างประเทศญี่ปุ่น โยโกะ คามิกาวะ ที่แสดงความยินดีกับไล่และชัยชนะของเขา โดยเรียกไต้หวันว่าเป็น ‘หุ้นส่วนและเพื่อนที่สำคัญ’ ขณะที่ในแถลงการณ์เดียวกันนี้เธอยังระบุด้วยว่า ความสัมพันธ์ในการทำงานกับไต้หวันนั้นอยู่บนพื้นฐานที่ไม่ใช่ภาครัฐ
ด้านเฉินปินหัว โฆษกสำนักงานกิจการไต้หวันแห่งคณะรัฐมนตรีจีน แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับผลการเลือกตั้งผู้นำและสมาชิกสภานิติบัญญัติของเกาะไต้หวัน โดยกล่าวว่า ผลการเลือกตั้งบ่งชี้ว่าพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (DPP) ไม่สามารถเป็นตัวแทนความคิดเห็นกระแสหลักของสาธารณชนบนเกาะไต้หวัน

เฉินกล่าวว่า ไต้หวันคือไต้หวันของจีน โดยการเลือกตั้งนี้จะไม่เปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์พื้นฐานและทิศทางการพัฒนาของความสัมพันธ์ข้ามช่องแคบ จะไม่เปลี่ยนแปลงความปรารถนาร่วมของเพื่อนร่วมชาติทั่วช่องแคบไต้หวันในการกระชับสายสัมพันธ์ให้ใกล้ชิดกันยิ่งขึ้น และจะไม่ขัดขวางทิศทางการรวมชาติของจีน
“จุดยืนของเราในการแก้ไขปัญหาไต้หวันและบรรลุการรวมชาติยังคงไม่เปลี่ยนแปลง โดยปณิธานของเรานั้นแข็งแกร่งดังหินผา” เฉินกล่าว “เราจะยึดถือฉันทามติ 1992 ที่กำหนดหลักการจีนเดียวและคัดค้านกิจกรรมแบ่งแยกดินแดนอันมุ่งเป้าที่ ‘เอกราชไต้หวัน’ รวมถึงการแทรกแซงจากต่างชาติ”
ขณะที่เมื่อวันอาทิตย์ (14 ม.ค.) ที่ผ่านมา กระทรวงต่างประเทศของจีนกล่าวถึงแถลงการณ์จากสหรัฐฯ ที่รัฐมนตรีต่างประเทศ แอนโธนี บลิงเคน แสดงความยินดีกับไล่ และกล่าวว่า สหรัฐฯ ตั้งตารอที่จะสานต่อความสัมพันธ์อย่างไม่เป็นทางการกับไต้หวัน ซึ่งกระทรวงฯ มองว่าเป็นการส่งสัญญาณที่ไม่ถูกต้องอย่างแรงไปยังไต้หวัน และบอกว่า จีนต่อต้านการแลกเปลี่ยนอย่างเป็นทางการทุกรูปแบบระหว่างสหรัฐฯ และไต้หวันมาโดยตลอด และต่อต้านการแทรงแซงไต้หวันของสหรัฐฯ ไม่ว่าจะในรูปแบบใดก็ตาม
ด้านประธานาธิบดี โจ ไบเดน ของสหรัฐฯ กล่าวว่า สหรัฐฯ ไม่สนับสนุนการเป็นเอกราชของไต้หวัน
“เราไม่สนับสนุนเอกราช” ไบเดนกล่าวกับผู้สื่อข่าว ขณะที่เขาเดินทางออกจากทำเนียบขาวเพื่อไปแคมป์เดวิด
ความเห็นของไบเดนดูเหมือนมีจุดประสงค์เพื่อบรรเทาความกังวลในจีน ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ไล่ได้รักษาความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับสหรัฐฯ มากกว่าโหยวโหย๋วอี๋ จากพรรคก๊กมินตั๋ง
สหรัฐฯ ดำเนินนโยบายที่มีความคลุมเครือทางยุทธศาสตร์มาโดยตลอด โดยยอมรับการอ้างสิทธิ์ทางประวัติศาสตร์ของจีนต่ออธิปไตยเหนือไต้หวัน และรักษาความสัมพันธ์อย่างไม่เป็นทางการกับไต้หวันเท่านั้น พร้อมทั้งให้คำมั่นว่าจะให้ความช่วยเหลือในการป้องกัน อย่างไรก็ตาม คำแนะนำของไบเดนที่ว่าสหรัฐฯ จะเข้ามาแทรกแซงทางทหารหากจีนรุกรานได้บั่นทอนความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และจีน
\-จีนตั้งคำถามถึงประชาธิปไตยของไต้หวัน-
จีนซึ่งไม่เคยละทิ้งการใช้กำลังเพื่อนำไต้หวันมาอยู่ภายใต้การควบคุมของตัวเอง กลัวว่าไล่จะประกาศเอกราชไต้หวัน แม้ไล่จะบอกว่าเขาจะไม่ทำก็ตาม

หวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศของจีน กล่าวในงานแถลงข่าวในกรุงไคโรหลังการพบปะกับประธานาธิบดีอับเดล ฟัตตาห์ อัล-ซีซี ของอียิปต์ ได้เตือนถึงใครก็ตามในประชาคมระหว่างประเทศที่ละเมิดหลักการจีนเดียว (One China) ซึ่งระบุว่า ไต้หวันไม่สามารถแบ่งแยกได้ และเป็นส่วนหนึ่งของดินแดนของจีน
“การละเมิดดังกล่าวจะได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้จากการต่อต้านร่วมกันของชาวจีนทุกคนและประชาคมระหว่างประเทศ” หวังกล่าว
ขณะที่สถานเอกอัครราชทูตจีนได้โต้แย้งคำกล่าว ‘ยกย่องประชาธิปไตยของไต้หวัน’ โดยกล่าวหาว่า DPP ทุจริตและปราบปรามฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง โดยกล่าวว่า “ด้วยประวัติที่เปื้อนเลือดและน่ารังเกียจเช่นนี้ หากเป็นประเทศตะวันตก จะถูกเรียกว่า ‘ประชาธิปไตย’ หรือไม่?”




