ผู้เชี่ยวชาญจีนเตือนเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชาอาจทวีความรุนแรงขึ้น

26 ก.ค. 2568 - 11:58

  • ผู้เชี่ยวชาญด้านกิจการทหารของจีนกล่าวว่า “การปะทะกันกำลังทวีความรุนแรงขึ้น” และเตือนถึงความตึงเครียดที่จะเกิดขึ้นระหว่างสองประเทศเพื่อนบ้านที่เป็นมิตรของจีน

  • “ทั้งไทยและกัมพูชาเป็นเพื่อนบ้านที่ดีของจีน และสถานการณ์ที่บานปลายนี้ ‘ไม่เป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่ายหรือภูมิภาคทั้งหมด’...ทางออกที่ดีที่สุดคือการแก้ปัญหาโดยสันติผ่านการเจรจา”

ผู้เชี่ยวชาญจีนเตือนเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชาอาจทวีความรุนแรงขึ้น

ความขัดแย้งระหว่างไทยและกัมพูชาในวันพฤหัสบดี (24 ก.ค.) ทวีความรุนแรงขึ้นหลังจากมีการส่งอาวุธหนัก เช่น เครื่องบินขับไล่และปืนใหญ่จรวดเข้ามาประจำการ ภายหลังจากเกิดเหตุระเบิดของทุ่นระเบิดตามแนวชายแดนที่เป็นข้อพิพาท 

ผู้เชี่ยวชาญด้านกิจการทหารของจีนกล่าวว่า “การปะทะกันกำลังทวีความรุนแรงขึ้น” และเตือนถึงความตึงเครียดที่จะเกิดขึ้นระหว่างสองประเทศเพื่อนบ้านที่เป็นมิตรของจีน 

Reuters รายงานว่า การโจมตีทางอากาศเกิดขึ้นหลังจากการปะทะกันเริ่มขึ้นในช่วงเช้าของวันพฤหัสบดี (24 ก.ค.) ใกล้ชายแดนด้านตะวันออกระหว่างกัมพูชาและไทย ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ เมืองหลวงของไทยประมาณ 360 กิโลเมตร  

ตามรายงานของ Reuters ระบุว่า ทั้งสองประเทศต่างกล่าวหากันว่าเป็นต้นเหตุของการปะทะกันในช่วงเช้าของวันพฤหัสบดี โดยกองทัพไทยอ้างว่ากองทัพกัมพูชาได้ส่งโดรนลาดตระเวนเข้าพื้นที่ก่อนที่จะส่งกำลังพลพร้อมอาวุธหนักไปยังบริเวณใกล้ปราสาทพระวิหาร

ด้านโฆษกกองทัพบกไทยกล่าวอ้างว่า “ทหารกัมพูชาเปิดฉากยิงและทหารไทยได้รับบาดเจ็บ 2 นาย”  พร้อมเสริมว่า “กัมพูชาใช้อาวุธหลายชนิด รวมถึงเครื่องยิงจรวด” ขณะที่โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชาอ้างว่า “มีการรุกรานของทหารไทยโดยไม่ได้รับการยั่วยุ และกองกำลังกัมพูชาได้ตอบโต้เพื่อป้องกันตัวเอง” 

จาง จุนเชอ ผู้เชี่ยวชาญด้านกิจการทหารของจีน ให้สัมภาษณ์กับ Global Times เมื่อวันพฤหัสบดี (24 ก.ค.) ว่า “ความคืบหน้าล่าสุดของการที่ไทยส่งเครื่องบินขับไล่ F-16 และกัมพูชาติดตั้งปืนใหญ่จรวด บ่งชี้ว่าสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชากำลังเลวร้ายลง ซึ่งกำลังเสี่ยงที่จะบานปลายขึ้นอีก ในมุมมองทางทหาร ไทยได้เปรียบเนื่องจากมีอาวุธที่ทันสมัยกว่า” 

“ทั้งไทยและกัมพูชาเป็นเพื่อนบ้านที่ดีของจีน และสถานการณ์ที่บานปลายนี้ ‘ไม่เป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่ายหรือภูมิภาคทั้งหมด’...ทางออกที่ดีที่สุดคือการแก้ปัญหาโดยสันติผ่านการเจรจา” 

จาง กล่าว

Reuters ระบุว่า ไทยกล่าวหากัมพูชาว่าวางทุ่นระเบิดในพื้นที่พิพาทซึ่งทำให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บ 3 นาย แต่กัมพูชาปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว และกล่าวว่าทหารไทยว่าลาดตระเวนออกจากเส้นทางที่ตกลงกันไว้ จนทำให้พวกเขาไปเหยียบทุ่นระเบิดที่หลงเหลือจากสงครามมานานหลายทศวรรษ 

รายงานกลุ่มกำจัดทุ่นระเบิดเผยว่า กัมพูชามีทุ่นระเบิดจำนวนมากที่หลงเหลือจากสงครามกลางเมืองเมื่อหลายสิบปีก่อน ซึ่งมีจำนวนหลายล้านลูก แต่ไทยยังคงยืนยันว่า “มีการวางทุ่นระเบิดไว้บริเวณชายแดนเมื่อเร็วๆ นี้” ซึ่งกัมพูชาระบุว่า “เป็นข้อกล่าวหาที่ไม่มีมูลความจริง” 

จางเสี่ยวกัง โฆษกกระทรวงกลาโหมจีน ระบุว่า ในปี 2024 ทางมหาวิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์กองทัพบกแห่งกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน ได้จัดหลักสูตรการกำจัดทุ่นระเบิดสองหลักสูตรสำหรับบุคลากรจากกัมพูชาและลาว เนื่องจากทั้ง 2 ประเทศนี้ได้รับผลกระทบจากทุ่นระเบิดรุนแรงที่สุด 

กองทัพจีนให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อความร่วมมือระหว่างประเทศในการกำจัดทุ่นระเบิดตลอดระยะเวลากว่า 20 ปีที่ผ่านมา จีนได้ฝึกอบรมผู้เชี่ยวชาญด้านการกำจัดทุ่นระเบิดมากกว่า 700 คนจากกว่า 20 ประเทศ และส่งคณะผู้เชี่ยวชาญไปต่างประเทศเพื่อฝึกอบรมภาคสนามหลายครั้ง 

“กองทัพจีนจะยังคงเสริมสร้างความร่วมมือที่สำคัญกับกองทัพในภูมิภาค และให้การสนับสนุนการปฏิบัติการทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรมระหว่างประเทศ” จางเสี่ยวกัง กล่าว 

(Photo by TANG CHHIN Sothy / AFP) 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์