ทางการบราซิลสั่งระงับไซต์ก่อสร้างโรงงานของบริษัท BYD ยักษ์ใหญ่ด้านยานยนต์ไฟฟ้าสัญชาติจีน โดยระบุเหตุผลว่า พบชาวจีน 163 คนทำงาน ‘สภาพเหมือนเป็นทาส’ ที่ไซต์ก่อสร้างของโรงงานแห่งหนึ่งซึ่งเป็นของบริษัท BYD ในรัฐบาเยียของบราซิล
เจ้าหน้าที่บราซิลเผยว่า คนงานเหล่านี้ถูกบริษัทอื่นจ้างมาทำงานในประเทศจีน และถูกนำตัวมายังบราซิลอย่างผิดกฎหมาย พวกเขาต้องทำงานนานหลายชั่วโมงเกินกว่าที่กฎหมายของบราซิลกำหนด บางครั้งทำงานสัปดาห์ละ 7 วัน และถูกกักขังในสภาพแวดล้อมที่ทางการระบุว่า ‘เป็นสภาพแวดล้อมที่ย่ำแย่’ อีกทั้งยังละเมิดกฎเกณฑ์ด้านแรงงานอื่นๆ อีกด้วย
บริษัท BYD ออกแถลงการณ์ว่าได้ยุติสัญญากับบริษัทที่จ้างคนงานแล้ว พร้อมเสริมว่าบริษัทกำลังร่วมมือกับทางการและให้ความช่วยเหลือคนงานเหล่านี้ อย่างไรก็ตาม ทางการไม่ได้เปิดเผยชื่อบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการจ้างคนงานเหล่านี้
ในบราซิล ‘สภาพการทำงานที่เหมือนเป็นทาส’ หมายความรวมถึง ‘การใช้แรงงานบังคับ’ แต่คำนี้ยังครอบคลุมถึงการเป็นทาสหนี้ สภาพการทำงานที่ย่ำแย่ ชั่วโมงการทำงานที่ยาวนานซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพของคนงาน และงานใดๆ ที่ละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
“คนงานต้องขออนุญาตออกจากที่พัก และคนงานอย่างน้อย 107 คนถูกนายจ้างยึดหนังสือเดินทางไว้ด้วย...สภาพแวดล้อมในสถานที่ทำงานนั้นอันตราย เราพบว่าคนงาน 163 คนนี้ทำงานภายใต้สภาพการทำงานที่คล้ายกับการใช้แรงงานทาส...สภาพแวดล้อมการทำงานไม่ได้เป็นไปตามเงื่อนไขความปลอดภัยขั้นต่ำ...” ลีอาน ตูเรา เจ้าหน้าที่ตรวจแรงงานของบราซิล กล่าว
บริษัทผู้รับเหมาปฏิเสธ ‘ไม่เป็นความจริง’...
‘Jinjiang Group’ ผู้รับเหมาก่อสร้างของ BYD เปิดเผยเมื่อวันพฤหัสบดี (26 ธ.ค.) ว่า การที่ทางการบราซิลพรรณนาถึงคนงานของบริษัทว่าเป็น ‘ทาส’ นั้นไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง และยังเกิดความเข้าใจผิดในการแปลอีกด้วย
“การถูกตราหน้าอย่างไม่ยุติธรรมว่าเป็น ‘ทาส’ ทำให้คนงานของเรารู้สึกว่าศักดิ์ศรีของพวกเขาถูกดูหมิ่น และถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน ซึ่งส่งผลกระทบต่อศักดิ์ศรีของชาวจีนอย่างร้ายแรง เราได้ลงนามในจดหมายร่วมกันเพื่อแสดงความรู้สึกที่แท้จริงของเรา” Jinjiang Group กล่าวในบัญชีเว่ยป๋อ (Weibo)
หลี่ยุนเฟย ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายแบรนด์ และประชาสัมพันธ์ของ BYD โพสต์ข้อความดังกล่าวซ้ำอีกครั้งบนบัญชี Weibo ของเขาเองโดยกล่าวหาว่า “ต่างชาติ และสื่อจีนบางสำนักจงใจใส่ร้ายแบรนด์จีนและประเทศ รวมทั้งบ่อนทำลายความสัมพันธ์ระหว่างจีนและบราซิล”
เมื่อวันพุธ (25 ธ.ค.) ที่ผ่านมา เหมาหนิง โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีนกล่าวว่า “สถานทูตจีนในบราซิลกำลังติดต่อกับสถานทูตบราซิลเพื่อตรวจสอบสถานการณ์และจัดการกับเรื่องนี้”
โรงงานดังกล่าวมีกำหนดเปิดดำเนินการภายในเดือนมีนาคม 2025 ถือเป็นโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้านอกเอเชียแห่งแรกของ BYD และมีกำลังการผลิต 150,000 คัน/ปีโดยเริ่มต้นที่บราซิล ซึ่งเป็นตลาดต่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดของยักษ์ใหญ่ด้านรถยนต์ไฟฟ้าของจีน ขณะที่บราซิลเตรียมขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าจากเดิม 18% ในปัจจุบันเป็น 35% ในเดือนกรกฎาคม 2026
Jinjiang Group กล่าวว่า มีปัญหาด้านการแปลและความแตกต่างทางวัฒนธรรมซึ่งนำไปสู่สถานการณ์ดังกล่าว และการซักถามจากผู้ตรวจสอบชาวบราซิลนั้นเป็นการ ‘ชี้นำ’ นอกจากนี้ Jinjiang Group ยังโพสต์วิดีโอที่เผยให้เห็นกลุ่มคนงานชาวจีนอยู่หน้ากล้อง โดยหนึ่งในนั้นกำลังอ่านจดหมายที่ Jinjiang Group บอกว่าคนงานได้ลงนามร่วมกันแล้ว
จดหมายดังกล่าวระบุว่า คนงาน 107 คนได้ให้หนังสือเดินทางของตัวเองให้กับบริษัทเพื่อขอความช่วยเหลือในการขอใบรับรองประจำตัวชั่วคราวในบราซิล ขณะที่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบแรงงานของบราซิลกล่าวว่า บริษัทยึดหนังสือเดินทางของคนงานไว้
“เราดีใจมากที่ได้มาทำงานที่เมืองกามาซารี เราปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับ และทำงานอย่างหนักในช่วงเวลานี้ ด้วยความหวังว่าการก่อสร้างโครงการรถยนต์พลังงานใหม่ที่ใหญ่ที่สุดในบราซิลจะแล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด” ชายชาวจีนไม่เปิดเผยชื่อรายหนึ่งกล่าวในวิดีโอ
Photo by Pedro Pardo / AFP




