ทุเรียนจีนยังสู้อาเซียนไม่ได้! ทั้งปลูกยาก-มีน้อย แถมราคาแพง

11 ก.ค. 2567 - 13:38

  • มีเพียงไม่กี่แห่งในประเทศจีนที่สามารถปลูกทุเรียนได้ เพราะมีข้อจำกัดด้วยพื้นที่ที่เหมาะสมในการปลูก

  • ผู้เชี่ยวชาญเผย “ผลผลิตทุเรียนยังมีน้อยมากเนื่องจากต้นทุเรียนเติบโตได้ไม่นานพอ ต้องใช้เวลา 6-7 ปีจึงจะเริ่มเติบโตเต็มที่”

  • ขณะที่เกษตรกรบอกว่า “ปัจจุบัน รสชาติของทุเรียนไหหลำแตกต่างกันมาก มีทุเรียนเพียงไม่กี่ชนิดที่อร่อยอยู่บ้าง แต่ส่วนใหญ่รสชาติไม่อร่อย...”

chinas_home_grown_durians_cant_compete_with_se_asia_scarce_pricey_for_now_SPACEBAR_Hero_e8223029a0.jpg

เกษตรกรชาวจีน จางหมิงหมิง วัย 35 ปี เตรียมเก็บเกี่ยวทุเรียนราว 1,000 ลูกจากสวนผลไม้ของเขาในเขตเป่าทิงของเกาะไหหลำทางตอนใต้ของจีน ซึ่งเป็นสวรรค์ของผลไม้เมืองร้อน สิ่งเหล่านี้เป็นสัญญาณว่านักธุรกิจที่ผันตัวมาเป็นเกษตรกรรายนี้โชคดีมาก 

จางกำลังขับเคลื่อนการเติบโตของทุเรียนที่ปลูกในประเทศ ซึ่งไม่ใช่พันธุ์พื้นเมืองของประเทศ 

ทุเรียนพันธุ์ไทยก้านยาวของเขามีราคากิโลกรัมละ 200 หยวน (ราว 1,000 บาท) หากทุกอย่างเป็นไปด้วยดี จางจะมีเงินเพิ่มขึ้นประมาณ 700,000 หยวน (ราว 3.4 ล้านบาท) เมื่อสิ้นสุดฤดูกาลทุเรียนในเดือนกันยายน 

ผลผลิตจะเพิ่มมากขึ้นเมื่อทุเรียนพันธุ์มูซังคิงและพันธุ์หนามดำของมาเลเซียเริ่มออกผลในปีหน้าหรือ 2 ปีข้างหน้า จางบอกว่าพันธุ์เหล่านี้สามารถขายได้ในราคาสูงขึ้น  

นี่ถือเป็นโอกาสทางธุรกิจที่ทำกำไรได้ดี เพราะผู้บริโภคชาวจีนชื่นชอบผลไม้ชนิดนี้ ในปี 2023 พบว่า พวกเขาทานทุเรียนสดจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ราว 1.4 ล้านตัน ซึ่งเพิ่มขึ้นมากกว่า 70% เมื่อเทียบเป็นรายปี 

แม้ว่าปี 2024 จะเป็นปีที่สองที่ทุเรียนที่ผลิตในประเทศวางจำหน่ายในตลาด ไม่ว่าจะเป็นทุเรียนหมอนทองหรือทุเรียนมูซังคิง แต่มีชาวจีนเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่จะได้ลิ้มรสชาติ เนื่องจากผลผลิตที่น้อยลงและราคาที่สูงขึ้นทำให้ไม่สามารถหาซื้อได้ในตอนนี้  

คุณภาพทุเรียนจีน ‘ยังไม่ดี’ และปริมาณก็ไม่เยอะเท่าในประเทศอาเซียน

chinas_home_grown_durians_cant_compete_with_se_asia_scarce_pricey_for_now_SPACEBAR_Photo01_da184325f3.jpg
Photo by Mohd RASFAN / AFP

จีนปลูกทุเรียนต้นแรกในปี 1958 แต่หลายปีมานี้แทบไม่มีผลทุเรียนเลย จนกระทั่งปี 2018 จีนจึงเริ่มปลูกทุเรียนเพื่อการค้าอย่างจริงจัง 

ทุเรียนส่วนใหญ่จะปลูกขึ้นในสวนป่าเขตร้อนของไหหลำ และยังมีผู้ปลูกกระจายอยู่ตามภูมิภาคกว่างซีและมณฑลกวางตุ้งทางตอนใต้ของจีน รวมถึงในมณฑลยูนนานทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีนด้วย 

“การเก็บเกี่ยวทุเรียนครั้งใหญ่ครั้งแรกของประเทศมีทั้งหมด 50 ตันในปี 2023 และคาดว่าผลผลิตในปี 2024 จะสูงถึง 200 ตัน” เฟิงซวีเจีย ผู้เชี่ยวชาญด้านการเกษตร กล่าว 

“ผลผลิตยังมีน้อยมากเนื่องจากต้นทุเรียนเติบโตได้ไม่นานพอ ต้องใช้เวลา 6-7 ปีจึงจะเริ่มเติบโตเต็มที่” ผู้อำนวยการสถาบันต้นไม้ผลไม้เขตร้อนแห่งสถาบันวิทยาศาสตร์การเกษตรไหหลำอธิบาย  

แม้ว่าที่ไหหลำจะเกิดเกิดพายุไต้ฝุ่นบ่อยก็ไม่ได้ช่วยอะไรเช่นกัน “ในเดือนพฤษภาคม ผมปลูกทุเรียนไปแล้วกว่า 3,000 ต้น แต่หลังจากฝนตกหนักหลายครั้ง ทุเรียนจำนวนมากก็ร่วงหล่นลงมา และตอนนี้เหลือเพียง 1,000 ต้นเท่านั้น” จางกล่าว 

อุตสาหกรรมทุเรียนของจีนซึ่งเพิ่งจะเริ่มขึ้นยังคงอยู่ในช่วงเริ่มต้น “เกษตรกรกำลังทำงานเพื่อเพิ่มปริมาณการผลิต รวมถึงคุณภาพของผลไม้ด้วย” เฟิงอธิบาย 

จางเล่าว่า “ปัจจุบัน รสชาติของทุเรียนไหหลำแตกต่างกันมาก มีทุเรียนเพียงไม่กี่ชนิดที่อร่อยอยู่บ้าง แต่ส่วนใหญ่รสชาติไม่อร่อย ผลผลิตครั้งแรกในปี 2022 ‘ไม่มีรสชาติเลย’ และจำเป็นต้องปรับสูตรปุ๋ยเพื่อให้รสชาติของทุเรียนดีขึ้นในปีถัดมา” จากบอกอีกว่า “ทุเรียนที่ปลูกเองยังอยู่ในระยะเริ่มต้น เทคนิคการปลูกยังต้องมีการศึกษาและทดลองต่อไป” 

การเข้าถึงผู้บริโภค

การขาดแคลนของทุเรียนไหหลำ ซึ่งในปี 2024 มีปริมาณเพียง 0.0114% ของทุเรียนที่นำเข้าในปี 2023 ส่งผลให้ราคาทุเรียนสูงขึ้น 

สื่อท้องถิ่นรายงานว่าบางร้านขายในราคากิโลกรัมละ 120-140 หยวน (ราว 600-700 บาท) ส่วนเกษตรกรบางราย เช่น จาง ขายในราคากิโลกรัมละ 200 หยวน (1,000 บาท) “แต่ราคาน่าจะลดลงในอีกสองหรือสามปีข้างหน้า เมื่อมีทุเรียนไหหลำเข้าสู่ตลาดมากขึ้น” เฟิงกล่าว 

ผู้ชื่นชอบทุเรียนรายหนึ่งกล่าวว่าเขารู้สึกภูมิใจที่จีนสามารถปลูกทุเรียนได้เอง เขาและภรรยาวัย 35 ปีจะไปตลาดขายส่งทุเรียนทุกสัปดาห์หรือสองสัปดาห์เพื่อซื้อทุเรียน แต่เขาคาดหวังว่าราคาทุเรียนจะมีการแข่งขันมากขึ้น และทุเรียนปลูกเองจะถูกกว่าทุเรียนนำเข้าในปีต่อๆ ไป 

แต่ที่ดินที่เหมาะสมกับการปลูกทุเรียนมีน้อย

chinas_home_grown_durians_cant_compete_with_se_asia_scarce_pricey_for_now_SPACEBAR_Photo02_23c11cc0fb.jpg
Photo by Madaree TOHLALA / AFP

แม้มีการคาดการณ์ว่า กำลังการผลิตทุเรียนของจีนจะเพิ่มขึ้นเนื่องจากมีการปลูกทุเรียนเองและจะเติบโตเต็มที่มากขึ้น แต่เนื่องจากทุเรียนเป็นผลไม้ที่จู้จี้จุกจิกในการปลูก และต้องการดินและสภาพภูมิอากาศเฉพาะจึงจะเจริญเติบโตได้ “มีเพียงไม่กี่แห่งในประเทศจีนที่สามารถปลูกทุเรียนได้ เราถูกจำกัดด้วยพื้นที่ที่มีอยู่” เฟิง กล่าว 

“แม้แต่ในไหหลำ ทุเรียนก็สามารถเติบโตได้เฉพาะทางตอนใต้ของเกาะเท่านั้น” จาง กล่าว 

แต่เฟิงตั้งข้อสังเกตว่า เมื่อนำปัญหาที่ดินเพาะปลูกมาพิจารณากับความต้องการทุเรียนของผู้บริโภคชาวจีนแล้วนั้น ก็พบว่าการผลิตในท้องถิ่นน่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อยอดขายทุเรียนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในจีน “ทุเรียนในประเทศจะช่วยเสริมการนำเข้ามากกว่า” เฟิงกล่าว 

ในปี 2023 จีนนำเข้าทุเรียนสดจากประเทศไทย 929,000 ตัน จากเวียดนาม 493,000 ตัน และจากฟิลิปปินส์ 3,763 ตัน โดยมีมูลค่ารวมกว่า 6.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.4 แสนล้านบาท) 

นอกจากนี้ การนำเข้าทุเรียนสดจากมาเลเซียก็จะเริ่มขึ้นในเร็วๆ นี้ หลังจากมีการลงนามข้อตกลงทวิภาคีหลังจาก หลี่ เฉียง นายกฯ ของจีนเยือนกรุงกัวลาลัมเปอร์เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา โดยมาเลเซียจะสามารถส่งออกทุเรียนสดแช่แข็งและผลิตภัณฑ์จากทุเรียนไปยังจีนได้เท่านั้น 

“เราไม่สามารถแข่งขันกับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในด้านปริมาณได้ ต้นทุนที่ดินและแรงงานในจีนก็สูงกว่าด้วย ดังนั้นเป้าหมายจึงต้องเป็นทุเรียนคุณภาพสูง” เฟิงกล่าว

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์