‘ตอนนี้ฉันเห็นแล้วว่าไม่ใช่แค่ฉันที่โกรธ’ ชาวจีนแห่แชร์ความเห็นต่อการประท้วงโควิด

6 ธ.ค. 2565 - 14:49

  • ชาวจีนบอกว่ามีหลายเหตุผลที่จุดชนวนประท้วง หลายคนบอกว่าเป็นเพราะสภาพเศรษฐกิจที่เลวร้ายจากการล็อกดาวน์ซ้ำหลายครั้ง

  • อีกหนึ่งปัจจัย คือ บทบาทของฟุตบอลโลกที่ทำให้ประชาชนโกรธเคืองรัฐบาลเพิ่มมากขึ้น

Chinese_share_their_reaction_to_protests_against_zero_Covid_policy_SPACEBAR_Hero_7863699e71.jpeg
ชาวจีนหลายคนซึ่งส่วนใหญ่อายุต่ำกว่า 40 ปี รวมทั้งนักศึกษามหาวิทยาลัยและคนวัยทำงานแชร์ปฏิกิริยาต่อการประท้วงต่อต้านนโยบายซีโร่โควิดของรัฐบาลจีนกับสื่ออังกฤษอย่าง The Guardian โดยหลายคนแสดงความประหลาดใจที่เกิดการประท้วงขึ้นในประเทศที่การคัดค้านของประชาชนเกิดขึ้นได้ยาก  
กวง (นามสมมติ) นักศึกษามหาวิทยาลัยในมณฑลเสฉวนเผยว่า “พวกเขากล้าหาญมาก เอาจริงๆ นะผมไม่เคยคิดเลยว่าการประท้วงจะขยายวงกว้างในประเทศนี้” 

แม้ว่าการประท้วงจะเกิดจากโศกนาฏกรรมไฟไหม้ทางตะวันตกของจีน แต่ผู้อ่านชาวจีนบอกว่ามีหลายเหตุผลที่จุดชนวนประท้วง หลายคนบอกว่าเป็นเพราะสภาพเศรษฐกิจที่เลวร้ายจากการล็อกดาวน์ซ้ำหลายครั้ง 

เฉิน (นามสมมติ) สาววัย 30 ปีเผยว่า “ฉันรู้สึกได้ถึงความถดถอยรอบๆ ตัวฉัน ชัดเจนเลยว่าเศรษฐกิจอยู่ในช่วงขาลง คนชอปปิ้งในห้างน้อยลง การหายไปของธุรกิจเล็กๆ และราคาสินค้าประจำวันที่สูงขึ้น เป็นตัวพิสูจน์ได้ดีกว่าข้อมูลอย่างเป็นทางการ ตอนนี้มันคือหายนะ ไม่ใช่เพราะโควิดแต่เป็นเพราะนโยบายโง่ๆ” 

อีกหนึ่งปัจจัยที่หลายคนพูดถึงคือ บทบาทของฟุตบอลโลกที่ทำให้ประชาชนโกรธเคืองรัฐบาลเพิ่มมากขึ้น ตัน (นามสมมติ) ที่อาศัยอยู่ในเมืองเซินเจิ้นเผยว่า จากผลกระทบทางเศรษฐกิจและผลกระทบส่วนบุคคลครั้งใหญ่ของการมีชีวิตอยู่ภายใต้การทดสอบอย่างต่อเนื่องและข้อจำกัดในการเคลื่อนไหว เหตุการณ์ระดับโลกนี้กลับตรงกันข้ามกับสถานการณ์ในประเทศจีน “การได้เห็นทั้งโลกเปิดประเทศและสนุกสนาน ในขณะที่คุณไม่สามารถแม้แต่จะออกจากเมืองเป็นเรื่องที่ทำให้คุณหมดกำลังใจและโกรธแค้น” 

อย่างไรก็ดี แม้ว่าแรงสนับสนุนการประท้วงซึ่งผู้ประท้วงใช้สัญลักษณ์หลากหลาย รวมทั้งการถือแผ่นกระดาษเปล่าเพื่อประท้วงการเซ็นเซอร์จะเข้มข้น แต่บางคนแสดงความกังขาถึงความสำเร็จ ของการประท้วง 

จิง (นามสมมติ) สาวปักกิ่งวัย 21 ปี เผยว่า “การประท้วงต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจนและเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ฉันมองโลกในแง่ร้ายเกี่ยวกับว่าการประท้วงจะอยู่ได้นานแค่ไหน”ผู้คนในการประท้วงนี้มีเป้าหมายที่แตกต่างกัน คนส่วนใหญ่แค่ต้องการให้ชีวิตตัวเองกลับมาเป็นปกติ ในขณะที่มีเพียงไม่กี่คนที่ตระหนักว่าโศกนาฏกรรมจะยังคงเกิดขึ้นตราบเท่าที่ยังมีรัฐบาลนี้อยู่ ถ้าเราไม่สามัคคีกันเราจะไม่สามารถบรรลุสิ่งที่เราเรียกร้อง” 

แม้ว่าเป้าหมายของผู้ประท้วงอาจแตกต่างกัน ผู้อ่านบางคนย้ำว่าการยุตินโยบายปลอดโควิดของจีนให้สำเร็จคือชัยชนะ ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองแบบเบ็ดเสร็จ  

ฟาง ฟรีแลนซ์วัย 27 ปีเผยว่า “ไม่ใช่คนจีนทุกคนจะแคร์หรือหวังว่าจะได้เห็นประชาธิปไตย แต่ต้องการแค่ได้กลับไปสู่สิ่งที่เคยมี ออกไปข้างนอกอย่างเสรี ไม่ต้องตรวจ PCR ไม่มีการล็อกดาวน์ไม่สิ้นสุด ซึ่งฟังเหมือนเป็นเรื่องหรูหราไปเสียแล้ว” 

บางคนเรียกร้องให้เปลี่ยนแปลงระบอบการเมืองที่ก่อให้เกินโยบายซีโร่โควิด เปา (นามสมมติ) จากเมืองอู่ฮั่นเผยว่า “ฉันหวังว่าสถานะที่เป็นอยู่ในประเทศจีนจะดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสถานะที่เป็นอยู่ทางการเมืองหรือสถานะที่เป็นอยู่ของชีวิต ฉันสนับสนุนประชาธิปไตยและต่อต้านเผด็จการพรรคเดียว” 

อย่างก็ดี แม้ว่าจะมีการประท้วงเกิดขึ้นในกว่า 20 เมือง ชาวจีนที่แชร์เรื่องราวกับ The Guardian ย้ำว่า นั่นยังห่างไกลจากคำว่าทั่วประเทศ ชุนที่อาศัยอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีนเผยว่า “ไม่มีการประท้วงรอบๆ ฉัน และการประท้วงในเมืองอื่นๆ เห็นได้เฉพาะจากสื่อต่างประเทศเท่านั้น ไม่มีในสื่อในประเทศ” 

เซียง พนักงานเอกชนในเมืองเวินโจววัย 28 ปีย้ำว่า หากไม่มี VPN ก็ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับการประท้วงได้ยากมาก “คนส่วนใหญ่ในเมืองที่ฉันอยู่เป็นพนักงานโรงงาน หลายคนที่นี่ไม่ทราบเรื่องการประท้วงและสิ่งที่เกิดขึ้นกับการประท้วงเลย เพราะข้อมูลเหล่านั้นถูกเซ็นเซอร์และลบออกจากอินเทอร์เน็ต” 

เถา พนักงานบริษัทฟินเทคในเซี่ยงไฮ้เผยว่า การประท้วงครั้งนี้ได้เพาะพันธุ์ความหวัง “ประกายไฟจะลุกเป็นไฟในเวลาที่เหมาะสม” 

นอกจากนี้หลายคนยังแชร์ประสบการณ์การใช้ชีวิตภายใต้มาตรการคุมโควิดที่เข้มงวด รวมทั้งบอกเล่าการตรวจหาเชื้อรายวันและการเปลี่ยนแปลงข้อจำกัดต่างๆ กะทันหัน บางคนยอมรับว่าตอนแรกนโยบายนี้ประสบความสำเร็จ ช่วยให้จีนไม่ต้องเผชิญกับตัวเลขผู้เสียชีวิตมหาศาลเหมือนหลายๆ ประเทศ รวมทั้งสหราชอาณาจักรและสหรัฐฯ  

เว่ย (นามสมมติ) หญิงวัยเลข 3 ที่อาศัยในเมืองเทียนจินซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มที่พูดถึงความสำเร็จของนโยบายซีโร่โควิดในช่วงแรกเผยว่า “การเริ่มต้นของโอมิครอนในช่วงต้นปี 2022 ถือเป็นจุดเปลี่ยน ก่อนหน้านั้น ซีโร่โควิดได้ผลดีแม้จะมีต้นทุนสูงก็ตาม สิ่งที่ต้องทำต่อไปคือภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก…จำเป็นต้องมีวิธีแก้ปัญหาแบบหลายชั้น”

ฮ่วน พนักงานบริการลูกค้าในเมืองสือเจียจวงวัย 24 ปีเผยว่า การประท้วงทำให้พวกขาไม่รู้สึกว่าโกรธอยู่เพียงลำพัง “การประท้วงทั่วประเทศนี้ทำให้ฉันรู้ว่าไม่ใช่ฮันคนเดียวที่โกรธ และอาจมีความหวังสำหรับประเทศนี้” 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์