เศรษฐกิจจีนกำลังแย่! เจอเงินฝืดเล่นงานจนรัฐต้องเพิ่มเงินอุดหนุนกระตุ้นพลเมืองซื้อของ

17 ก.ย. 2567 - 16:03

  • เมืองต่างๆ ทั่วประเทศ เช่น เซินเจิ้น ได้เพิ่มเงินอุดหนุนให้กับผู้บริโภคสำหรับสินค้าคงทนราคาแพงหลายประเภท ภายใต้โครงการระดับประเทศเพื่อกระตุ้นความต้องการซื้อภายในประเทศท่ามกลางเศรษฐกิจที่อ่อนแออย่างต่อเนื่อง

  • ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นในขณะที่ชาวจีนที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นผู้จับจ่ายรายใหญ่ได้ลดการใช้จ่ายท่ามกลางแนวโน้มเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอนซึ่งถือเป็นข่าวร้ายสำหรับจีน

  • ปัญหาที่ใหญ่กว่านั้นก็คือ มันอาจส่งผลให้เกิดภาวะเงินฝืดในวงกว้างมากขึ้น ทำให้เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยระยะยาวแบบเดียวกับที่ญี่ปุ่นเคยสูญเสียไปหลายทศวรรษ

chinese_cities_increase_consumer_subsidies_as_weak_demand_SPACEBAR_Hero_fca58a515a.jpg

ในช่วงนี้เมืองต่างๆ ของจีนกำลังดำเนินโยบายภายใต้โครงการ ‘เงินอุดหนุนผู้บริโภค’ เพื่อกระตุ้นการซื้อ เนื่องจากความต้องการลดลง รวมถึงผลกระทบจากแรงกดดันทางเศรษฐกิจตกต่ำ 

บริเวณทางเข้าร้านขายเครื่องใช้ในครัวเรือนในเมืองเซินเจิ้น มีป้ายโฆษณาระบุว่า “ส่วนลดสูงสุดถึง 20% จากเงินอุดหนุนของรัฐ” ภายในร้านจะมีสติ๊กเกอร์ลดราคาสีเขียวติดอยู่บนเตาในครัว เครื่องซักผ้า แล็ปท็อป และอื่นๆ อีกมากมาย อย่างเช่น หากซื้อเครื่องปรับอากาศใหม่ตอนนี้ก็จะช่วยลดค่าใช้จ่ายได้มากกว่า 500 หยวน (ราว 2,300 บาท) จากราคาที่ติดบนสติกเกอร์ 2,699 หยวน (12,646 บาท) 

มันเป็นข้อเสนอที่ดีกว่าที่นักช้อปที่นี่จะได้รับเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งตอนนั้นรัฐให้เงินอุดหนุนเครื่องใช้ไฟฟ้าเหล่านี้ไม่เกิน 10% สื่อท้องถิ่นรายงานว่า มีผู้คนออกมาซื้อของเป็นจำนวนมากในช่วงสุดสัปดาห์ก่อนหน้า ซึ่งเป็นช่วงหลังจากที่มีการประกาศเงินอุดหนุนรอบใหม่เมื่อวันที่ 5 กันยายน  

เมืองต่างๆ ทั่วประเทศ เช่น เซินเจิ้น ได้เพิ่มเงินอุดหนุนให้กับผู้บริโภคสำหรับสินค้าคงทนราคาแพงหลายประเภท ภายใต้โครงการระดับประเทศเพื่อกระตุ้นความต้องการซื้อภายในประเทศท่ามกลางเศรษฐกิจที่อ่อนแออย่างต่อเนื่อง 

ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นในขณะที่ชาวจีนที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นผู้จับจ่ายรายใหญ่ได้ลดการใช้จ่ายท่ามกลางแนวโน้มเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอนซึ่งถือเป็นข่าวร้ายสำหรับจีน และไม่ใช่แค่ส่งผลให้การเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศในระยะสั้นอ่อนแอลงเท่านั้น

แต่ปัญหาที่ใหญ่กว่านั้นก็คือ

มันอาจส่งผลให้เกิดภาวะเงินฝืดในวงกว้างมากขึ้น ทำให้เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยระยะยาวแบบเดียวกับที่ญี่ปุ่นเคยสูญเสียไปหลายทศวรรษ และตอนนี้แรงกดดันด้านภาวะเงินฝืดกำลังสร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก

ดัชนี GDP ของจีน ซึ่งใช้วัดการเปลี่ยนแปลงราคาในวงกว้างทั่วทั้งเศรษฐกิจ มีค่าเป็นลบมา 5 ไตรมาสติดต่อกัน ซึ่งถือเป็นช่วงที่ยาวนานที่สุดนับตั้งแต่ปี 1999 “GDP จะลดลงติดต่อกันเป็นครั้งที่ 6 ในไตรมาสนี้” แลร์รี หู และจางอูเซียว นักเศรษฐศาสตร์จากกลุ่มบริการทางการเงิน Macquarie เผย 

ความกลัวก็คือว่า หากความต้องการซื้อลดลงเรื่อยๆ และราคาตก ความคาดหวังที่ว่าสิ่งของต่างๆ จะมีราคาถูกลงในอนาคตอาจทำให้ผู้บริโภคชะลอการใช้จ่าย ซึ่งจะทำให้วงจรนี้ดำเนินต่อไป ในขณะเดียวกัน ธุรกิจที่ขาดทุนอาจต้องลดค่าจ้าง หรืออาจถึงขั้นปิดกิจการ 

ในเดือนสิงหาคม ดัชนียอดค้าปลีกโดยรวม ซึ่งเป็นการวัดการบริโภค ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ โดยจะเติบโตเพียง 2.1% เมื่อเทียบเป็นรายปี จากสถานการณ์ดังกล่าว เมืองต่าง ของจีนในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาได้เพิ่มเงินอุดหนุนสำหรับเครื่องใช้ในบ้านและเครื่องใช้ไฟฟ้าบางประเภทไปจนถึงสิ้นปี 2024 และรวมหมวดหมู่สินค้าเพิ่มเติมที่เข้าเงื่อนไขภายใต้โครงการระดับชาติเพื่อกระตุ้นความต้องการซื้อ 

โครงการนี้เปิดตัวครั้งแรกในเดือนมีนาคม โดยมีเป้าหมายเพื่อดึงดูดผู้ซื้อชาวจีนให้ซื้อสินค้าคงทนราคาแพง เช่น รถยนต์และเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน โดยให้เงินอุดหนุนและส่วนลดสำหรับสินค้าซื้อขายแลกเปลี่ยน นอกจากนี้ยังสนับสนุนการอัปเกรดอุปกรณ์อุตสาหกรรมอีกด้วย ทั้งนี้ แต่ละท้องถิ่นในประเทศจีนดำเนินการตามโครงการนี้ด้วยวิธีของตัวเอง ภายใต้กรอบที่รัฐบาลกลางกำหนดไว้ 

ในเดือนกรกฎาคม จีนได้ประกาศขยายโครงการดังกล่าว โดยได้รับเงินทุนสนับสนุนจากพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวพิเศษมูลค่า 300,000 ล้านหยวน (ราว 1.4 ล้านล้านบาท) ความหวังก็คือการที่รัฐบาลจ่ายเงินส่วนแบ่งมากขึ้นก็จะช่วยดึงดูดให้ชาวจีนที่ประหยัดลดภาระค่าใช้จ่าย

แม้ว่ารัฐบาลจีนจะพูดมานานแล้วถึงความจำเป็นในการกระตุ้นการบริโภค แต่การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวกลับเป็นเรื่อง ‘ยาก’

นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจากธนาคารเพื่อการลงทุน Natixis เปิดเผยกับสำนักข่าว The Straits Times ว่า “ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคได้รับผลกระทบอย่างหนักหลังจากนโยบายควบคุมโควิด-19 เป็นเวลายาวนาน ประกอบกับการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบอย่างรวดเร็ว...การเติบโตของรายได้ที่สามารถใช้จ่ายได้จริงชะลอตัวลงจาก 9% ในปี 2019 เหลือ 5.9% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2024 ประกอบกับมูลค่าสินทรัพย์ของครัวเรือนที่ลดลงเนื่องจากตลาดอสังหาริมทรัพย์และตลาดหุ้นมีผลงานไม่ดี ส่งผลให้ผู้คนหันมาออมเงินเพื่อใช้จ่ายในยามฉุกเฉิน” 

แม้ว่ารายได้อาจจะยังคงเติบโต แต่ “ปัญหาจริงๆ ก็คือความคาดหวังด้านรายได้...นอกจากนี้ ครัวเรือนยังขาดช่องทางทางเลือกในการสร้างรายได้ เนื่องจากตลาดอสังหาริมทรัพย์และตลาดหุ้นซึ่งผู้คนมักนำไปสร้างความมั่งคั่งนั้น มีแนวโน้มไม่ดีนัก” หัวหน้าฝ่ายวิจัยจีนแผ่นดินใหญ่ที่ OCBC Bank กล่าว   

นักเศรษฐศาสตร์ของกลุ่มบริการทางการเงิน Macquarie สังเกตว่าในเดือนสิงหาคม ยอดขายเครื่องใช้ในบ้านและโทรศัพท์มือถือ ซึ่งอยู่ในโครงการดังกล่าว เติบโตขึ้น 3% และ 15% ตามลำดับ เมื่อเทียบเป็นรายปี “แต่เงินอุดหนุนผู้บริโภคนั้นไม่เพียงพอที่จะเปลี่ยนแปลงภาพรวมทั้งหมด” นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจากธนาคารเพื่อการลงทุน Natixis กล่าว  

หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จีนจาก ING Bank กล่าวว่า “นโยบายดังกล่าวสามารถส่งเสริมให้ผู้บริโภคที่เคยลังเลใจหันมาพิจารณานำสินค้ามาแลกซื้อของใหม่ แต่มีแนวโน้มน้อยกว่าที่ครัวเรือนที่ให้ความสำคัญกับการออมเงินจะทำเช่นนั้น” 

อย่างไรก็ดี เพื่อกระตุ้นอุปสงค์และต่อสู้กับแรงกดดันด้านภาวะเงินฝืดได้ดีขึ้น หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จีนจาก ING Bank ได้เสนอมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น บัตรกำนัลการบริโภค หรือแรงจูงใจทางภาษีที่ส่งเสริมการบริโภคโดยทั่วไป รวมถึงการลดอัตราดอกเบี้ยและกระตุ้นทางการคลังด้านความต้องการซื้อเพิ่มเติม 

“ฉันไม่อยากเปลี่ยนตู้เย็นใหม่หรือทีวีใหม่กะทันหัน ฉันไม่ซื้อของพวกนั้นหรอก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเนื่องจากเศรษฐกิจในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาไม่ดี ทุกคนจึงลดการใช้จ่ายลง ฉันจะซื้อ (อะไรบางอย่าง) เฉพาะเมื่อจำเป็นจริงๆ เท่านั้น” ชาวจีนคนหนึ่งซึ่งทำงานในบริษัทผลิตรถยนต์ กล่าว   

Photo by FREDERIC J. BROWN / AFP

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์