จับสัญญาณ ศก.โลกถดถอย-การค้าหดตัว หลังจีนประชากรลดครั้งแรกในรอบกว่า 60 ปี

20 ม.ค. 2566 - 15:37

  • การลดลงของประชากรจีน เกิดขึ้นเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ และอาจจำกัดการขยายตัวของเศรษฐกิจจีนและเศรษฐกิจโลก

  • สำนักงานสถิติของจีน ยอมรับว่ารากฐานการฟื้นตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศยังไม่แข็งแกร่ง เนื่องจากสถานการณ์ระหว่างประเทศยังคงซับซ้อนและรุนแรง

chinas_population_decline_could_alter_the_global_economy_SPACEBAR_Thumbnail_8d6d5320df.jpeg
ทั่วโลกกำลังวิตกกังวลกับภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจที่เริ่มส่งสัญญาณให้เห็นชัดเจนบ้าง ไม่ชัดเจนบ้าง ขึ้นอยู่กับว่าประเทศนั้นๆ มีสถานะทางการเงินการคลังที่แข็งแกร่งแค่ไหน หากจับสัญญาณจากประเทศยักษ์ใหญ่ด้านเศรษฐกิจอย่างจีน ก็จะเห็นว่า เริ่มออกอากาศซวนเซให้เห็นแล้ว โดยการขยายตัวทางเศรษฐกิจของจีนอยู่ในอัตราต่ำที่สุด 

สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (เอ็นบีเอส) รายงานว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของจีนในปี 2022 ขยายตัว 3% ถือว่าดีกว่าที่นักวิเคราะห์ในโพลสำรวจของสำนักข่าวรอยเตอร์คาดว่าจะขยายตัว 2.8% แต่สะท้อนว่าเศรษฐกิจจีนในปี 2022 ชะลอตัวลงอย่างมากเมื่อเทียบกับปี 2021 ที่มีการขยายตัวถึง 8.4% 

สำนักงานสถิติของจีนยอมรับว่า “รากฐานของการฟื้นตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศยังไม่แข็งแกร่ง เนื่องจากสถานการณ์ระหว่างประเทศยังคงซับซ้อนและรุนแรง ขณะที่มีแรงกดดัน 2 ด้านที่ทำให้อุปสงค์ในประเทศหดตัว คือ ปัญหาในระบบห่วงโซ่อุปทาน และการคาดการณ์ในอนาคตว่าเศรษฐกิจจะชะลอตัวลง” 

ในปี 2022 จีนสั่งล็อกดาวน์นครเซี่ยงไฮ้เป็นเวลานานถึง 2 เดือนเพื่อสกัดการระบาดของโรคโควิด-19 ภายใต้นโยบายโควิดเป็นศูนย์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการเดินทางและกิจกรรมทางเศรษฐกิจทั่วประเทศ 

เรื่องนี้ทำให้ หลิวเหอ รองนายกรัฐมนตรีจีนพยายามสร้างความมั่นใจแก่โลกว่า เศรษฐกิจจีนยังไปได้ดี โดยบอกว่าเศรษฐกิจกำลังกลับมาขยายตัวสู่ระดับเดียวกับช่วงก่อนเกิดการระบาดของโรคโควิด-19 

 หลิวยืนยันอย่างมั่นอกมั่นใจต่อที่ประชุมนายธนาคารและนักธุรกิจในการประชุมเวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรัม (WEF) ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 17 ม.ค.ว่า ในปีนี้เศรษฐกิจจีนมีแนวโน้มขยายตัวสู่ระดับเดียวกับช่วงก่อนที่โรคโควิด-19 จะแพร่ระบาด หลังจากการแพร่ระบาดได้ผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว 

รองนายกรัฐมนตรีจีนมั่นใจว่าตัวเลขจีดีพีจะกลับมาขยายตัวที่ระดับ 6% ซึ่งเป็นระดับก่อนที่โรคโควิด-19 จะแพร่ระบาด หลังจากที่จีดีพีจีนขยายตัว 3% ในปี 2022 ซึ่งดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 2.8% 

นอกจากนี้ หลิว ยังบอกด้วยว่า รัฐบาลปักกิ่งจะใช้นโยบายการคลังเชิงรุก ดำเนินนโยบายการเงินที่รอบคอบ และรักษาระดับราคา รวมทั้งรักษาระดับการเติบโตทางเศรษฐกิจให้มีเสถียรภาพ ซึ่งจะมุ่งเน้นไปที่การขยายอุปสงค์ภายในประเทศ สนับสนุนภาคเอกชน ส่งเสริมการแข่งขันที่เป็นธรรม และปฏิรูปรัฐวิสาหกิจอย่างเข้มข้น เพื่อให้การเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างมีคุณภาพที่เป็นเป้าหมายของจีนบรรลุผลสำเร็จ           

“ประตูการค้าของจีนจะเปิดกว้างมากขึ้น และทางการจีนจะสร้างสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ ที่เป็นไปตามความต้องการของตลาด ด้วยกรอบกฎหมายที่เอื้อต่อเศรษฐกิจ ทั้งยังเน้นย้ำถึงประสิทธิภาพของการค้าจีนในตลาดโลก” หลิว กล่าว 

ในการประชุม WEF ปีนี้ สถานะทางเศรษฐกิจและการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในจีน เป็นหนึ่งในหัวข้อหลักในการประชุมที่ได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมประชุมจำนวนมาก โดยบรรดาผู้ร่วมอภิปรายหลายคน มองในแง่ดีว่า การเปิดประเทศอีกครั้ง จะทำให้จีนสามารถเติบโตและป้องกันเศรษฐกิจถดถอยได้ 

แต่ในช่วงเวลาใกล้เคียงกันนั้น เหอหยาฝู นักประชากรศาสตร์อิสระในจีน ก็ออกมาให้ข่าวว่า มีความเป็นไปได้อย่างมากที่ประชากรในจีนจะปรับตัวลงในปี 2023 ถือเป็นการลดลงครั้งแรกในรอบหลายทศวรรษ และมีความเป็นไปได้ที่จำนวนเด็กแรกเกิดของจีนจะอยู่ที่ 10 ล้านคน น้อยกว่า 10.6 ล้านคน ในปี 2021 

การลดลงของประชากรจีน เกิดขึ้นเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ และอาจจำกัดการขยายตัวของเศรษฐกิจจีน ซึ่งมีขนาดใหญ่สุดเป็นอันดับสองของโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ 
 
Info_7d0e6cbe5d.jpeg
ช่วงเดียวกันนี้เอง บอสตัน คอนซัลติ้ง กรุ๊ป (บีซีจี) บริษัทให้คำปรึกษาทางธุรกิจรายใหญ่ระดับโลกคาดการณ์ว่า ในช่วง 10 ปีข้างหน้า การค้าระหว่างประเทศ จะขยายตัวช้ากว่าการขยายตัวของจีดีพี เนื่องจากสงครามรัสเซีย-ยูเครนส่งผลให้การเป็นพันธมิตรด้านการค้า เปลี่ยนแปลงไปและยังส่งผลกระทบต่อการไหลเวียนของการค้าข้ามพรมแดนด้วย 

บริษัทที่ปรึกษาทางธุรกิจรายนี้ บอกด้วยว่า อัตราการขยายตัวรายปีของการค้าโลกโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ 2.3% ไปจนถึงปี 2031 เมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ทั่วโลกซึ่งคาดว่าจะขยายตัว 2.5% โดยเฉลี่ยในทุกๆ ปีไปจนถึงปี 2031 

ในช่วงเวลา 10 ปีก่อนโรคโควิด-19 แพร่ระบาด การค้าระหว่างประเทศปรับตัวไปในทิศทางเดียวกับอัตราการขยายตัวของจีดีพีทั่วโลก แต่รายงานของบีซีจีคาดการณ์ว่า ระบบโลกาภิวัตน์ของการค้าโลกจะเผชิญภาวะชะงักงันที่ยืดเยื้อและรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่องค์การการค้าโลก (WTO) ก่อตั้งขึ้นในช่วงกว่า 25 ปีที่ผ่านมา 

ขณะนี้โลกกำลังอยู่ท่ามกลางพลวัตของสองขั้วแห่งโลกฝั่งตะวันออกและโลกฝั่งตะวันตกยุคใหม่ ซึ่งหมายความว่า ประชาคมที่นำโดยสหรัฐและสหภาพยุโรป (อียู) และประชาคมที่นำโดยจีนและรัสเซีย รวมทั้งการปรากฏขึ้นของประชาคมกลุ่มที่ 3 ซึ่งหมายถึงประเทศที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด 

รายงานชิ้นนี้ของบีซีจี ระบุด้วยว่า อียูจะทำการค้ากับสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 338,000 ล้านดอลลาร์วหรัฐ เพราะผลพวงจากการที่สหรัฐฯ ส่งออกพลังงานให้กับยุโรป นอกจากนี้ ยุโรปจะขยายการค้ากับกลุ่มประเทศอาเซียน แอฟริกา ตะวันออกกลาง และอินเดียมากขึ้น 

ส่วนการขยายตัวด้านการค้าระหว่างอียูและจีนจะลดลงอย่างรวดเร็ว โดยจะขยายตัวเพียง 72,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งบีซีจีมองว่าเป็นการขยายตัวเพียงเล็กน้อยเท่านั้นเมื่อเทียบกับในช่วงหลายปีก่อนหน้านี้ 

ขณะที่การค้าระหว่างรัสเซียกับจีนและอินเดียจะขยายตัว 110,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐส และการค้าเฉพาะรัสเซียกับจีนจะเติบโตถึง 90,000 ล้านดอลลาร์หรัฐ 

ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะเป็นกลุ่มประเทศที่ได้ประโยชน์สูงสุด โดยบีซีจีคาดว่าจะเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากการทำการค้าใหม่ๆ กับจีน ญี่ปุ่น สหรัฐฯ และอียู คิดเป็นมูลค่าประมาณ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ สและการค้าระหว่างกลุ่มอาเซียนกับจีนจะขยายตัว 438,000 ล้านดอลลาร์หรัฐ ซึ่งเป็นการขยายตัวภายในภูมิภาคที่ถือว่าแข็งแกร่งที่สุด 

นี่อาจจะเป็นปีที่ ‘เผาจริง’ อย่างที่บรรดาผู้เชี่ยวชาญหลายคนคาดการณ์ไว้ ส่วนปีที่แล้ว ที่หลายคนบ่นว่าเศรษฐกิจย่ำแย่นั้นเป็นแค่การ ‘เผาหลอก’

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์